กราบสวัสดีครัีบ สบาัยดีกันนะครัีบทุกท่าน

        ไม่ได้เขียนมาหลายวันครัีบผม เลยอยากจะชวนกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากของเก่ากันไปก่อนครัีบ หลายๆ อย่าง ผมถ่ายทอดความคิดผมลงไว้ในบล็อกเหล่านี้ไว้เป็นส่วนใหญ่ แนวคิด อุดมการณ์ ที่ผมพอจะคิดได้ก็ฝังอยู่ในบล็อกเหล่านี้ครับ

บล็อก
และรวมอยู่ทั้งหมดในแพลนเน็ต รวมบันทึกของ มิสเตอร์ช่วย มีบันทึกรวมอยู่ราวๆ กว่า 500 บันทึกครับ

        และหากสิ่งที่ได้เขียนมาทั้งหมดเกิดประโยชน์กับสังคมไทย ก็นำไปคิดต่อใช้ต่อได้เลยครับ เพราะผมคิดว่าีนี่คือช่องทางหนึ่งที่ผมจะคืนสิ่งที่ผมได้เรียนรู้คืนกลับสังคมครัีบ ดังที่ได้กล่าวไว้ในความคิดเห็นนี้ 367603 ในบันทึกนี้ (อย่าได้ยกคุณค่าของบล็อกนี้ให้สูงนะครับ เพราะผมวางไว้บนดินแล้ว)


       ช่วงนี้ยุ่งๆ หลายๆ เรื่อง เลยขอให้ญาติิมิตรที่คิดถึงกับ อยากแลกเปลี่ยน อ่านบันทึกเก่าๆ ที่ได้เขียนไว้แล้วทบทวนแลกเปลี่ยนกันได้นะครัีบ เพราะสิ่งที่เขียนไปส่วนใหญ่นั้นไ่ม่ได้เก่าไปเลย เพราะส่วนใหญ่จะไม่ได้เป็นการเขียนรายงานประจำวันครับ แต่จะเน้นเป็นการคิด จุดสะกิดให้คิดต่อยอด และบางบันทึกเกี่ยวกับดินฟ้าอากาศ ก็มีผลอัพเดตรายวันซึ่งยังคงคุณค่าอยู่ตลอด เพราะไปดึงผลของการคำนวณมาแสดงผลรายวันครัีบ  ส่วนจะดีหรือไม่ดีนั้น ก็อ่านแล้วประมวลกันเองนะครัีบ

       ตอนนี้ผมก็เปิดไว้อีกที่ในเว็บลานปัญญาครัีบ แต่ก็ไม่มีเวลาที่จะเขียนเช่นกันครัีบ หายๆ ยุ่งแล้วก็คงได้เขียนกันต่อนะครัีบ ตอนนี้ผมสนใจเรื่องการนำความรู้สู่ชุมชนมากกว่าครับ

       หากคิดถึงผมก็อ่านบันทึกเก่าได้ครับ เม้นไว้ผมก็จะมาตอบครับ ตอนนี้ผมพบว่าตัวเองติดปัญหาใหญ่คือ มีความรู้ไม่เพียงพอจะใช้ครัีบ แล้วคนเรานั้นต้องเรียนรู้ตลอดเวลา หากเมื่อไหร่เราศึกษาอะไรสักอย่าง หากแค่ึศึกษาผิวเผินมันก็แค่นั้นครัีบ เพียงแค่เป็น รู้ไว้ใช้ว่า ใส่บ่าแบกหาม แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เรียนเพื่อต้องทำ เพื่อนำไปสู่การใช้จริง เราจะพบว่าความรู้เรานั้นมีขีดจำกัด และศักยภาพที่จำกัดเช่นกันครัีบ  ทำให้ความสำคัญในการเรียนรู้ หรือแนวทางในการเรียนรู้นั้นสำคัญมากๆ เพื่อต่อยอดฐานรู้เดิมที่ยังทันสมัยและเข้ากับปัจจุบันยุค ครัีบ

       เวลาใจเราจะทำอะไร  เราเคยติดกรอบไหมครัีบ?  เวลาร่างกายเราจะเอื้อมอะไรบางอย่าง เคยเจอศักยภาพตัวเองไหมครับ ว่าสภาพกายตัวเองไม่ถึงขั้น?  เวลาเราจะใช้ความรู้ในการทำอะไร ความรู้ไม่พอใช้ เคยเป็นไหมครับ?  ดังนั้น ใจ กาย ปัญญา ของคนเราก็มีจำกัดเช่นกัน แต่เมื่อรวมพลังกันเมื่อไหร่ ข้อจำกัดเหล่านี้จะลดลง นั่นคือ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แต่แค่นี้ ยังไปไม่ถึงฝั่งฝันหรอกครับ หากไม่ได้นำไปสู่การใช้จริงอย่างสร้างสรรค์จนได้เห็นรอยยิ้มของสังคม


วันนี้เราแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กับหัวใจ ร่างกาย และปัญญาในตัวเองแล้วหรือยัง
และจะนำไปสู่การเชื่อมกับการเป็น โมเด็มชุมชน/สังคม ได้อย่างไร?


กราบขอบพระคุณมากครัีบ

เม้งครัีบ