“สำนึกดีในความเป็นครู”
“ครู” คือ ผู้ให้ ครูต้องมีความรัก เมตตา ปรารถนาดี ให้ความอนุเคราะห์ เสียสละและพร้อมที่จะช่วยเหลือศิษย์ทุกเมื่อ แต่ในปัจจุบันกลับมีบางคน ทำให้คำว่า “ครู” นั้น ขาดความน่าเชื่อถือ เสื่อมและหมดความศักดิ์สิทธิ์กับคำคำนี้ ทำให้วงการครูเสื่อมเสียและน่าอับอาย สำนึกที่ดีไม่ได้มีในสายเลือดของเขาแม้แต่น้อย
การที่จะยอมรับใครสักคนเข้ามาทำหน้าที่และใช้คำว่า “ครู” ควรตรวจสอบหลายด้าน เช่น ความรู้ จิตใจ(ปกติหรือไม่) เพราะถ้ามีโอกาสบุคคลเหล่านี้ก็เผยตัวตนที่แท้จริงของตนออกมา
ดังที่เราจะพบเห็นได้ในสื่อต่าง ๆ และบุคคลที่ถูกทำร้ายจนบอบช้ำก็คือ เด็ก ที่ถูกเรียกว่า “ศิษย์” สื่อมวลชนได้ตีแผ่ความน่าละอายของคนที่เรียกตนเองว่า “ครู” ที่ทำลายและทำร้ายศิษย์อย่างขาดคุณธรรมและเมตตา เพียงเพื่อมุ่งหวังอามิสสินจ้างในรูปแบบต่าง ๆ แม้กระทั่งสนองความต้องการทางเพศของครู การขาดสติในการลงโทษ หวังเพียงเพื่อความสะใจ หรือเพียงเพื่อระบายอารมณ์ที่กดดันเรื่องอื่น ก็ทำให้ภาพลักษณ์ของครูที่เคยเป็น “ปูชนียบุคคล” ต้องสูญเสียไปอย่างน่าเสียดายเป็นที่สุด
ในฐานะที่ดิฉันก็เป็นครูคนหนึ่ง จึงใคร่ขอร้องเพื่อนครูที่เคยประพฤติหรือคิดที่จะทำการใดให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของครู โปรดหยุดการกระทำอย่างนั้นเสียเถอะ
คำว่า “ครู” จะได้เป็นคำที่ศักดิ์สิทธิ์ สมควรกับการที่ศิษย์จะยกย่องและเคารพกราบไหว้
20 กรกฎาคม 2551










คนมีหลายแบบและพื้นฐานหรือฐานะทางสังคมที่แตกต่างกัน จึงทำให้ครูที่จบมามีมาตราฐานไม่เท่ากัน แต่ผมคิดว่าถ้าเราตั้งอยู่ในความดีไม่ทำให้วงการครูต้องมัวหมอง เราก็สามารถทำให้ลูกศิษย์ที่จบไปจากเรา มีความเชื่อว่ายังมีคูรที่ดีและหวังดีกับพวกเขาอยู่ ผมจึงขอเป็นกำลังใจให้ครับ