คำถามที่เกิดขึ้นกับตัวเองเสมอว่า “ทำอย่างไรเด็กจะสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองได้นะ” ใช้เวลาในการลองผิดลองถูกมานาน ในแต่ละปีเด็กก็มีปัญหาไม่เหมือนกัน ต้องแก้ปัญหาพื้นฐานของเด็กเสียก่อนจึงเริ่มที่จะพัฒนาทักษะต่าง ๆ ให้เขา อย่างน้อยก็มีความเชื่อว่า “ถ้าเด็กมีทุนเดิมมาแค่ 1 แต่ถ้าผ่านกระบวนการจากเราไปเด็กขึ้นมาเป็น 2 ก็ถือว่าเขาพัฒนาแล้ว” (สำหรับเด็กที่หลายคนบอกว่า ไม่เอาอะไรเลย) แต่สำหรับเด็กที่เก่ง สอนนิดเดียวเขาก็คิดได้ทำได้ (เด็กกลุ่มนี้ไม่ต้องห่วงเสริมให้เขาได้ตลอด)
เทคนิคการทำผังกราฟฟิก จึงเป็นเทคนิคหนึ่งที่เลือกมาใช้ (หลายคนก็คงใช้เทคนิคนี้) ในช่วงแรก เด็กทำไม่ได้เลย เด็กเก่งทำได้แต่ยังไม่ซับซ้อน (ไม่เป็นไปตามความคาดหวังของครู) คำถามต่อไปที่เกิดขึ้นกับตัวเองก็คือ “แล้วจะสอนเด็กให้ทำได้อย่างไร” สิ่งแรกเลยเลือกรูปแบบผังความคิด (Mind Map) มาสอนก่อน แล้วก็ช่วยกันทำ ครูทำให้ดูก่อนโดยใช้คำถามนำกระตุ้นให้นักเรียนคิด โดยเลือกเรื่องที่จะนำมาเขียนผังความคิดที่เป็นเรื่องใกล้ตัวเขา (ตอนนั้น เลือกเรื่องอาหารที่นักเรียนรับประทานใน 1 วัน) เขียนผังความคิดบนกระดานดำ จากนั้นในแต่ละขั้นใช้คำถามกระตุ้นให้เด็กตอบ (ขั้นตอนนี้ต้องใจเย็นที่สุดเพราะเด็กบางคนไม่รู้เรื่องเลย ทำไม่ได้เลย) ไม่นานผังความคิดเรื่องอาหารที่นักเรียนรับประทานใน 1 วันก็เสร็จ เสริมแรงให้เด็กรู้ว่าสิ่งที่ทำไม่ยาก ค่อย ๆ คิด ทุกคนทำได้ และบอกประโยชน์ของสิ่งที่ช่วยกันทำ จากนั้นทดลองให้เด็กทำเอง โดยแบ่งกลุ่มตามความสมัครใจ แล้วให้เลือกเรื่องที่สนใจลองทำแล้วนำเสนอหน้าห้อง ครั้งต่อ ๆ ไป จำนวนสมาชิกในกลุ่มน้อยลงเรื่อย ๆ จนเหลือคนเดียว ที่นี้หละ นักเรียนคนไหนคิดได้มากน้อยเท่าไหร่ เราจะรู้ความสามารถของเขาแล้ว เด็กที่คิดได้มากผังความคิด(ที่ถูกต้อง)จะกระจายมาก ส่วนคนไหนที่ยังไม่ได้ ก็แนะนำเป็นรายบุคคล
หลังจากที่เด็กเข้าใจแล้ว ตอนนี้ พอบอกเด็กว่า “ทำผังความคิดส่งครูด้วยนะ” เด็กจะแข่งกันทำให้ได้ผังที่กระจายมากที่สุด
เมื่อผังความคิดประสบผลสำเร็จแล้ว ก็นำ ผังวงกลมซ้อน (Venn Diagram) ผังก้างปลา (Fishbone Map) ฯลฯ มาใช้ ชิ้นงานที่เด็กทำมีคุณภาพมากขึ้นกว่าครั้งแรกมาก เด็กเข้าใจบทเรียนยิ่งขึ้น สามารถเล่าและสรุปความรู้ได้ดียิ่งขึ้น
ตอนนี้ก็เป็นความรู้สึกภูมิใจนะ “เด็กของเราก็ทำได้นะ”