ผม AAR ชีวิตส่วนตัวของผมเป็นช่วงๆ เพื่อทำความเข้าใจธรรมชาติของชีวิตคน ซึ่งในกรณีนี้คือตัวผมเอง ในตอนนี้เป็นการ AAR “วิจารณ์กับ UKM”
๏ ในช่วงปี ๒๕๔๗ สคส. ทำงานสร้างและเผยแพร่ KM มาได้ระยะหนึ่งแล้ว เริ่มมั่นใจว่าวิธีการที่ค้นพบ หรือทดลองใช้ น่าจะได้ผลดี ผมคิดว่ามหาวิทยาลัยซึ่งเป็น change agent สำคัญในสังคม น่าจะได้เข้ามา ขับเคลื่อนขบวนการ KM ในสังคมไทย โดยการลองเอาไปใช้และพัฒนา ขึ้นมาเอง แล้วโดยธรรมชาติของการเป็น change agent ของมหา วิทยาลัย KM ในมือของมหาวิทยาลัยก็จะถูกเผยแพร่ออกไปเองโดยอัตโนมัติ
๏ ผมคิดอยู่ตลอดเวลาว่า สคส. ที่เป็นโครงการเล็กๆ ไม่มีทางขยาย KM ไปเต็มพื้นที่ประเทศไทยได้ ต้องหาทางทำให้ “ยักษ์ใหญ่” ทั้งหลายเข้ามาเป็นเจ้าของ KM และเป็นผู้เผยแพร่ KM ที่ตนรู้จักออกไปสู่สังคมไทย ให้สังคมไทยได้รับประโยชน์จากเครื่องมือชิ้นนี้ ผมคิดว่า มหาวิทยาลัยเป็น “ยักษ์ใหญ่” หรือ “มหาอำนาจ” ในสังคม ส่วน สคส. ที่ผมริเริ่มขึ้นนั้น มีฐานะเป็น “มด” หรือ Nobody ในสังคม เราไม่มีพลังที่จะเปลี่ยนสังคมได้ ทั้งๆ ที่เรามีความใฝ่ฝัน และทะเยอทะยานที่จะเปลี่ยนสังคม
๏ ผมคิดว่า การดึงดูดทุกมหาวิทยาลัยเข้ามาร่วมขบวนการ UKM เป็นเรื่องเกินกำลัง จึงคิดหาทางสร้างเครือข่ายทดลอง (pilot network) ขึ้น มีสมาชิกเพียงจำนวนน้อย ดำเนินการทดลองพัฒนาวิธีการจัดการความรู้ โดยการใช้งานจริงในบริบทของตัวเอง แล้วเอาประสบการณ์มา ลปรร. กัน
๏ ด้วยข้อจำกัดผมมีโอกาสยุหรือชักชวนท่านอธิการบดีได้เพียง ๓ มหาวิทยาลัย คือ มน., มอ. และ มอ. ส่วนอีก ๒ มหาวิทยาลัย คือ มข. กับ มมส. ได้ข่าวก็ขอเข้ามาร่วม จึงมีการลงนามความร่วมมือเป็นเครือข่าย UKM ขึ้นที่ มม. เมื่อวันที่ ๒๔ ธ.ค. ๔๗ มีสมาชิกก่อตั้ง ๖ องค์กร คือ ๕ มหาวิทยาลัยกับ ๑ องค์กร คือ สคส. แล้วเราก็ไปจัด workshop เพื่อเรียนรู้เครื่องมือ KM กันที่บ้านผู้หว่าน ระหว่าง ๒๔ – ๒๖ ธ.ค. ๔๗ จบการประชุมตอนเย็นวันที่ ๒๖ ก็ได้ข่าวสึนามิที่ฝั่งอันดามัน และต่อมา มวล. กับ มรภ. มหาสารคามมาสมัครเข้าร่วม UKM ด้วย รวมเป็น ๗ มหาวิทยาลัย
๏ ในปีแรก สคส. สนับสนุนเงินค่าใช้จ่ายในการประชุมเครือข่ายบางส่วน พอเข้าปีที่ ๒ เราก็หย่านมทันที สคส. สนับสนุนเฉพาะ in kind ไม่มี in cash อีกต่อไป
๏ ปีนี้เป็นปีที่ ๔ ของ UKM สมาชิกทั้ง ๗ มหาวิทยาลัยตกลงกันนัดหมายมาลงนามความร่วมมือ UKM ระยะที่ ๒ อีก ๓ ปี โดย สคส. ไม่ได้เป็นสมาชิกของเครือข่าย แต่ก็รู้กันว่าเป็นภาคีเครือข่ายอย่างไม่เป็นทางการ
๏ ในช่วงเวลาปีเศษที่ผ่านมา ผมไปร่วมประชุม UKM แบบอยู่ไม่ตลอด เพราะมีภารกิจอื่น แต่ก็โชคดีที่เจ้าภาพมักเชิญผมไปพูดเปิดเกม หรือที่เรียกว่า keynote และการประชุม UKM13 เรื่อง การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ผมก็ได้รับเชิญไปพูด keynote อีก ผมตั้งใจว่า ในการประชุม UKM14 ที่ มมส. เรื่อง การวิจัยและพัฒนาการเรียนการสอน ผมจะเสาะหาคนที่เหมาะสมกว่าผม ไปพูด keynote
๏ ในการประชุม UKM13 ผมอยู่ร่วมตลอดวันครึ่งของการประชุม จึงได้เรียนรู้ความก้าวหน้า และ impact ของการมี UKM Network ต่อแต่ละสถาบันสมาชิก และผมก็ประเมินต่อว่าแต่ละองค์กรสมาชิก ได้ทำหน้าที่ขยายผลเครื่องมือ KM ออกสู่สังคมไทย อย่างน่าชื่นชม
๏ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ “วัฒนธรรมคู่ขนาน” ที่อยู่บนฐานความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน ไม่แบ่งชั้นวรรณะ มีความเคารพชื่นชมให้เกียรติกันบนฐานของความสำเร็จเล็กๆ ในการทำงาน
๏ เวที UKM จึงเป็นเวทีพิเศษ ที่ผู้ปฏิบัติงานระดับหน้างาน มากระทบไหล่ อาจารย์ และผู้ใหญ่มากๆ อย่างผม บนฐานของความเท่าเทียมกัน คนระดับหน้างานที่มีนวัตกรรมเล็กๆ ในการทำงาน ได้มีโอกาสเป็นผู้พูด ผู้เล่าเรื่อง โดยมีผู้ใหญ่นั่งฟังและชื่นชม เวทีเช่นนี้คนมหาวิทยาลัยไม่คุ้นเคย คนทำงานทั่วไปก็ไม่คุ้นเคย จึงมักมีเสียงอุทานในทุกครั้งที่มีหน้าใหม่มาร่วมประชุม ว่าเป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสการประชุมแบบนี้ และรู้สึกดีอย่างไม่เคยมีมาก่อน
๏ ที่จริงนี่คือเวทีหรือ “พื้นที่” KM ที่องค์กรที่มี KM Mastery ได้นำไปใช้ แต่อาจจะยังระบาดไปไม่ทั่วถึงทั้งองค์กร
๏ ย้อนกลับมาที่ชีวิตที่พอเพียงของผม การได้เห็นความสำเร็จเล็กๆ เช่นนี้เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตยามชราได้เป็นอย่างดี ว่ายุทธศาสตร์ชีวิตแนว “ทำโดยไม่ทำ” หรือทำโดยโอน ownership ไปให้คนอื่น ที่ผมใช้นั้นได้ผลดี อย่างน้อยๆ ก็ในเรื่อง UKM
วิจารณ์ พานิช
๓ ส.ค. ๕๑
ขอให้กำลังใจทีมงานครับ
"ทำโดยไม่ทำ"
ขอบคุณค่ะ
ตัวผมเอง และทีมที่ มน. นับว่าโชคดีมาก ๆ ที่ได้มีโอกาสเข้าร่วม UKM ตั้งแต่ต้น ได้เรียนรู้อะไรต่อมิอะไรมากมาย ที่สำคัญคือตรงเป้าตรงประเด็นกับการนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานมาก ๆ ขอกราบขอบพระคุณอีกครั้งครับ
ผมเองนับว่าเป็นอีกโอกาสหนึ่งครับของชีวิตครับ หลังจากที่ได้มาร่วมกับ UKM ทำให้ตัวผมเองหรือแม้แต่หลายท่านจาก Nobody เป็น Somebody
ขอกราบขอบพระคุณท่าน ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช อีกครั้งครับ
"ทำโดยไม่ทำ" เป็นงานยากนะคะ แต่ก็ต้องเริ่มค่ะ เพราะมิฉะนั้น คงต้องทำเองคนเดียวจนตายคางานค่ะ