บันทึกนี้เป็นตอนที่ 2 ของบทความต่อเนื่องขนาดยาว
ซึ่งจะทยอยนำเสนอเป็นระยะจนสมบูรณ์

ประเด็นที่แล้ว : (1) ฟ้าผ่าเกิดจากอะไร?


2.  ฟ้าผ่ามีระยะที่สามารถทำอันตรายได้ไกลแค่ไหน?

ตอบ :

ลองมาทบทวนแผนภาพพื้นฐานว่าด้วยฟ้าผ่ากันก่อน

รายละเอียดเกี่ยวกับภาพนี้ สามารถอ่านได้ในบันทึก ฟ้าผ่า (1) ฟ้าผ่าเกิดจากอะไร?

แต่ในที่นี้จะเน้นเฉพาะ

ฟ้าผ่าที่ผ่าจากฐานเมฆลงสู่พื้น เรียกว่า ฟ้าผ่าแบบลบ (negative lightning หรือ negative flash)

และ

ฟ้าผ่าที่ผ่าจากยอดเมฆลงสู่พื้น เรียกว่า ฟ้าผ่าแบบบวก (positive lightning หรือ positive flash)

เนื่องจากทั้งสองแบบนี้เป็นฟ้าผ่าที่ทำอันตรายต่อคน สัตว์ และสิ่งต่างๆ ที่อยู่บนพื้นดิน (หรือผืนน้ำ)

 


ฟ้าผ่าแบบลบ (negative lightning)
จะผ่าลงบริเวณ “ใต้เงา” ของเมฆฝนฟ้าคะนองเป็นหลัก เพราะพื้นที่ดังกล่าวถูกเหนี่ยวนำให้มีสภาพเป็นประจุบวก



ฟ้าผ่าแบบลบจะผ่าลงใต้ฐ่านเมฆ


สำหรับฟ้าผ่าแบบบวก (Positive Lightning หรือ Positive Flash)
สามารถผ่าได้ไกลออกไปจากก้อนเมฆได้ถึง 40 กิโลเมตร ภายในเวลาเพียง 1 วินาที!!!

[ข้อมูลจากเว็บของ NOAA's National Weather Service ดูรายละเอียดได้ ที่เว็บนี้]

 

นั่นคือ แม้ท้องฟ้าเหนือศีรษะของเราจะดูปลอดโปร่ง
แต่เราก็อาจจะถูกฟ้าผ่า (แบบบวก) ได้หากมีเมฆฝนฟ้าคะนองอยู่ห่างไกลออกไกลถึง 30 กิโลเมตร! 


ฟ้าผ่าแบบบวกนี่เองที่เป็นที่มาของวลี

“a bolf from the blue” หรือ “a bolt out of the blue”

ซึ่งบางครั้งก็พูดย่อๆ ว่า “out of the blue”

อันเป็นวลีที่บ่งถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดมาก่อน

เปรียบเสมือน “ฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ” โดยไม่มีเมฆฝนฟ้าคะนองอยู่เหนือศีรษะ 

คำว่า blue ในวลีเหล่านี้หมายถึง blue sky คือ ท้องฟ้าสดใสไร้เมฆ นั่นเอง

   
ฟ้าผ่าแบบบวก ซึ่งผ่าออกไปไกลห่างจากฐานเมฆได้หลายกิโลเมตร
ภาพนี้ถ่ายโดย ริชาร์ด เอ คีน (Richard A. Keen)  


มีข้อมูลบันทึกไว้ว่า เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ค.ศ. 1984
ได้เกิดฟ้าผ่านักกอล์ฟในเมืองทูซอน มลรัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา
โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองห่างออกไปราว 5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นไปได้ว่าเป็นฟ้าผ่าแบบบวกนี่เอง 


ฟ้าผ่าแบบบวกมักจะเกิดในช่วงท้ายของพายุฝนฟ้าคะนอง
กล่าวคือ หลังจากฝนที่กระหน่ำเริ่มซาลงแล้ว 

นอกจากนี้  ฟ้าผ่าแบบบวกยังอาจทำให้เกิดไฟป่าได้อีกด้วย
หากในป่าบริเวณที่โดนฟ้าผ่าเกิดไฟลุกไหม้ลาม และไม่มีฝนตกลงมาดับไฟ


แม้ว่าฟ้าผ่าแบบบวกจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก (น้อยกว่า 5% ของฟ้าผ่าทั้งหมด)

แต่ฟ้าผ่าแบบบวกก็ทรงพลังมากกว่าฟ้าผ่าแบบลบถึง 10 เท่า

กล่าวคือ

กระแสไฟฟ้าอาจสูงถึง 300,000 แอมแปร์ &

ความต่างศักย์ 1 พันล้านโวลต์เลยทีเดียว
(ลองคิดถึงไฟบ้าน 220 โวลต์ ซึ่งถ้าโดนดูด...ก็แย่แล้ว)

 


โปรดติดตามตอนต่อไป

ฟ้าผ่า (3) กลไกการเกิดฟ้าผ่าเป็นอย่างไร?

(กำลังจัดทำ...ขอแว้บไปพักก่อนคร้าบ...อิอิ)