หัวข้อนี้เราเรียนกับรศ.นรนิติ เศรษฐบุตร อ.บอกว่าไม่ได้ตั้งหัวข้อเอง ต้องตั้งว่าการอยู่ร่วมกันอย่างไม่สงบภายใต้รัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ฮา...ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเพราะรัฐธรรมนูญ ในประเทศไทยเลือกตั้งทีก็มีคนตาย ไม่ว่าเลือกระดับไหน ความจริงเมื่อมีการเลือกตั้งแล้วคนชนะก็อยู่ได้คนแพ้ก็ต้องการปกครองในระบอบประชาธิปไตยก็ไม่แน่ว่าจะดีที่สุด รัฐธรรมนูญไม่เขียนเรื่องอภัยวิถีไว้ อิอิ แต่ในสังคมไทยสอนไว้ วรรณกรรมขุนช้างขุนแผนเขียนไว้ วรรณกรรมเรื่องนี้ก็เป็นของไทยภาคกลางอาณาบริเวณที่เขียนไม่เคยโยงไปถึงภาคใต้ อย่างเก่งก็แค่เมืองเพชร พูดถึงการเดินทางไปทางเหนือก็พูดถึงพิจิตร พิษณุโลก สุโขทัยถึงเชียงใหม่ทีเดียว
อภัยวิถีเป็นเรื่องของคนดี เกิดเรื่องอะไรขึ้นขุนแผนซึ่งเป็นฝ่ายคนดี(ไม่รู้จริงหรือเปล่า) ก็ต้องอภัยขุนช้าง ศรีมาลาอภัยสร้อยฟ้า แต่ทางฝ่ายขุนช้างซึ่งเป็นคนร้ายไม่ให้อภัยขุนแผน สังคมไทยเราใช้อภัยวิถีแต่ปัจจุบันจะใช้ได้หรือไม่ให้ถามท่านอภัย (จันทนจุลกะ) อิอิ
ในรัฐธรรมนูญ คำจำกัดความ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ปี ๒๔๗๖เป็นผู้ใช้คำ(รัฐธรรมนูญ) นี้ ว่าหมายถึงอำนาจหน้าที่ในการปกครองแผ่นดิน ก่อนจะใช้คำว่ารัฐธรรมนูญหลวงประดิษฐ์มนูธรรมเขียนกฎหมายปกครอง และพูดถึงเรื่องประชาธิปไตยเอาไว้ กฎหมายรัฐธรรมนูญ พูดถึงอำนาจ ระเบียบ อ.หยุด แสงอุทัย ก็พูดถึงอำนาจหรือความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจ จนถึงปี ๒๕๒๓ ดร.วิษณุ เครืองาม ก็พูดเรื่องอำนาจ ความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจ ฝรั่งก็อธิบายเรื่องอำนาจและความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจ แต่เวลาเราพูดกันว่ารัฐธรรมนูญคืออะไร เราก็จะบอกว่าเป็นกฎหมายแม่บท เป็นกฎหมายหลัก อิอิ...พอพูดถึงอำนาจเราพูดถึงผู้นำซึ่งมีอยู่น้อย
ทฤษฎีผู้นำ Elite Theory หรือทฤษฎีมวลชน Mass Theory ที่ผ่านมาทฤษฎีผู้นำมักชนะ (อาจารย์บอกว่าในอดีตนะ...ไม่ใช่ปัจจุบัน อิอิ) แม้แต่มาร์กคนยกย่องว่าเป็นผู้ใช้ทฤษฎีมวลชนพูดถึงทุนนิยมกับคอมมิวนิสต์ ว่านายทุนจะแย่จะขุดหลุมฝังตัวเองเพราะการขยายทุนจะกระทบกระเทือน แต่จนถึงปัจจุบันคอมมิวนิสต์ล่มสลาย แต่ทุนนิยมยังอยู่ ถ้ามีห้างใหญ่มา โชวห่วยก็เจ๊ง
แต่มาร์กเป็นนักทฤษฎีทางมวลชนไม่ใช่นักปฏิบัติ พอเลนินมาทำ(นักปฏิบัติ)มาทำก็บอกว่าอย่าให้กฎหมู่เหนือกฎหมาย การร่างวินัยของพรรคก็เป็นคนกลุ่มน้อย ผู้ปกครอง(กรรมการพรรค)ก็เป็นคนกลุ่มน้อย แต่สมาชิกพรรคเป็นคนกลุ่มใหญ่ เราพูดถึงสังคมนิยมและคอมมิวนิสต์ว่าเป็นทฤษฎีของ mass ซึ่งมันใช่แน่หรือ...ลองไปอ่านทฤษฎีที่เป็นเจ้าตำรับด้านนี้ สังคมนิยมคนตัดสินใจเป็นคนกลุ่มน้อย อ.บอกว่าอย่าเอามาปรับกับของไทยนะ เพราะพูดในเรื่องต่างประเทศ..อิอิ หากจะเปรียบเทียบเอาไปเทียบที่บ้าน....การปกครองมัน top-down
ประชาธิปไตยที่ประชาชนจำนวนมากมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง ลองดูสิ..พอเลือกเสร็จประชาชนหมดอำนาจทันที..ฮา...ประชาชนมีอำนาจตัดสินเลือกใครเท่านั้น วิธีคิดก็ต้องคิดถึงอำนาจ ประชาชนอยากรู้เพียงแค่ใครจะเป็นนายก ใครเป็นรัฐมนตรี ใครเป็นส.ส. ใครเป็นส.ว. ข่าวก็จะตามอยู่แค่นี้ คนชอบอ้างรัฐธรรมนูญอเมริกันว่ามีไม่กี่มาตรา แต่คนอเมริกันก็จำไม่ได้ อิอิ จำได้อยู่แค่ว่าสิทธิผู้ต้องหาจำเลยไม่ต้องให้การเพราะจะเป็นการปรักปรำตัว เขาเน้นที่อำนาจเหมือนกัน
การร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะร่างเรื่องอำนาจ ใครจะเป็นผู้มีอำนาจ ใครจะเป็นผู้ปกครอง การเน้นเรื่องอำนาจเป็นการเน้นที่คนส่วนน้อย ไม่ได้เน้นที่คนส่วนมาก แต่การปกครองไม่ว่าจะเป็นเผด็จการหรือประชาธิปไตยต่างจะอ้างว่าเพื่อประชาชน ไม่มีใครกล้าพูดว่าปกครองเพื่อตนเองสักคน อิอิ..
ประชาธิปไตยทางตรงในปัจจุบันทำไม่ได้ ต้องเป็นทางอ้อม โดยเลือกผู้แทน แล้วผู้แทนไปเลือกรัฐบาล ไปควบคุมรัฐบาล ไปซูเอี๋ยรัฐบาล แต่กระแสสังคมทำให้เกิดวิวัฒนาการและเกิดในต่างประเทศ และในที่สุดเราก็ได้ยินคำว่าประชาสังคม civil society มาจากยุโรปตะวันออก(ที่เป็นคอมมิวนิสต์) เพราะรัฐควบคุมทั้งหมด ประชาชนประกอบการไม่ได้ ในที่สุดประชาชนขออย่าให้รัฐมายุ่งได้ไหม ขอเพียงให้ประชาชนมีสิทธิมีเสียง
ยุคจอมพลสฤษดิ์ ห้ามคน ๕ คนพูดเรื่องการเมือง ผู้ชายสมัยนั้นพูดเรื่องทะลึ่งได้ แต่พูดเรื่องการเมืองที่สะอาดกว่าเรื่องทะลึ่งไม่ได้ มีสิทธิติดคุก อิอิ แสดงว่าผู้นำกลัวการเมือง
รัฐธรรมนูญของไทย ๑๘ ฉบับ เอาออกไปครึ่งหนึ่งเพราะเป็นเรื่องธรรมนูญการปกครอง ไม่ต้องไปสนใจมาก (เพราะไม่ค่อยพูดถึงสิทธิเสรีภาพ)
รัฐธรรมนูญฉบับใต้ตุ่ม (หลวงกาจ กาจสงคราม เป็นผู้ร่าง)พูดถึงสิทธิเสรีภาพไว้เยอะ
๑๐ ธ.ค.๒๔๗๕ เป็นพื้นฐานการนำเสนอว่าประชาธิปไตยไทยเป็นอย่างไร พระยามโนปกรณ์นิติธาดา ใช้คำว่า “ราชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ”ซึ่ง อ.ว่าแปลได้ถูกต้องที่สุด และได้พูดถึงสิทธิไว้แต่ก็ยังไม่มาก
ในรัฐธรรมนูญ มีการวิวัฒนาการ มีการประกันสิทธิเสรีภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้มีอำนาจละเมิดสิทธิของประชาชน การมีประชาธิปไตยของเรา คนยังพัฒนาไม่ทัน จึงเป็นที่มาของสภาที่สอง มีพฤฒิสภา ให้ประชาชนเลือกตั้งทางอ้อม เป็นเจตน์จำนงของรัฐธรรมนูญ ๒๔๘๙ แต่ยังไม่ได้ทำ และรัฐธรรมนูญใช้ได้ไม่นาน แต่ในปี ๒๔๙๐ คณะรัฐประหารเอามามีสองสภา มีเลือกตั้งกับแต่งตั้ง ปี ๒๔๙๒ ตั้งคณะคนขึ้นมาร่างแล้วข้ามมาถึง รัฐธรรมนูญปี ๒๕๑๑ ร่างนานมากตั้งแต่ ๒๕๐๒ มาเสร็จเอาปี ๒๕๑๑ แต่เนื้อหาไม่ค่อยมีอะไรกับประชาชน แต่เน้นห้าม ส.ส.เป็นรัฐมนตรี จนจอมพลถนอม ปฏิวัติรัฐบาลตัวเอง (น่าจะเอาไปลง ripley อิอิ)
๒๕๑๗ จะมองผู้ถูกปกครองอย่างไร มองว่าคนจะลงเลือกตั้งต้องสังกัดพรรคการเมือง ร่างการเปลี่ยนแปลง ๑๔ ตุลา จึงต้องเปิดกว้างปรับปรุงสิทธิเสรีภาพ ใช้ได้ถึง ๖ ต.ค.๑๙ หลังจากนั้นมีรัฐธรรมนูญเล็กๆน้อยๆมาถึงปี ๒๕๒๑ ซึ่งเริ่มสร้างประชาธิปไตยแต่ก็ยังไม่มีอะไรมาก
รัฐธรรมนูญปี ๒๕๓๔ ไม่สำคัญในเรื่องความคิดแต่จุดประกาย คุณฉลาด บอกว่าไม่ได้ต้องให้ประชาชนร่างไม่ใช่ให้นักการเมืองร่าง เพราะนักการเมืองร่างแล้วก็จะเขียนเพื่อประโยชน์ตัวเอง (กฎหมายบอกให้แก้ได้แต่ไม่ได้บอกให้ร่างใหม่) สมัยปี ๒๕๓๕ คิดนอกกรอบ สมัยนายกฯชวน ซึ่งท่านเห็นด้วย และต่อมาสามารถทำได้ในสมัยของนายกฯบรรหาร ตั้งกม.แก้ไขรัฐธรรมนูญปี ๒๕๓๔ ม.๒๑๑ ให้สามารถร่างรัฐธรรมนูญได้ สมัยก่อนจะทำได้ต่อเมื่อยึดอำนาจ และอาจารย์ขอเราสังเกตให้ดูกระแสประชาธิปไตยด้วย คอมมิวนิสต์กำลังล่มสลายทั้งๆที่ไม่เคยมีใครคิดว่าจะล่มสลายเพราะลัทธินี้ฝังรากลึกลงไปถึงหมู่บ้าน ทุกกลุ่มของเกษตรกร กรรมกร มีเซลล์ของคอมมิวนิสต์ แต่มันกลับกลายเป็นว่า ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี ฮา...
กำลังมันเลยครับ แต่ยาวไปสองหน้าแล้ว พักดื่มกาแฟกันดีกว่า..อิอิ
รัฐธรรมนูญปีไหนๆก็สำคัญ และมีการพัฒนาไปเรื่อยๆแต่ต้องเขียนด้วยใจและตั้งใจแก้เพื่อความสงบสุขของปวงชนเพื่อความสงบสุขของชาติ เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองไม่ใช้จะเขียนหรือจะแก้เพื่อไครพวกใดพวกหนึ่งเข้ามารับประโยชน์ แต่ไม่ได้หวังผลเพื่อปวงชนชาวไทยที่รวมกันเป็นชาติไทย แล้วเมื่อไรประเทศไทยจะพัฒนานักการเมืองได้ ทำอย่างไรก็ได้แต่ต้องทำให้กฏหมายมีความเป็นธรรมต่อทุกคน คนผิดต้องรับโทษเป็นหลักธรรมชาติ ทำดีต้องได้ดี ทำชั่วต้องรับโทษ อิอิอิอิ ท่านอัยการคิดว่าถูกต้องไม่ครับท่าน
พี่อัยการขา
ดื่มกาแฟแบบไหนคะ อิอิ ช่วงนี้กาแฟแบบไม่มีน้ำตาล กำลังบูม รับสักแก้วไหมคะ จะได้ไม่เพิ่มรอบเอวไงคะ เป็นห่วงค่ะ
อิอิ อ.ขจิต ไปไม่นาน แค่ครึ่งวันเอง
ตามไปอ่านต่อไหมล่ะ ลงตอนจบไปแล้ว อิอิ
สวัสดีครับคุณเดชา
ถูกต้องนะคร๊าบ.....อิอิอิ
ดีๆน้องหนิง กาแฟไม่ใส่น้ำตาล ๑ แก้ว อืมม์...ขม อิอิ
มาอ่านแล้วค่ะ
แต่อ่านบันทึกตอนจบ ก่อนตอนแรก ลืมดูค่ะ พอเห็นอันที่ ๑ ก็เลยต้องกลับไปอ่านอันที่ ๒ อีกครั้ง
ชอบ อ.นรนิติ อยู่แล้วค่ะ ท่านไม่แก่เลย เพียงแต่ผมขาว ทั้งยังอารมณ์ดีมาก โดยตลอด
สวัสดีครับ
ตามเรียนทุกครั้งนะครับ แต่ไม่ได้ยกมือทักเสมอไป
ผมรู้สึกว่าพอพูดถึงเรื่องรัฐธรรมนูญ เราไม่ค่อยจะพัฒนาในเรื่องจิตใจพื้นฐานเท่าใดนัก
การจัดทำรัฐธรรมนูญทุกฉบับจึงเกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองเป็นสำคัญ และความขัดแย้งนั้นก็เป็นเหตุสำคัญที่ทำลายรัฐธรรมนุญเอง
ถ้าคนไทย แม้แต่ในเรื่องของศีล 5 ก็ยังไม่สามารถทำตามด้วยความเข้าใจและตั้งใจจริงได้ เรื่องอื่นๆ ก็คงมีแต่ความขัดแย้งการแย่งชิงกันโดยใช้เครื่องมือรูปแบบต่างๆ กัน
เสียดายที่ไทยมีพุทธศาสนาที่ค่อนข้างจะมั่นคง แต่การเมืองไม่ได้เห็นความสำคัญของหลักพุทธเท่าใดนัก ทำให้มีแต่การบริการจัดการอำนาจ แทนที่จะบริหารจัดการจิตใจและคุณธรรม
ยุคพระศรีอารย์ ซึ่งกล่าวกันว่าคนทุกคนมีระดับภูมิธรรมขั้นต่ำสูงพอกัน จึงยังอยู่ห่างไกลสังคมในปัจจุบันนี้ครับ
สวัสดีครับท่านพี่อัยการชาวเกาะ
ขอบคุณครับ
รัฐธรรมนูญฉบับไหนก็ไม่สามารถเปลี่ยน นักการเมืองไทย ชั่วข้ามคืนได้
ต้องให้ภาคประชาชนยืนหยัด สกัดคนไม่ดี ที่มาปกครองบ้านเมืองวอย่างเข้มแข็ง
หาก การเมืองภาคประชาชนแข็งแรง นักการเมืองต้องเปลี่ยนแปลง
ขออภัยทุกๆท่านๆครับที่มาตอบช้า เพราะมีภาระกิจเยอะมากในช่วงนี้ครับ
สวัสดีครับ อ.แหวว พอกันเลย ผมไปตอบบันทึกโน้นก่อน แล้วมาตอบบันทึกนี้ อิอิ
สวัสดีครับท่าน อท.
รัฐธรรมนูญน่าจะเอาหลักทางศาสนามาเขียนกำกับการบริหาร เคยอ่านหนังสือการศึกษาการวิเคราะห์การตีความของติช นัท ฮันห์ ที่คุณหิมพรรณ รักแต่งาม เขียนเป็นวิทยานิพนธ์ มีตอนหนึ่งจำได้คร่าวๆ ผมไม่มีเวลาไปหาหนังสือมาตอบท่านในตอนนี้ แต่จำได้ว่า ถึงที่สุดแล้วแม้ในศาสนาพุทธเองก็หาใช่เอาต่คำสอนของเฉพาะศาสนาพุทธ แต่ต้องเอาคำสอนของทุกศาสนามารวมไว้เป็นพุทธ(เป็นหนึ่งเดียว)เพราะทุกศาสนามีของดีอยู่ในตัว ต้องขออนุญาตไปค้นมาอีกทีนะครับ จำได้คร่าวๆแค่นี้ครับ เพราะช่วงนี้อ่านสำนวนเต็มโต๊ะไปหมดครับ อิอิ
คุณ สะ มะ นึก
พูดถูกครับ เห็นด้วยครับ มีคนอยากให้ผมเล่นการเมือง ผมบอกว่าผมไม่อยากเล่นเพราะสิ่งที่ผมทำมาตลอดด้วยความรู้สึกที่ดีและให้กับสังคมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนจะถูกตราหน้าทันทีว่าเราทำเพื่อเป็นนักการเมืองและถามว่าจะมีใครสักกี่คนที่เข้าใจ เพราะปากมนุษย์ไวกว่าปากกา ยิ่งพูดในสิ่งเลวคนจะเชื่อง่าย พูดสิ่งดีก็แค่รับฟัง อิอิ
เจ๋งเป้งเลยครับคุณคนโรงงาน
การเมืองภาคประชาชนสำคัญมากครับ ผมว่าปัจจุบันก็ดีไปอย่างหนึ่งที่การเมืองภาคประชาชนเข้มแข็งขึ้น แต่คนไทยก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ ผู้มีอำนาจก็ไม่ค่อยเข้าใจแม้จะบอกว่าตัวเองเป็นคนรักประชาธิปไตย ต้องออกมาพูดจาเยาะเย้ยถากถางทุกเมื่อเชื่อวัน แถมยังมีการยกพวกไปใช้ความรุนแรงกับอีกฝ่ายหนึ่ง มันแย่จริงๆ ถ้าไม่เข้าใจแล้วแค่ด่าฝ่ายตรงข้ามก็ยังพอรับได้อยู่ แต่การทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่งที่ไม่มีทางสู้ มันไร้สติ และเลิกคิดว่าตัวเองรักประชาธิปไตย รักในหลวงเสียทีเหอะ..เบื่อ..อิอิ
ในห้องเรียนผมกลับ ไม่ได้เก็บประเด็นเท่าไหร่...การทำสรุปให้กับสำนักฯ ต้องอาศัยท่านอัยการนี่หละครับ..
ขอบคุณมากๆครับ
ผมจะรอบันทึกการบรรยาย อ.เล็ก ปรีดา เรืองวิชาธร นะครับ อยากอ่านมาก
วันนี้พี่คงเดินทางมา กทม.แล้วสิครับ...ขอให้เดินทางมาโดยสวัสดิภาพครับ ไปดูงานภาคตะวันออกเตรียมพร้อมลุยแล้วครับผม...
มาถึงแล้วครับ แล้วก็เลยใช้เวลาที่มีมาเพิ่มเติมบันทึกครับ เขียนเสร็จแล้วแต่รอตกแต่งตอนสุดท้ายอยู่ครับ ส่วนวิชาอื่นสงสัยค่อยไปเขียนต่อที่ภูเก็ต เพราะคงมีเรื่องต้องบันทึกต้องเล่า ต้องแซวเพื่อนๆบ้าง รู้สึกมีแต่วิชาการเดี๋ยวจะไม่มีคนอ่าน อิอิ