จากบันทึกนี้ของน้องกะปุ๋ม.....
ฉันและ ศ.นพ.สมบูรณ์ เทียนทอง ได้มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำ R2R ณ โรงพยาบาลยโสธร จ. ยโสธร ในประเด็น.... “ขับเคลื่อนงานประจำด้วย R2R”.... จากการติดต่อทาบทามของ ดร.นิภาพร ลครวงค์ (น้องกะปุ๋ม)

เราได้รับการต้อนรับด้วยบรรยากาศที่อบอุ่น สนุกสนาน เป็นกันเอง... บุคลากรทุกๆท่านน่ารักมาก ...ให้ความรู้สึกคล้ายกับเป็นเพื่อนเก่าๆที่ได้กลับมาพบกัน.....
อาจารย์หมอสมบูรณ์ได้พบลูกศิษย์ลูกหาของท่านหลายต่อหลายคน ซึ่งมีผลงานการทำวิจัยที่เริ่มจากปัญหาการทำงานเช่นกัน ส่วนฉันได้พบกับน้องวิสัญญีพยาบาล เธอเกาะแขนแล้วบอกว่าดีใจที่ได้พบ เธอนำเรื่องเล่าเกี่ยวกับ HA ที่อ่านจากบันทึกของฉันใน GotoKnow ไปให้น้องๆอ่านกันด้วย


และกระซิบว่า
“หนูเอาเรื่องสติ๊กเกอร์ยาที่พี่เขียนไปทำด้วยแหละ...”
ฉันดีใจมากๆ ที่อย่างน้อยการบันทึกเรื่องงานของฉันมีเพื่อนร่วมวิชาชีพนำไปดัดแปลงใช้ให้เกิดประโยชน์

อาจารย์หมอสมบูรณ์กล่าวว่า "...รพ.ยโสธร มีผลงานที่เกี่ยวกับ R2R อยู่หลายเรื่องแล้ว หากนำไปคิดเพิ่ม เติมต่อยอดของเดิม เช่นเรื่องของผ้าพันหน้าท้อง (หากทำให้มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของยโสธรก็จะดีมากยิ่งขึ้น) ซึ่งการทำ R2R ทำได้ในทุกระดับแต่ควรมีที่ปรึกษาให้คำแนะนำในกลุ่มผู้ปฏิบัติงาน จะทำให้เขาทำงานง่ายขึ้น...
- หัวใจคือการพยายามมองปัญหาจากงานประจำที่ท้าทายให้เราทำให้ดีขึ้น
- ผู้รู้เรื่องของวิจัยควรลงไปช่วยเหลือผู้ปฏิบัติ ปรับงานพัฒนาคุณภาพเดิมให้มีการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบมากขึ้น แล้ววิเคราะห์อย่างเป็นระบบโดยต้องอ่านและค้นข้อมูลทางวิชาการเพิ่มเติม
- อย่าสร้างความยุ่งยากให้ผู้ปฏิบัติ โดยเฉพาะเรื่องของการขอจริยธรรม ซึ่งยังเป็นปัญหากันอยู่..."

ในมุมมองของฉัน
· ฉันมิได้ตั้งต้นจาก... “อยากจะทำ R2R”....
· ฉันตั้งต้นจาก การหาปัญหาการใช้งานของวงจรวางยาสลบ(ที่ อาจารย์หมอสรรชัย ธีรพงศ์ภักดีคิดขึ้น) .. พบว่า แม้จะทำให้การทำงานสะดวกเพราะเบา แต่ความยาวที่มีเพียงขนาดเดียวอาจจะไม่เหมาะสมในทุกรายจึงคิดสร้างทางเลือกเพิ่มเติมเป็นสามขนาด
· ความท้าทายมีความสำคัญ... หากเราอยากรู้อยากเห็น อยากแก้ไขปัญหาที่พบ และอยากทำให้ดีขึ้น... เราก็อาจจะทำได้?...
· ขยันคิด คิดแปลกๆ คิดที่จะตั้งคำถามว่า...ทำไม?...ได้ไหม?...แบบนี้ดีกว่ามั้ย?....
· อ่านเพิ่มเติมหรือสอบถามในสิ่งที่อยากรู้

มีคำถามจากน้องกะปุ๋มว่า งานประจำก็มี ฉันแบ่งเวลาอย่างไรในการทำ R2R?
“เรื่องของเวลานี่ฉันไม่คิดจะให้ใครทำตามอย่างหรือเลียนแบบ...เพราะฉันว่ามันเป็นธรรมเนียมของแต่ละครอบครัวนะ...
· ฉันให้บริการดมยาสลบผู้ป่วยประจำเป็นปกติ เท่าๆกับน้องๆ...หากมีงานพิเศษเช่นต้องเขียนรายงานก็อาจจะออกมาเป็นจ๊อบๆไป....ซึ่งฉันก็ว่าดีนะ มันทำให้ฉันเห็นปัญหาของหน้างานด้วยตัวเอง หลายๆครั้งที่ปัญหาถูกแก้ไขเพียงแค่ฉันโทรศัพท์บอกปัญหาแก่น้องๆ... ฉันไม่ได้สั่ง เพียงแค่ทิ้งโจทย์ไว้ให้น้องคิด เช่นงานนี้....
· บางครั้งปัญหาที่พบมิอาจแก้ไขได้ในขณะนั้นเพราะงานของฉันต้องเฝ้าคนไข้ตลอดเวลา... เราอาจจะจำเอาไว้ก่อนแล้วมาหาทางแก้ไขทีหลังก็ได้ หรือเมื่อมีโอกาสที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องนัดแนะประชุมทุกครั้ง....
· อ.สมบูรณ์เสริมส่วนนี้ว่า หัวหน้าควรจัดเวลาให้กลุ่มได้พบปะพูดคุยกันบ้าง...อย่างสม่ำเสมอ...
· ฉันมักใช้เวลา1-2ชม.ในการนั่งพักผ่อนหลังเลิกงานตอนเย็น ได้ทบทวนงานบ้าง ได้คุยกับเพื่อนทางnet บ้าง หลายคนแวะมาคุยกับฉัน เราแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ดังนั้นตอนเย็นๆทำให้ฉันได้ประโยชน์จากตรงนี้มากๆ มีสมาธิ ใครๆก็จะรู้ว่าฉันนั่งอยู่ห้องอาหาร.... การไม่มีห้องทำงานไม่เป็นอุปสรรคในการคิด...
· ประมาณ3 ทุ่มครึ่งถึง 4 ทุ่มหลังเสร็จจากงานบ้าน ฉันก็พอมีเวลาอีกสักนิดหน่อย 1-2 ชม.พอได้เติมเต็ม....เป็นอย่างนี้เกือบทุกวันมานานแล้ว...
· น้องกะปุ๋มเสริมว่า “เรียกว่า งานของพี่ติ๋วอยู่ในเนื้อชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติ”
· ...สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือ...ต้องรู้เวลา มีเทคนิคการใช้เวลาที่ให้กับครอบครัว(แม้ไม่มาก) มันต้องมีคุณค่าและทำให้มันมีชีวิตชีวา มีความสุขให้ได้เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดี(ซึ่งฉันเองชอบทำติ๊งต๊องบ่อยๆ...)
· R2R เป็นของใหม่สำหรับฉันเหมือนกัน... แต่การแก้ปัญหางานประจำโดยทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายๆ เป็นวัฒนธรรมการพัฒนาคุณภาพ(HA)ของเราอยู่แล้ว....เพียงเราทำการแก้ไขปัญหาอย่างมีระบบ เป็นระเบียบมากขึ้นเท่านั้น..มันก็เป็น R2R แล้ว...ฉันว่า...
· จะว่าไป..HA…CQI…R2R…KM… มันเป็นเรื่องเดียวกันจริงๆ เป็นการแก้ปัญหางานประจำเพื่อให้บรรลุเป้าหมายงานของเรา ของหน่วยงานเราและขององค์กรเรานั่นเอง”
R2R ที่ รพ.ยโสธรสอนให้ฉันได้ทบทวนตัวเอง และเกิด “อยากลองแก้ปัญหางานประจำ...อย่างง่ายๆสไตล์ R2R” จริงๆดูบ้าง เพราะของเดิมที่เคยทำ...ที่เขาว่าฉันทำR2R (ซึ่งฉันทำแบบวิจัย)นั้น... ฉันว่ามันยังยากไป.......
ซึ่งฉันได้เริ่มบ้างแล้ว...กับน้องธุรการ...คืบหน้าอย่างไรจะเล่าให้ฟังทีหลังค่ะ
ขอขอบคุณค่ะอาจารย์
มาให้กำลังใจค่ะ จะรอติดตามค่ะ
ขอบคุณพี่แก้วค่ะ
พี่แก้วเป็นแบบอย่างของพยาบาลที่ไม่หยุดนิ่งในการแสวงหาความรู้ค่ะ
(ปล.ติ๋วยังไม่สามารถส่งรูปสวยให้พี่แก้วได้เลยค่ะ)
ขอบพระคุณค่ะพี่ติ๋ว...
ดีใจที่ได้เจอพี่ติ๋วอีกครั้งหลังลานพระรูป... ทุกครั้งที่ได้เจอ ได้พูดคุย ก็มีความสุขทุกครั้งเสมอค่ะ...
สำหรับการถอดบทเรียนครั้งนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งเลยค่ะ
ช่วงนี้กะปุ๋มไม่ได้บันทึกการถอดบทเรียนในชีวิตของตัวเองเลยค่ะ ... แต่ก็พยายามเข้ามารับรู้ และขอแบ่งปันเรื่องเล่าดีดี นี้อยู่เสมอค่ะ
(^____^)
สวัสดีค่ะ น้องกะปุ๋ม
ผมอยากให้คนหน้างานทุกคนได้อ่านบันทึกนี้ครับ
วิจารณ์
เรียน ท่านอาจารย์วิจารณ์ค่ะ