กิจกรรมโครงงานเป็นกิจกรรมที่เน้นให้นักเรียนสร้างความรู้ด้วยตัวเอง โดยบูรณการความรู้ต่างๆ ที่เอื้อต่อการศึกษาค้นคว้า  การที่ให้นักเรียนทำโครงงาน ก็คือ การให้นักเรียนทำงานวิจัยชิ้นเล็กๆ นั้นเอง ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการศึกษาค้นคว้า แล้วนำผลของการศึกษาที่ได้มาเขียนรายงาน  วิธีการทางวิทยาศาสตร์ประกอบด้วยขั้นตอนต่อไปนี้

1.      ระบุปัญหา

2.      ออกแบบการรวบรวมข้อมูล

3.      ปฏิบัติการรวบรวมข้อมูล

4.      วิเคราะห์และสื่อความหมายข้อมูล

5.      สรุปผล

โดยตัวนักเรียนเองจะเป็นผู้ดำเนินการเองทุกขั้นตอน

ประเภทของโครงงานก็มีหลายประเภท เช่น โครงงานประเภทสำรวจ  โครงงานประเภททดลอง  โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์   โครงงานประเภททฤษฎี

ในการจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนจะให้นักเรียนทำโครงงานในลักษณะที่ เป็นโครงงานตามความสนใจของนักเรียน(ไม่ระบุกลุ่มสาระ)  และโครงงานตามกลุ่มสาระการเรียนรู้  แต่โดยส่วนใหญ่ในการจัดการเรียนการสอนมักจะให้นักเรียนทำโครงงานตามกลุ่มสาระการเรียนรู้

ในความเป็นจริงการทำโครงงานแต่ละครั้งของนักเรียนไม่ว่าจะเป็นโครงงานตามความสนใจของนักเรียน หรือ โครงงานตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ก็ตาม นักเรียนจะต้องมีทักษะพื้นฐานในการทำโครงงาน จึงจะทำให้นักเรียนสามารถทำโครงงานได้ด้วยตัวนักเรียนเอง ได้บรรลุตามหลักการของการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน

ทักษะพื้นฐานที่จำเป็นในการทำโครงงานก็คือ

1.      ทักษะการคิดและทักษะกระบวนการคิด เช่น ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

2.      ทักษะการอ่านและการเขียน

ถ้านักเรียนไม่มีทักษะพื้นฐานดังกล่าว นักเรียนจะไม่สามารถทำโครงงานได้ด้วยตัวเอง จะทำให้การทำโครงงานของนักเรียน เป็นโครงงานที่ครูคิด ครูบอกให้ทำ โดยที่ให้นักเรียนทำตาม เขียนตาม นักเรียนก็จะไม่เกิดองค์ความรู้เอง แต่ถ้านักเรียนมีทักษะพื้นฐานโดยเฉพาะทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์  นักเรียนจะสามารถทำโครงงานด้วยตัวเองได้มากที่สุด

ดังนั้น การที่ครูจะจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบโครงงานให้สำเร็จนั้น ผู้เขียนคิดว่า จำเป็นต้องสำรวจดูก่อนว่านักเรียนมีทักษะพื้นฐานในการทำโครงงานมากน้อยแค่ไหน และควรจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะพื้นฐานในการทำโครงงานให้นักเรียนเสมอ

บางท่านอาจสงสัยว่า ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์จะใช้ก็ต่อเมื่อทำโครงงานวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงในการทำโครงงานตามกลุ่มสาระอื่น ๆ ก็จำเป็นต้องใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพียงแต่ไม่ได้ใช้ทักษะครบทั้ง 13 ทักษะ ขึ้นอยู่กับลักษณะของเรื่องที่นักเรียนศึกษา และโครงงานที่นักเรียนศึกษาอยู่ในประเภทใด  เช่น

โครงงานกลุ่มสาระภาษาไทย  นักเรียนต้องการทราบว่าในหนังสือการ์ตูนเรื่องพระมหาชนก มีคำควบกล้ำกี่คำ นักเรียนจะต้องทำการอ่านและสำรวจคำที่เป็นคำควบกล้ำในหนังสือ จึงเป็นโครงงานประเภทสำรวจ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่จำเป็นต้องใช้ก็คือ ทักษะการสังเกต ทักษะการจำแนกประเภท(แยกคำควบกล้ำแท้ และไม่แท้) ทักษะการจัดกระทำและสื่อความ (การนำเสนอผลการสำรวจ) ทักษะการลงข้อสรุป เป็นต้น

กล่าวโดยสรุป  การสอนแบบโครงงาน ครูจำเป็นต้องฝึกทักษะพื้นฐานในการทำโครงงานให้กับนักเรียนอย่างสม่ำเสมอ จึงจะทำให้นักเรียนสามารถทำโครงงานได้สำเร็จและสิ่งสำคัญอย่างยิ่งก็คือ โครงงานนักเรียนเป็นคนเริ่มต้นคิดเอง ทำเอง แต่ครูเป็นผู้ที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องที่นักเรียนทำเท่านั้น

เอกสารอ้างอิง

พิมพ์พันธ์ เดชะคุปต์ การสอนคิดด้วยโครงงาน . กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์แห่ง

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548.

ลัดดา ภู่เกียรติ โครงงานเพื่อการเรียนรู้ : หลักการและแนวทางการจัดกิจกรรม.

กรุงเทพมหานคร : คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544.