วันนี้ ที่นี่ ใคร ๆ เขาก็ไม่นอนกัน
วันนี้ ที่นี่ ใคร ๆ เขาก็เร่งกันทำความเพียร
วันนี้ ที่นี่ ใคร ๆ เขาก็ทนฝืนสู้กับนิวรณ์
วันนี้ ที่นี่ ใคร ๆ เขาก็ข่มความง่วงหงาว หาวนอน ด้วยจิตที่เข้มแข็ง

จิตที่เข้มแข็งอันจะยืนหยัดสู้นิวรณ์ได้จักต้องเป็น “จิตดี จิตสบาย”

จิตดี คือ จิตที่ผ่องใส เบิกบาน ปราศจากความโกรธ ความข้อง ความหมองใจ
จิตเบิกบาน เป็นจิตที่มีพลัง
จิตโกรธ จิตเศร้าหมอง เป็นจิตที่ถูกตัดพลัง

จิตสดใจ เป็นจิตที่แข็งแรงและมีแรง
จิตเศร้าหมอง เป็นจิตที่อ่อนแรงและหมดแรง

เมื่อจิตไม่มีแรง จิตนั้นจะเอาสิ่งใดไปสู้ทนฝืนนิวรณ์
กายก็อยู่ก็พอทน แต่ถ้าต้องปนกับจิตที่ล้าด้วยคงไม่ไหว
ต้องเร่งยิ้มหน่อยยิ้มใหญ่ สร้างความสดใสให้จิตมีพลัง

เมื่อกายสัปปายะ มีสถานที่อันเหมาะสมกับแหล่งที่อุดมด้วยความสงบ
ต้องทำจิตให้สัปปายะ เหมาะสมที่เป็นที่ชุมนุมกันของความสงบ

นายสงบจะอยู่ได้ ต้องปราศจากนายโลภ นายโกรธ และนายหลง "มีฉันต้องไม่มีเธอ"

มีหน้าที่ทำความเพียรก็ทำไปไม่คาดหวัง
ทำแล้วไม่เห็นได้อะไรก็อย่าไปโกรธ
ทำแล้วหากหวังได้โน่นได้นี่คือความโลภ
ทำแล้วหากสงบคือรางวัล

ทำความดีก็ต้องได้ดี
ทำความเพียรก็ได้ความเพียร
นั่งสมาธิก็ได้นั่งหายใจเข้าหายใจออก
เดินจงกลมก็ได้เดินก้าวเท้าซ้ายก้าวเท้าขวา

ร่างกายจักมีพลังต้องออกกำลังกาย
จิตใจจักมีพลังต้อง “สงบ”

การทำความเพียรในคืนวันพระเป็นวัตรปฏิบัติและธุดงควัตรของผู้ที่เห็นภัยในวัฏฏะสงสาร
เห็นแล้วจึงเพียรพยายาม สู้ และหนีห่างจากกิเลสภัย

ต้องสู้บ้าง ขืนบ้าง ฝืนบ้าง อย่าทำตามเสียงร้องเรียกของกิเลสอยู่ร่ำไป
ต้องเฝ้าฝืน ด้วยแรงจิตพลังใจ สู้เข้าไป สู้นะ สู้เพื่อธรรม...