ดังได้บันทึกไว้แล้วใน http://gotoknow.org/blog/thaikm/197608 ว่าวันที่ ๒๙ ก.ค. ๕๑ ผมเข้าร่วมประชุม เครือข่ายพูนพลังเยาวชน ครั้งที่ ๔ จึงขอนำรายละเอียดมาลงบันทึกไว้
โครงการ “เครือข่ายภาคีพูนพลังเยาวชน”
๑. หลักการและเหตุผล
สืบเนื่องจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้มอบหมายให้ มูลนิธิสยามกัมมาจล ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ทำงานด้านการพัฒนาเด็ก เยาวชน และชุมชน โดยมีเป้าหมาย คือ สนับสนุนองค์กรต่างๆ ที่ทำงานด้านพัฒนาเด็กและเยาวชน ให้มีความสามารถในการทำงานอย่างต่อเนื่องและขยายผลต่อไป ส่งผลให้เด็กและเยาวชนไทยมีการพัฒนาขีดความสามารถของตนเอง และมีจิตสาธารณะแบ่งปันกับผู้อื่น
มูลนิธิ จึงได้จัดให้มีการประชุมเครือข่ายภาคีพูนพลังเยาวชน เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมกันขององค์กรเครือข่ายที่ทำงานด้านพัฒนาเด็กและเยาวชน โดยมีเป้าหมาย คือ เป็นสื่อกลางในการนำเสนอเรื่องราวความสำเร็จ ที่สามารถเรียนรู้ร่วมกัน โดยมี ศาสตราจารย์นายแพทย์วิจารณ์ พานิช เป็นประธานในที่ประชุมฯ และเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายดังกล่าวข้างต้น มูลนิธิ จึงได้ร่วมกับองค์กรภาคีต่างๆ เพื่อร่วมจัดให้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
และในการนี้ มูลนิธิสยามกัมมาจล ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดให้มีการประชุมปฏิบัติการของ“เครือข่ายภาคีพูนพลังเยาวชน” ครั้งที่ ๔ ขึ้น ในวันอังคาร์ที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ณ ห้องประชุมมหิศร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อพัฒนาศักยภาพร่วมกันของกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็กและเยาวชน รวมทั้งคนทำงานด้านพัฒนาเด็กและเยาวชน ด้วยการจัดให้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเด็นต่างๆ ที่อยู่ในความสนใจร่วมกัน
๒.๒ เพื่อรวบรวม ประมวล วิเคราะห์ และสังเคราะห์องค์ความรู้ว่าด้วยเรื่องสถานการณ์ด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนในประเด็นต่างๆ ที่มีความสำคัญต่อกระบวนการพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชน เพื่อประโยชน์ในการจัดทำแผนสนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยต่อไป
๒.๓ เพื่อก่อให้เกิดเครือข่ายภาคีพูนพลังเยาวชนขององค์กรที่ทำงานด้านพัฒนาเด็กและเยาวชน เกิดการทำงานในลักษณะที่เสริมพลัง (Synery) ซึ่งกันและกัน
๓. วิธีดำเนินการ
๓.๑ หาประเด็นต่างๆ ที่มีความสนใจร่วมกัน อันนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพทั้งในแง่ของการยกระดับความรู้และพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ของเด็ก เยาวชน และคนทำงานด้านพัฒนาเด็กและเยาวชนขององค์กรต่าง ๆ
๓.๒ หาองค์กรที่ทำงานด้านพัฒนาเด็กและเยาวชน ที่มีเรื่องราวความสำเร็จ (Success Story) ที่น่าสนใจ หรือตามประเด็นต่างๆ ที่มีความสนใจร่วมกัน เพื่อนำมาเสนอในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้
๓.๓ จัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อถอดความรู้ ด้วยการบันทึกเรื่องราวความสำเร็จในประเด็นที่มีความสนใจร่วมกัน และเผยแพร่ความรู้เพื่อขยายผลต่อไป
๓.๔ ใช้ระบบ IT ในการรวบรวมองค์ความรู้ด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน เพื่อการใช้งานร่วมกันต่อไป
๔. องค์กรร่วมจัด
๔.๑ มูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
๔.๒ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
๔.๓ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
๕. วันเวลาและสถานที่
วันอังคารที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๐๐ น.
ณ ห้องประชุมมหิศร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สำนักรัชโยธิน
๖. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
๖.๑ องค์กรสนับสนุนเด็ก เยาวชน และชุมชน สามารถพัฒนาศักยภาพร่วมกัน จากการเรียนรู้เรื่องราวความสำเร็จขององค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ
๖.๒ ได้องค์ความรู้เรื่องการพัฒนาเด็กและเยาวชน เพื่อนำความรู้ไปพัฒนาต่อยอดและพัฒนาศักยภาพของเด็ก เยาวชน และคนทำงานด้านพัฒนาเด็กและเยาวชนต่อไป
๖.๓ เกิดเครือข่ายองค์กรที่ทำงานด้านพัฒนาเด็กและเยาวชนที่สามารถทำงานร่วมกันในลักษณะการเสริมพลัง (Synergy) ซึ่งกันและกัน
๖.๔ เกิดเครือข่ายเด็กและเยาวชน ที่ทำงานจิตอาสาในองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ
กำหนดการวันอังคารที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๑
เวลา ๐๘.๐๐ - ๐๙.๐๐ น. ลงทะเบียน
เวลา ๐๙.๐๐ - ๐๙.๓๐ น. ปาฐกถาพิเศษหัวข้อเรื่อง “ถักทอ เสริมพลัง สู่การพัฒนาเด็กและเยาวชน”
โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์วิจารณ์ พานิช
เวลา ๐๙.๓๐ - ๑๐.๐๐ น. กล่าวชี้แจงวัตถุประสงค์
โดย คุณปิยาภรณ์ มัณฑะจิตร ผู้จัดการมูลนิธิสยามกัมมาจล
คุณเพ็ญพรรณ จิตตะเสนีย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเรียนรู้และสุขภาวะ-
องค์รวม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม
สุขภาพ (สสส.)
รศ.ดร.พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์ คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ น. ทำความรู้จัก แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน (แบ่งกลุ่มย่อย ๕ ประเด็น)
• ห้องย่อย ๑ สื่อกับเยาวชน
• ห้องย่อย ๒ เยาวชนกับการสร้างเสริมสุขภาวะ
• ห้องย่อย ๓ เด็กและเยาวชนที่มีความต้องการพิเศษ
• ห้องย่อย ๔ เยาวชน ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม
• ห้องย่อย ๕ การพัฒนาเยาวชนเชิงพื้นที่
หมายเหตุ พักรับประทานอาหารว่าง หน้าห้องย่อยแต่ละประเด็น เวลา ๑๐.๓๐ น.
เวลา ๑๒.๐๐ - ๑๓.๐๐ น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๕.๐๐ น. แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตามประเด็นของแต่ละกลุ่มย่อย (ต่อ)
หมายเหตุ พักรับประทานอาหารว่าง หน้าห้องย่อยแต่ละประเด็น เวลา ๑๔.๓๐ น.
เวลา ๑๕.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. นำเสนอภาพรวมเพื่อร่วมกำหนดยุทธศาสตร์ และขยายเครือข่ายพูนพลังเยาวชน
เวลา ๑๖.๐๐ - ๑๖.๓๐ น. ชมบรรเลงซอสร้างสุข และกล่าวปิดงาน
โดย อาจารย์สุรินทร์ กิจนิตย์ชีว์
------------------------------------------------
ผม AAR การประชุมนี้ว่า ประสบความสำเร็จในการ ลปรร. ความรู้ฝังลึกด้านการส่งเสริมเยาวชนอย่างน่าชื่นชม
• ผมต้องการเห็นว่า เครือข่ายพูนพลังเยาวชน มีหน่วยงาน/กลุ่มทำงาน ด้านเด็กและเยาวชน เพิ่มขึ้นเพียงใด จากการจัดประชุมครั้งที่ ๔ นี้ ผมยังไม่ได้รายละเอียด แต่เข้าใจว่ามีหน่วยงานภาคีมาร่วมเพิ่มขึ้น
• ผมต้องการหยั่งดูว่า การดำเนินการด้านเด็กและเยาวชน มีวิธีการที่มีนวัตกรรม หรือมีความแยบยล จากการเข้าฟังในห้องที่เน้นการดำเนินการในพื้นที่ ผมชื่นใจที่มี อบต. ๓ แห่งใน จ. นครสวรรค์ หันมาเอาใจใส่เรื่องนี้ และ กศน. ก็เข้ามาร่วมมือดำเนินการด้วย กลุ่มนี้มี สรส. ของคุณทรงพล เจตนาวณิชย์เป็นพี้เลี้ยง และมีการใช้ KM เป็นเครื่องมือทำงานด้วย ในพื้นที่นี้มีพระทำงานอย่างแข็งขันน่าชื่นชมมาก ผมเชื่อว่าภายในเวลา ๒ – ๓ ปี พื้นที่ของตำบลทั้ง ๓ ของ จ. นครสวรรค์ จะก้าวหน้าอย่างมาก
• หลักการสำคัญคือ อบต. หรือหน่วยงานในพื้นที่ต้องใส่ทรัพยากรเข้าไปส่งเสริมการเรียนรู้ในพื้นที่ เน้นการเรียนรู้ในชีวิตจริง เน้นให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ แล้วนำเอาประสบการณ์มา ลปรร. กัน ซึ่งก็คือใช้ KM เป็นเครื่องมือช่วยการเรียนรู้
• ใน ๓ จว. ภาคใต้ ก็มีการใช้กิจกรรมเยาวชน เพื่อสร้างความเข้าใจปรองดองในสังคม เข้าใจว่ามูลนิธิ สุข-แก้ว แก้วแดง ของ ดร. รุ่ง แก้วแดง จะทำงานด้านนี้อย่างแข็งขัน แต่ผมไม่อยู่ตอนท่านเล่ารายละเอียด
• มีการย้ำ ว่าลัทธิทุนนิยม วัตถุนิยม เอาเปรียบเบียดเบียน รังแก ทำลายเด็กทั้งโดยตรง และโดยอ้อม ทำให้เกิดพื้นที่เสี่ยง ที่ชักนำเด็กและเยาวชนสู่อบายมุข เช่น ร้านเกม-เน็ต สถานเริมรมย์ เว็บโป๊ โฆษณาในที่ต่างๆ ที่กระตุ้นต่อมซื้อ ต่อมอยากได้ ของเด็กและเยาวชน
• ในการประชุมครั้งต่อๆ ไป ไม่ควรเน้นจำนวนคนมากๆ ควรเน้นคุณภาพของการ ลปรร. ที่จะเชื่อมเครือข่ายการทำงานร่วมกัน ร่วมมือกัน ควรพิถีพิถันการออกแบบวิธีการจัดเวที ลปรร. ที่จะให้มีการปลดปล่อย Tacit Knowledge ระดับลึกมากๆ ออกมา ลปรร. กัน และต้องฝึก “คุณลิขิต” ที่จะบันทึกความรู้ที่ละเอียดเหล่านั้น คนของมูลนิธิฯ ควรเข้าไปรับผิดชอบการบันทึกความรู้เอาไว้ใช้ต่อ
• ถ้ามูลนิธิสยามกัมมาจลจะสนันสนุนค่าเดินทาง ควรสนับสนุนเฉพาะผู้ที่เราเชิญ และพิถีพิถันเลือกตัวบุคคลที่จะเชิญ ส่วนผู้สนใจเข้าร่วมเองก็มีได้โดยจ่ายค่าเดินทางเอง
• ควรมีการประเมินผล ว่าการประชุมได้ก่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาคีอย่างไรบ้าง เกิดผลดีต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างไร
วิจารณ์ พานิช
๓๑ ก.ค. ๕๑

บรรยากาศของการประชุม