นึกว่าัตัวเองยังสาวอยู่ เพราะยังไม่เคยถูกใครเรียกว่ายาย

หลายปีก่อนตอนที่คุณแม่ครบกำหนดเกษียณอายุราชการ บังเิิอิญช่วงเวลานั้นผมวางแผนเดินทางไปเที่ยวซอกแซกชมวัดสวย ๆ ทางภาคเหนือ (ผมชอบดูภาพเขียนฝาผนัง) แผนของผมรั่วไหลไปถึงหูของคุณแม่ ก็เลยลงเอยเป็นว่าผมเป็นคนขับรถพาแม่ไปเที่ยวทางเหนือกันสองคน

ทริปนั้นสนุกมาก จำได้ว่าได้ไปดูวัดสวย ๆ ในท้องที่่ห่างไกล ทั้งที่มีสถาปัตยกรรมสกุลไทยใหญ่และพม่า และที่มีจิตรกรรมฝาผนังสวย ๆ เช่น วัดป่าแดด อำเภอแม่แจ่ม วัดบวกครกหลวง จ. เชียงใหม่ วัดม่อนปูยักษ์ จ. ลำปาง ฯลฯ

วัดบวกครกหลวง

ส่วนแม่ก็เอ็นจอยการเลือกซื้อผ้าทอท้องถิ่น และซื้อต้นไม้แปลก ๆ ของภาคเหนือกลับมาเต็มหลังรถตอนขากลับ

คุณแม่ในวัยหลังเกษียณ ยังคงรักการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ เร็ว ๆ นี้ก็จะเดินทางไปเปิดหูเปิดตาที่ เดอะ เวเนเชียน ที่มาเก๊า ผมเสียดายที่ไปด้วยไม่ได้ เพราะคุณแม่มีสมัครพรรคพวกที่รู้ใจ ไปด้วยกันอยู่แล้ว คงได้แต่รอฟังคำบอกเล่าของคุณแม่

มีอยู่ครั้งหนึ่งเมื่อตอนที่คุณแม่ไปทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ ที่กรมการกลสุล ถูก รปภ. ที่นั่นทักว่า "ยาย... รับพาสปอร์ตหรือครับ ไปช่องโน้นเลย"

คุณแม่ผู้เสียสละของผม แม้วัยจะผ่านเลยหกสิบมาหลายปีแล้ว แต่นึกว่าัตัวเองยังสาวอยู่ เพราะยังไม่เคยถูกใครเรียกว่ายาย จึงช็อคไปชั่วขณะ เมื่อตั้งสติได้ก็รวบรวมพลังลมปราณกระแทกกลับไปว่า "ใครเป็นยายแก... หา"

ปกติคุณแม่เป็นคนสุภาพน่ารักกับทุกคน รปภ. หนุ่มคนนั้นคงถึงคราวซวย แต่ผมก็ยังไม่ค่อยแน่ใจว่าควรจะสงสารใครดี