จากที่ได้อ่านบทความของหลาย ๆ ท่าน ณ ชุมชนแห่งนี้เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมด ผมสังเกตพบว่า มีการอ้างอิงถึงทฤษฎีหรือหลักการสอน รูปแบบการสอนของต่างชาติ (ฝรั่ง) เป็นส่วนใหญ่ ก็เลยอดคิดไม่ได้ว่า ทำไมองค์ความรู้เกี่ยวกับการเรียนการสอนของไทยเราเองมันไม่มีหรืออย่างไร หรือมีก็น้อยแสนน้อยเสียเหลือเกิน (หรือว่ามีมากอยู่ ก็ไม่รู้นะครับ ผมอาจจะทึกทักเอาเอง ตามที่ได้สัมผัสมาครับ ว่ามันมีน้อย) เพราะใครเอ่ยขึ้นมาก็ฝรั่งนำหน้ามาเชียว ที่พูดอย่างนี้ผมไม่ได้มีอคติกับฝรั่งนะครับ และผมชอบที่จะศึกษาภาษาอังกฤษ พยายามฝึกอ่าน เขียน ฟัง พูด ภาษาอังกฤษเสียด้วยซ้ำนะครับ แต่ตอนนี้ผมขอตั้งข้อสังเกตให้ท่านทั้งหลายได้หวนคิดสักนิดหนึ่งนะครับว่า คนไทยเราก็มีความเฉลียวฉลาดไม่แพ้ชาติใดในโลกนี้หรอกครับ บรรพบุรุษรักษาบ้านเมืองไว้ให้เราได้มาจนถึงทุกวันนี้ก็ย่อมแสดงให้เห็นแล้วว่า ภูมิปัญญาของไทยเราต้องมีดีแน่นอน ที่พูดถึงเรื่องนี้ก็เพราะเป็นห่วงว่าสังคมไทยเรา ณ ปัจจุบันนี้เป็นสังคมเลียนแบบเสียส่วนใหญ่ ซึ่งผมว่ามันอันตรายมากนะครับ เพราะเราจะขาดซึ่งเอกลักษณ์ของความเป็นไทย จริงอยู่ครับที่เราจะต้องติดต่อสื่อสารหรือทำมาค้าขายกับต่างชาติ แต่ถ้าเราลอกเลียนเขาอยู่ร่ำไป แล้วองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่เกิดจากมันสมองของเราเองมันจะไม่เกิด ในอนาคตเราจะมีความภูมิใจได้อย่างไรว่าเราเป็นไทย เพราะองค์ความรู้ทุกอย่างเราไม่ได้สั่งสมหรือสร้างสรรค์ขึ้นมาจากความเป็นไทยของเราเอง ผมว่าเราศึกษาของเขาได้แต่เราต้องคิดของเราเองด้วยนะครับ ซึ่งตอนนี้มันมีน้อยเหลือเกิน มันอาจจะมีสาเหตุมาจากหลายอย่างครับที่ทำให้เราต้องลอกเลียนเขา เช่น
1. คิดว่าฝรั่งเป็นพวกที่เจริญแล้ว เราต้องเอาอย่างเขา ไม่งั้นเราจะล้าหลัง
2. คนไทยบางคนก็คิดหลักการสอนหรือทฤษฎีของตัวเองได้ แต่ติดที่ว่าไม่มีคนยอมรับหรือให้การสนับสนุน เช่น สมมุติว่าถ้าครูคนหนึ่งคิดค้นรูปแบบการสอนขึ้นมาเอง แล้วจะนำส่งเพื่อทำผลงานทางวิชาการเพื่อเลื่อนวิทยฐานะ ก็จะไม่ได้การยอมรับจากคณะกรรมการที่มาตรวจผลงาน บอกว่าไม่มีทฤษฎีของนักการศึกษา (โดยเฉพาะของฝรั่ง) มารองรับ ทั้ง ๆ ที่บางครั้งรูปแบบการสอนนั้นๆ ก็ใช้ได้ผลเป็นอย่างดี
3. คนไทยขาดการยอมรับซึ่งกันและกัน เกรงว่าคนอื่นจะเด่นกว่าตัวเอง เพื่อปกปิดความคิดหรือนิสัยแบบนี้หรืออาจจะเพื่อแก้ปัญหาเรื่องความขัดแย้งกันเองก็เลยไปเอาของคนต่างชาติมาอ้างดีกว่า
4. คนไทยเราทุกวันนี้ มีการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น จากปริญญาตรีก็เรียนต่อโท จากปริญญาโทก็ต่อดอกเตอร์ บางครั้งการนำทฤษฎีของฝรั่งมาใช้ก็อาจจะเป็นการแสดงภูมิรู้ (หรืออวดอ้าง) ว่าตัวเองก็ได้ร่ำได้เรียนมาเหมือนกัน หารู้ไม่ว่าการอ้างอิงเขา (ฝรั่ง) มากเท่าใดก็แสดงว่าตัวเองยิ่งเป็นคนที่คิดไม่เป็นมากขึ้นเท่านั้น หาใช่ภูมิปัญญาที่เราสร้างขึ้นเองซะเมื่อไหร่
ฯลฯ
ที่นำเสนออย่างนี้ ก็ต้องขออภัยหลาย ๆ ท่าน ณ ที่นี้ด้วยนะครับ แต่มันเป็นข้อสังเกตหรือความรู้สึกที่ผมมีอยู่ ณ ตอนนี้ครับ ท่ามกลางความขัดแย้งต่างๆ ที่เรา ๆ ท่าน ๆ ทั้งหลายได้สัมผัสผ่านสื่อต่าง ๆ อยู่ทุกอนุภาคของสังคมไทยในปัจจุบันนี้ ผมก็เลยคิดว่าสาเหตุแห่งความขัดแย้งส่วนหนึ่งมันน่าจะมาจากการที่เราลืมความเป็นไทยของเราเอง เราขาดการบ่มเพาะลักษณะนิสัยความเป็นไทยให้กับลูกหลานของเรา ถึงเวลาแล้วครับที่เราจะต้องมองย้อนมาหาของดีในบ้านเมืองของเราแล้วนำมาใช้เพื่อสร้างสรรค์สังคมไทยให้อยู่ย่างภาคภูมิเหมือนเมื่อครั้งบรรพบุรุษได้สร้างไว้ มิฉะนั้นเราจะตกเป็นเมืองขึ้น (ทางวัฒนธรรม)ให้กับต่างชาตินะครับ....สวัสดี
ดิฉันเรียนภาษาอังกฤษเหมือนครูที่จบปริญญาตรีทั่วๆไป หลังจากจบม.ศ 5 ไม่เคยเรียนภาษาอังกฤษอีกเลย มีความรู้พื้นฐาน A-Z เท่านั้น ดิฉันเรียนจบปริญญาตรีพลศึกษาคะ อย่าเพิ่งหัวเราะนะ จริงๆเลย ภาษาอังกฤษไม่กระดิกเลย
ปัจจุบันดิฉันพูด คุย ภาษาอังกฤษได้ คุยและพูดโทรศัพท์กับฝรั่งได้รู้เรื่อง คงจะสงสัยละซิว่าเป็นไปได้อย่างไร
ดิฉันชอบดูหนังฝรั่งคะ ดูที่ไม่พากษ์ภาษาไทย ที่เป็นเสียงในฟิลม์ ดิฉันชอบดูหนังแอคชั่นคะ เวลาดูแบบเสียงในฟิลม์มันจะได้อารมณ์มาก แต่ไม่ใช่ดูเรื่อง สองเรื่องแล้วจะพูดได้เลยนะ นานพอสมควรเหมือนกัน แต่ที่สำคัญที่สุดคุณต้องทำใจให้ชอบภาษาอังกฤษก่อนนะคะ แล้วมันจะง่ายเองคะ
Krujina
ขอบคุณครับ ผมชอบภาษาอังกฤษอยู่แล้วครับ จะลองฝึกดูนะครับ