ค่ำคืนแห่งวันพระแรม 15 ค่ำ วันนี้ฉันเฝ้าสู้ตรากตรำทำความเพียร

เมื่อทำความเพียร จุดมุ่งหมายของการกระทำหรือที่ใครหลายคนเรียกว่ากรรมนั้นก็คือ “ความเพียร”
ความเพียรเป็นเครื่องเผากิเลส
งานนั้นเป็นเพียงองค์ประกอบปลีกย่อยที่ใช้รัดเรียงร้อยเป็นข้อหนึ่งในโซ่แห่งความเพียร

เมื่อทำความเพียรแล้ววันนี้ฉันเลือกเพียรในกรรมดี

ทำงาน ทำความดี แล้วชีวิตนี้จักมีพลัง
สู้ฝืนความง่วง ความเหนื่อย ความล้าได้ ด้วยเพราะมีจิตใจที่ยิ้มแย้มและแจ่มใส
เหนื่อยจากงานทางกายนั้นสามารถสู้ต่อได้ด้วยมีแรงใจ ทำความเพียรอย่างเต็มที่ไซร้จักได้ความเพียรเป็นพลัง

วิริยะบารมีเป็นสิ่งที่ฉันเพียรสร้าง เพียรก่อให้เกิด
ความกระตือรือร้นหนึ่ง ความรวดเร็วว่องไวไม่ให้เฉิ่นอีกหนึ่ง สิ่งสองนี้จักต้องสร้างให้เกิดให้มี
การทำงานแบบเช้าชามเย็นสองชามต้องตัดทิ้งออกเสีย
ดึงพลัง ใช้เวลาในชีวิตอันน้อยนักนี้ให้เต็มที่ เต็มกำลัง เต็มเวลา

ชีวิตนี้ไม่ต้องนอนก็ได้ ไม่ต้องหลับมากก็ได้ เพราะไม่นานชีวิตฉันนี้คงได้ทอดกายลงบนผืนแผ่นดิน

วันนี้ก็เฝ้าเพียรหาข้อมูลเรื่องเตาเผาศพ ก็เพราะวันหนึ่งเราก็ต้องเป็นศพให้เขาเผา

เมื่อเย็นไปสวดศพเขา ไม่นานจักต้องมีพระมาสวดศพให้เรา วันนี้เขาวันหน้าต้องเป็นเรา

ร่างกายนี้เมื่อจิตวิญญาณทิ้งออกไปแล้วก็เป็นประดุจท่อนไม้และท่อนฟืนหาประโยชน์อะไรมิได้

วันนี้จิตยังอาศัยร่างนี้กายนี้ได้อยู่
ร่างนี้กายนี้ยังใช้ได้ เป็นเครื่องอยู่ เครื่องอาศัยได้ ฉันจักต้องใช้เพื่อทำความดี

ความเพียรถ้าไม่ฝึก ไม่สร้าง ก็ไม่สามารถก้าวข้ามผ่านความขี้เกียจ ติดสุข ติดสบาย “กลัวตาย”

ทำไปเถอะนะความดีสักวันหนึ่งจักต้องหนีจากความกลัวภายในจิตใจเสียได้ด้วย “ความเพียร”