กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ดร.ปฐมพงศ์ ศุภเลิศ
ความสำคัญของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
จุดมุ่งหมายของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ มุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนดี คนเก่งและอยู่ร่วมในสังคมอย่างมีความสุขบนพื้นฐานของความเป็นไทยนั้น นอกจากการพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีความรู้ที่เป็นพื้นฐานสำคัญ ซึ่งกำหนดไว้ในโครงสร้าง กลุ่มสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่มแล้ว หลักสูตรยังกำหนดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนไว้ด้วย โดยมุ่งส่งเสริมการพัฒนาผู้เรียนเพิ่มเติมจากกลุ่มสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่ม ให้ผู้เรียนรู้จักตนเอง ค้นพบความสามารถ ความถนัดของตนเองเพื่อการพัฒนาให้เต็มศักยภาพ เห็นคุณค่าในการประกอบสัมมาอาชีพ ให้เป็นผู้มีระเบียบวินัย ศีลธรรม จริยธรรม รู้จักบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบ การบำเพ็ญประโยชน์ให้ชุมชน สังคม ประเทศชาติและดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกส่วนในสังคมทั้งพ่อแม่ ผู้ปกครอง ชุมชน และภูมิปัญญาท้องถิ่น
ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจะต้องมีการพัฒนาและปรับปรุงให้เหมาะสม โดยมุ่งเน้นให้กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของสถานศึกษาเป็นกิจกรรมที่ให้ผู้เรียนเป็นผู้ปฏิบัติจริงโดยการศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผนการทำงานเป็นกลุ่มและประเมินผลเพื่อปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามลักษณะความพร้อม ความต้องการ และความเป็นไปได้ในการปฏิบัติตามดุลยพินิจของสถานศึกษาและมีการกำกับดูแลอย่างจริงจัง
ความหมายของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นกิจกรรมที่จัดอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วยรูปแบบกระบวนการวิธีการที่หลากหลาย ให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง มีความหมายและมีคุณค่าในการพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญาอารมณ์และสังคม มุ่งเสริมสร้างเจตคติ คุณค่าชีวิต ปลูกฝังคุณธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง สร้างจิตสำนึกในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปรับตัวและปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติ และดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข
พื้นฐานและแนวคิดของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนา ดังนี้ ๑) พัฒนาองค์รวมของความเป็นมนุษย์ให้ครบทุกด้าน ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคม ๒) พัฒนาความสามารถของตนเองตามศักยภาพ โดยมุ่งเน้นเพิ่มเติมจากกิจกรรมที่จัดให้ผู้เรียนเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง ๘ กลุ่ม ๓) เข้าร่วมและปฏิบัติกิจกรรมที่เลือกตามความถนัดและความสนใจของตนเอง
การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมีหลักการจัด ดังนี้ ๑) มีการกำหนดวัตถุประสงค์และแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ๒) จัดให้เหมาะสมกับวัย วุฒิภาวะ ความสนใจ ความถนัด และความสามารถของผู้เรียนและวัฒนธรรมที่ดีงาม ๓) บูรณาการวิชาการกับชีวิตจริง ให้ผู้เรียนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิตและรู้สึกสนุกกับการใฝ่รู้ใฝ่เรียน ๔) ใช้กระบวนการกลุ่มในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ฝึกให้คิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์ จินตนาการที่เป็นประโยชน์และสัมพันธ์กับชีวิตในแต่ละช่วงวัยอย่างต่อเนื่อง ๕) จำนวนสมาชิกมีความเหมาะสมกับลักษณะของกิจกรรม ๖) มีการกำหนดเวลาในการจัดกิจกรรมให้เหมาะสม สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเป้าหมายของสถานศึกษา ๗) ผู้เรียนเป็นผู้ดำเนินการ มีครูเป็นที่ปรึกษา ถือเป็นหน้าที่และงานประจำโดยคำนึงถึงความปลอดภัย ๘) ยึดหลักการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง ชุมชน องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม ๙) มีการประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยวิธีการที่หลากหลายและสอดคล้องกับกิจกรรมอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
การประยุกต์ใช้
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ประกอบด้วย กิจกรรมแนะแนวและกิจกรรมนักเรียนซึ่งสถานศึกษาสามารถจัดแยกหรือบูรณาการไว้ด้วยกันก็ได้ และสามารถจัดได้หลากหลายรูปแบบและวิธีการ โดยมีขอบข่ายดังนี้ ๑) เป็นกิจกรรมที่เกื้อกูล ส่งเสริมการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ให้กว้างขวางลึกซึ้งยิ่งขึ้น ในลักษณะของการปฏิบัติตามโครงการ/โครงงาน ในลักษณะเป็นกระบวนการเชิงบูรณาการโดยยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม เป็นพื้นฐาน ๒) เป็นกิจกรรมที่สนองความสนใจ ความถนัด ความต้องการของผู้เรียน ตามความแตกต่างระหว่างบุคคลในลักษณะชมรม ชุมนุม กลุ่มสนใจ เน้นการให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของวิชาความรู้ อาชีพและการดำเนินชีวิตที่ดีงาม ตลอดจนเห็นช่องทางในการประกอบอาชีพ ๓) เป็นกิจกรรมที่ปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกในการทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมในลักษณะต่างๆ ให้สามารถจัดการกับชีวิตและสังคมได้ มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น มีค่านิยมในความดีงาม มีวินัยในตนเอง มีคุณธรรมและจริยธรรม ตลอดจนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๔) เป็นกิจกรรมที่ฝึกการทำงานและการให้บริการต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ส่วนรวม เพื่อเสริมสร้างความมีน้ำใจ เอื้ออาทร ความเป็นพลเมืองดีและรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม
การออกแบบกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ที่สำคัญได้แก่การพัฒนาองค์รวมของความเป็นมนุษย์ให้ครบทุกด้าน ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม โดยอาจจัดเป็นแนวทางหนึ่งที่จะสนองนโยบายในการสร้างเยาวชนของชาติให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย และมีคุณภาพเพื่อพัฒนาองค์รวมของความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคม ซึ่งสถานศึกษาจะต้องดำเนินการอย่างมีเป้าหมาย มีรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนแบ่งเป็น ๒ ลักษณะ คือ
๑. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาความสามารถของผู้เรียนให้เหมาะสมตามความแตกต่างระหว่างบุคคล สามารถค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตน เสริมสร้างทักษะชีวิต วุฒิภาวะทางอารมณ์ การเรียนรู้ในเชิงพหุปัญญา และการสร้างสัมพันธภาพที่ดี ซึ่งครูทุกคนจะต้องทำหน้าที่แนะแนว ให้คำปรึกษาด้านชีวิต การศึกษาต่อ และการพัฒนาตนเองสู่โลกอาชีพการมีงานทำ
๒. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่เกิดจากความสมัครใจของผู้เรียน มุ่งพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์เพิ่มเติมจากกิจกรรมในกลุ่มสาระ เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ช่วยกันแก้ปัญหา ส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียนอย่างเต็มที่ รวมถึงกิจกรรมที่มุ่งปลูกฝังความมีระเบียบวินัย รับผิดชอบ รู้สิทธิและหน้าที่ของตนเอง แบ่งตามความแตกต่างระหว่างกิจกรรมได้ ๒ ลักษณะ ดังนี้
๒.๑ กิจกรรมพัฒนาความถนัด ความสนใจ ความต้องการของผู้เรียน เป้าหมายของกิจกรรมมุ่งเน้นการเติมเต็มความรู้ ความชำนาญและประสบการณ์ของผู้เรียนให้กว้างขวางยิ่งขึ้นเพื่อการค้นพบความถนัด ความสนใจของผู้เรียน และพัฒนาตนเองให้เต็มศักยภาพ ตลอดจนการพัฒนาทักษะของสังคม และปลูกฝังจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคม
๒.๒ กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์ และรักษาดินแดน เป็นกิจกรรมที่มุ่งปลูกฝังระเบียบวินัย กฎเกณฑ์ เพื่อการอยู่รวมกันในสภาพชีวิตต่าง ๆ นำไปสู่พื้นฐานการทำประโยชน์ให้แก่สังคม และวิถีชีวิตในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งกระบวนการจัดให้เป็นไปตามข้อกำหนดของคณะกรรมการลูกเสือแห่งชาติ ยุวกาชาด สมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์และกรมการรักษาดินแดน
การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอาจจัดได้หลายรูปแบบเช่น ๑) จัดแบ่งสัดส่วนเวลาของกิจกรรมต่าง ๆ แล้วกำหนดเวลาเรียนในตารางเวลาเรียน เช่นเดียวกันกับกลุ่มสาระอีก ๘ กลุ่มสาระ ๒) จัดแบ่งสัดส่วนเวลาของกิจกรรมต่าง ๆ แล้วกำหนดเวลาเรียนบางส่วนในตารางเวลาเรียนปกติ และบางส่วนนอกเวลาเรียน ๓) จัดกิจกรรมต่าง ๆ ไปด้วยกัน โดยการวางแผนร่วมกันของกลุ่มอาจารย์ที่ปรึกษากิจกรรม กำหนดเวลาเรียนบางส่วนในตารางเวลาเรียนปกติ บางส่วนนอกเวลาเรียน
ตัวอย่างการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
๑. สนับสนุนการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง ๘ กลุ่ม เป็นกิจกรรมที่มุ่งส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ ด้านวิชาการในกลุ่มสาระต่าง ๆ ทั้งในห้องเรียน และเสริมบทเรียนเพื่อให้เกิดประโยชน์และคุณค่าในชีวิตประจำวัน เช่น คลินิกภาษาไทยชุมนุมวรรณศิลป์ ชุมนุมส่งเสริมนักอ่าน ชุมนุมวิทยาศาสตร์ชุมนุมคณิตศาสตร์ชุมนุมภาษาอังกฤษ ชุมนุมภาษาฝรั่งเศส ชุมนุมสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
๒. ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมและลักษณะที่พึงประสงค์ เป็นกิจกรรมที่มุ่งฝึกอบรม
บ่มนิสัยให้เป็นพลเมืองดีตามจารีตประเพณีของชาติ มีคุณธรรมจริยธรรมรู้จักช่วยเหลือเกื้อกูลกันยอมรับผู้อื่น มีความอดทน ทำงานร่วมกันเป็นทีมและภูมิใจในความเป็นไทย อันมีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เช่น ลูกเสือ เนตรนารียุวกาชาดรักษาดินแดน
๓. ส่งเสริมการให้บริการและการประกอบอาชีพ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมประสบการณ์การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์รู้จักช่วยเหลือผู้อื่นและเข้าใจกระบวนการประกอบอาชีพในระหว่างเรียนเพื่อนำไปเป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวมเช่นชุมนุมประชาสัมพันธ์ชุมนุมสหกรณ์ชุมนุมพยาบาลชุมนุมห้องสมุดชุมนุมคอมพิวเตอร์ชุมนุมพิมพ์ดีดไทย – อังกฤษชุมนุมประดิษฐ์ดอกไม้ชุมนุมเกษตรกรรมชุมนุมงานไม้ชุมนุมเคลือบโลหะด้วยพลาสติกชุมนุมโสตทัศนูปกรณ์ชุมนุมมัคคุเทศก์ชุมนุมทัศนศึกษา
๔. ส่งเสริมความถนัด /ความสนใจตามความสามารถของผู้เรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งส่งเสริมความสามารถความถนัดและความสนใจเฉพาะตน เพื่อนำไปเป็นประโยชน์ต่อตนเอง เช่นชุมนุมดนตรีไทยชุมนุมดนตรีสากลชุมนุมเชียร์รีดเดอร์ชุมนุมศิลปะการแสดง ชุมนุมศิลปะพื้นบ้านชุมนุมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมชุมนุมถ่ายภาพชุมนุมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยชุมนุมว่ายน้ำชุมนุมกรีฑาชุมนุมบาสเกตบอลชุมนุมเทเบิลเทนนิสชุมนุมฟุตบอลชุมนุมกระบี่กระบอง ชุมนุมมวยสากลชุมนุมสมุนไพรชุมนุมปักผ้าครอสติส
การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจะบรรลุผลสำเร็จได้ สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมให้เหมาะสมกับวัย วุฒิภาวะ และความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน
เอกสารอ้างอิง
วิชาการ, กรม. (๒๕๔๕). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔.
กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.