นพลักษณ์เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ ที่ช่วยเสริมสร้างการเติบโต การพัฒนาทางด้านจิตใจ ทางสติปัญญา ทางจิตวิญญาณของเราให้ได้ก้าวหน้าและลึกซึ้ง บวกกับเรื่องนพลักษณ์มีลักษณะของการศึกษาร่วมกันเป็นชุมชน เป็นโอกาสดีที่เราจะได้มีชุมชนที่จะช่วยเกื้อกูลการเรียนรู้ด้านนี้อย่างมีความสุขและอย่างยั่งยืน อยากเชิญชวนว่า ถ้ามีโอกาสก็อยากให้ทุกคนได้ประโยชน์กับเครื่องมือนี้

" ใช้นพลักษณ์ในชีวิตอย่างไร ?

รู้จักนพลักษณ์เมื่อปลายปี 42 พอรู้จักก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ทำให้เราเข้าใจตัวเอง ทำให้เราตอบโจทย์ที่เราติดขัด แล้วรู้สึกว่ามันน่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวโยงกับเรื่องพุทธศาสนา เรื่องการปฏิบัติธรรม เลยตัดสินใจบวช ส่วนหนึ่งเกิดจากการประทับใจในตัวผู้สอนคือ อาจารย์สันติกโรด้วย
ในเบื้องต้นนพลักษณ์ช่วยให้เข้าใจชัดเจนมากขึ้นว่า เราจะใช้สติอย่างไร ที่ผ่านมาก็รู้ว่า..สติมันอย่างนี้ๆ แล้วอย่างไรต่อไปหล่ะ... แต่พอเข้าใจนพลักษณ์ เริ่มจับได้ว่าเราสามารถฝึกสติ หรือใช้สติในการที่จะเฝ้าดูสิ่งที่เป็นตัวโจทย์ในชีวิตของเรา สำหรับคนลักษณ์ 6 คือ เรื่องความกลัว ทำให้เรารู้วิธีการว่าจะจัดการกับความทุกข์ของตัวเองอย่างไร โดยการมีสติเฝ้าดูว่าความกลัวมันรบกวน มันทำงาน มันขับเคลื่อน มันมีอิทธิพลกับชีวิตอย่างไร เหมือนกับเรารู้วิธีขับรถแล้ว ซึ่งแต่ก่อนเหมือนกับมีแต่คนบอกว่าขับรถสิ.. ขับรถไปทางนั้น ขับรถไปทางนี้.. แต่ว่า..แล้วอย่างไรหล่ะ แต่พอรู้นพลักษณ์แล้วเหมือนกับว่าทำให้เรารู้วิธีขับรถ รู้ว่าเราจะขับไปที่ไหน

ในแง่ของการใช้นพลักษณ์.. สำหรับตัวเอง "นพลักษณ์" เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราทำความเข้าใจตัวเรา แล้วก็ทำความเข้าใจผู้อื่น แต่ว่าตัวเองอาจจะมีโอกาสดีกว่าคนอื่นในแง่ที่ว่าช่วงบวชก็ได้ศึกษานพลักษณ์และพุทธศาสนา เลยทำให้ตัวเองอาจจะมีทุนในเรื่องนี้มากกว่าคนอื่น เนื่องจากมีโอกาสศึกษาอย่างเต็มที่ในช่วงบวช
พอถึงจุดหนึ่งก็รู้สึกว่าอยากจะใช้นพลักษณ์ในขั้นที่เป็นงานสอนงานอบรม ต้องบอกว่าตัวเองก็เป็นหนี้บุญคุณทางโกมลคีมทอง ทางพี่จริง รวมถึงเพื่อนๆในแวดวงนพลักษณ์ เพราะว่าทำให้ตัวเองมีโอกาสเรียนรู้นพลักษณ์ผ่านงานสอน งานฝึกอบรม ทำให้เรายิ่งเข้าถึงเนื้อหาของนพลักษณ์ และเข้าใจคนในลักษณ์ต่างๆ มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
การใช้นพลักษณ์ ณ ขณะนี้รู้สึกว่าอยากจะใช้นพลักษณ์ให้มีประโยชน์หรือมีความหมายกับแวดวงอื่นๆมากขึ้น โดยเฉพาะแวดวงกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ซึ่งรู้สึกว่าทั้งกลุ่มคนด้อยโอกาส กลุ่มชนชั้นกลาง หรือใครก็แล้วแต่ ถ้าได้เข้าใจนพลักษณ์ อย่างน้อยทำให้ความใส่ใจมาอยู่ที่เรื่องของชีวิตด้านใน มาอยู่กับเรื่องของจิตใจมากขึ้น สำหรับผมคิดว่ามันเป็นแหล่งที่ให้ความสุขสงบในจิตใจอย่างแท้จริงมากกว่าการมีความสุขกับสิ่งภายนอก กับเพื่อน กับงานปาร์ตี้ กับการงาน ซึ่งอาจจะให้ความสุข แต่ว่าการได้เข้าใจนพลักษณ์เป็นประตูที่ทำให้เราได้สัมผัสกับการมีความสุขด้วยตัวเอง
อีกอย่างหนึ่งคือเวลาที่มาศึกษานพลักษณ์ เราศึกษาเป็นกลุ่ม สิ่งหนึ่งที่ได้ประโยชน์ไปด้วยคือการได้เพื่อน การได้ความเข้าใจ การได้ความสัมพันธ์ในกลุ่มผู้เรียนด้วยกัน เพราะว่าในกระบวนการมันจะต้องมีการเปิดเผยชีวิต การเรียนรู้จากชีวิตจริง ซึ่งสิ่งที่ได้ทันทีเลยคือ ความเห็นใจ ความเข้าอกเข้าใจระหว่างกัน

" เมื่อศึกษานพลักษณ์แล้วมีการเปลี่ยนแปลงในตัวเองอย่างไร ?


ในแง่ของการเปลี่ยนแปลง รู้สึกค่อนข้างเปลี่ยนแปลง เพราะว่าสำหรับตัวเองก่อนที่จะรู้จักนพลักษณ์รู้สึกว่า เราก็มีความรู้ความสามารถ แต่ว่าความรู้ความสามารถแบบนี้มันถูกปิดกั้นด้วยความเป็นตัวเราบางอย่าง ซึ่งเราไม่เข้าใจ แต่แล้วพอเรารู้ว่าปัญหาของเราคืออะไร นพลักษณ์ทำให้เราก้าวข้ามสิ่งที่เป็นอุปสรรคในตัวเรา และรู้สึกว่าตัวเองสามารถที่จะพัฒนาศักยภาพอะไรบางอย่าง ซึ่งเรารู้สึกว่ามันมีอยู่ สามารถขยายและพัฒนามันได้มากขึ้นเรื่อยๆ ก็พอใจ..แต่ว่าก็ยังอยู่ในเส้นทางของการที่จะต้องพัฒนาตัวเองต่อ

" สิ่งที่อยากฝากสำหรับผู้ที่เริ่มศึกษานพลักษณ์

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นศึกษานพลักษณ์ สิ่งที่อยากฝากคือ เวลาที่เราศึกษานพลักษณ์ มันจะมีเรื่องของสุข/ทุกข์ มีเรื่องของวิบากกรรมอยู่ ในเบื้องต้นหลายคนที่ศึกษานพลักษณ์อาจจะรู้สึกว่ามีความสุข ได้เข้าใจตัวเอง ได้เข้าใจเพื่อน ในระยะต้นอาจจะเหมือนกับช่วงฮันนีมูนที่อะไรๆ มันดูสวยสดงดงาม
แต่พอพ้นช่วงฮันนีมูน เป็นช่วงที่คนที่ศึกษานพลักษณ์และเอาจริงอาจจะพบว่ามันไม่ได้หวาน มันไม่ได้ง่าย เพราะว่ามันจะเริ่มเห็นด้านที่น่าเกลียดของตัวเองมากขึ้น ด้านที่เรารู้สึกว่าไม่อยากจะยอมรับ ไม่อยากจะเจอ ซึ่งช่วงนี้จะเป็นช่วงที่หลายคนจะเริ่มบ๊ายบาย เพราะรู้สึกว่ามันยากไป มันซับซ้อนไป มันไม่มีประโยชน์ อาจจะมีโชคร้ายด้วยตรงที่เขาอาจจะไม่ประทับใจอะไรบางอย่าง เลยถอนตัวออกไปจากเรื่องนพลักษณ์ ซึ่งก็น่าเสียดาย เพราะ "นพลักษณ์" เป็นเครื่องมือที่ถ้าเราศึกษา มันจะช่วยให้เราสังเกตและเข้าใจตัวเอง ถ้าเราสามารถก้าวข้ามช่วงที่มันไม่สนุก มันน่าอึดอัด คือยอมทนกับมันสักนิด แล้วค่อยๆอดทน อดกลั้น กับการค้นพบตัวเอง กับการเข้าใจตัวเอง และการยอมรับตัวเอง เราจะค่อยๆได้ลิ้มรสของความสุขจากการได้เข้าใจตัวเองในระดับที่ลึกซึ้งขึ้น ความสุขจากการที่เราค้นพบว่าเราเป็นอิสระจากบุคลิกภาพ จากความเป็นตัวเราที่ทำให้เราเป็นทุกข์ มันมีรางวัลตรงนี้รออยู่ เพียงแต่ว่าเราจะอดทนอดกลั้นกับการอยู่กับอะไรบางอย่างที่เราอาจจะรู้สึกไม่ชอบได้หรือเปล่า หรือเราเอาจริงกับมันแค่ไหน มีหลายคนที่รู้สึกว่านพลักษณ์ดี แต่ว่าเรื่องอื่นสำคัญมากกว่า..เรื่องการงาน เรื่องเพื่อน เรื่องสนุก ซึ่งอาจจะต้องใช้ระยะเวลาสักนิด
แต่สำหรับบางคนที่มีเครื่องมืออื่นที่ช่วยให้เขาเข้าใจตัวเอง อันนี้ก็ไม่มีปัญหา สำหรับตัวเองไม่ได้รู้สึกว่านพลักษณ์จะต้องเป็นเครื่องมือวิเศษสุดสำหรับทุกคน บางคนก็อาจจะมีเครื่องมือ หรือความรู้หรือทักษะหรือมีอะไรก็แล้วแต่ในการช่วยเหลือตัวเองทางด้านจิตใจ
ประเด็นที่จะฝากไว้คงเป็นประเด็นที่ว่า.. นพลักษณ์เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ ที่ช่วยเสริมสร้างการเติบโต การพัฒนาทางด้านจิตใจ ทางสติปัญญา ทางจิตวิญญาณของเราให้ได้ก้าวหน้าและลึกซึ้ง บวกกับเรื่องนพลักษณ์มีลักษณะของการศึกษาร่วมกันเป็นชุมชน เป็นโอกาสดีที่เราจะได้มีชุมชนที่จะช่วยเกื้อกูลการเรียนรู้ด้านนี้อย่างมีความสุขและอย่างยั่งยืน อยากเชิญชวนว่า ถ้ามีโอกาสก็อยากให้ทุกคนได้ประโยชน์กับเครื่องมือนี้