ปี 2551 จังหวัดตรังได้มอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัดดำเนินการจัดการความรู้ จำนวน 2 องค์ความรู้ คือ องค์ความรู้ “กระบวนการผลิตปาล์มน้ำมันของจังหวัดตรัง” และ องค์ความรู้ “เทคนิค / ภูมิปัญญา จากการปฏิบัติของเกษตรกรในศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียง” และเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าองค์ความรู้ จากการปฏิบัติของเกษตรกรในศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงนั้น สำนักงานเกษตรจังหวัดได้บูรณาการร่วมกันกับกิจกรรมจัดเวทีเสวนาอาสาสมัครเกษตร
จดหมายข่าวส่งเสริมการเกษตรฉบับนี้ จึงขอเสนอความก้าวหน้าของทีมงาน KM ศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงปี 2551 ให้พี่น้องชาวส่งเสริมได้รับทราบ
เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานั้นการจัดเวทีเสวนาอาสาสมัครเกษตรฯ เป็นเวทีครั้งที่ 3 ซึ่งกำหนดจัดในพื้นที่โดยการแบ่งเป็นกลุ่มอำเภอ จำนวน 3 กลุ่ม เช่นเดียวกับการจัดเวทีครั้งที่ 2 บุคคลเป้าหมายประกอบด้วยอาสาสมัครเกษตรจากทุกตำบลตำบลละ 2 คน และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบศูนย์หลักและศูนย์เครือข่ายของอำเภอ 23 คน โดยกลุ่มที่ 1 จัดในวันที่ 18 มิถุนายน 2551บุคคลเป้าหมายจากอำเภอกันตัง นาโยง เมืองตรัง และสิเกา ที่ศูนย์เรียนรู้ตำบลหนองตรุด อำเภอเมืองตรัง ของนางสารภี หัดเหม กลุ่มที่ 2 จัดในวันที่ 12 มิถุนายน 2551 บุคคลเป้าหมายจากอำเภอห้วยยอด รัษฎา วังวิเศษ ที่ศูนย์เรียนรู้ตำบลวังมะปรางเหนือ อำเภอวังวิเศษ ของนายจิตร บุญเลื่อง และกลุ่มที่ 3 ในวันที่ 19 มิถุนายน 2551 บุคคลเป้าหมายจากอำเภอย่านตาขาว ปะเหลียน หาดสำราญ ที่ศูนย์เรียนรู้ตำบลบางด้วน อำเภอปะเหลียน ของนายเอกพงษ์ ศรีสุด
ประเด็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ที่เกิดขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริม/ขยายเครือข่ายการเกษตรพอเพียงนั้นมีต่าง ๆ มากมาย เช่นกลุ่มที่ 1 แลกเปลี่ยนเรียนรู้กิจกรรมการเกษตรพอเพียงของสมาชิกในกลุ่ม ได้แก่การเพาะถั่วงอกคอนโด( เพาะในถังพลาสติกดำ) โดยคุณกมล สามห้วย สมาชิกจากตำบลนาโต๊ะหมิง
อำเภอเมืองตรัง การเพาะถั่วงอกในขวดพลาสติก โดยคุณรอเก็ก หัดเหม สมาชิกเจ้าของแปลงเรียนรู้ ข้อดีของการทำบัญชีครัวเรือน การนำหลักการเกษตรพอเพียงขยายผลไปสู่เกษตรกรรายอื่น ได้แก่ หลักการชวนมานั่งคุย ถ้าไม่สำเร็จอย่ายอมแพ้ของนายล่ำ ผลิผล สมาชิกจากตำบลวังวน หลักการเกษตรน้ำคุ้ม ของนายประนอม รักจริง สมาชิกจากตำบลควนธานี และสุดท้ายเกษตรจังหวัดตรังแนะนำการหมักปุ๋ยอินทรีย์แบบไม่กลับกองโดยวิธีการเติมอากาศ ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับกลุ่มที่ 2 มีการหาแนวร่วมดำเนินกิจกรรมด้านเกษตรพอเพียงและการนำหลักการเกษตรพอเพียงขยายผลไปสู่เกษตรกรรายอื่นเช่น มีการรวมกลุ่มผู้ปลูกแตงที่หมู่4 ตำบลอ่าวตง กลุ่มผู้ปลูกเห็ดที่หมู่ 5 ตำบลห้วยยอด กลุ่มผลิตผักปลอดสารพิษ หมู่ 1 ตำบลวังมะปรางเหนือ แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับสูตรยาสมุนไพร พร้อมทั้งได้สรุปข้อคิดเห็นของการขยายงาน ว่าต้องมีการปรับวิธีคิด เพื่อสร้างทีม ทำความเข้าใจในการใช้ชีวิตตามแนวทางพึ่งพาคนเอง ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เน้นการทำพืชสวนครัว พืชสมุนไพร และสุดท้ายคือกลุ่มที่ 3 แลกเปลี่ยนเรียนรู้กิจกรรมการเกษตรพอเพียงของสมาชิกในกลุ่ม และได้สรุปขั้นตอนของการขยายผลการเกษตรพอเพียงลงสู่ชุมชนไว้ 6 ขั้นตอนคือ 1) เริ่มที่บ้าน 2) ขยายสู่เพื่อน 3) ขยายผลวงกว้างโดยวิธีการชักชวนเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง ในหมู่บ้าน ในตำบล 4) จัดกระบวนการเรียนรู้ 5) พัฒนาผู้นำชุมชน 6) ประสานงบประมาณ
เป็นที่น่าสังเกตว่าเวทีที่ 3 นี้ อาสาสมัครเกษตรที่เข้าร่วมเสวนาจะมีความคุ้ยเคยซึ่งกันและกัน มีการ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันมากขึ้น มีส่วนร่วมในการนำเสนอผลการปฏิบัติงานของตนเอง ร่วมกันหาแนวทางขยายผลไปสู่ชุมชนมากขึ้น มีการชักชวนเพื่อนๆ อาสาสมัครเกษตรไปดูกิจกรรมที่บ้านตนเอง เป็นการสร้างเครือข่ายด้านเศรษฐกิจพอเพียง ระดับตำบล อำเภอและจังหวัด
นอกจากนี้ในกลุ่มที่ 3 ซึ่งครั้งต่อไปจะจัดที่ศูนย์เรียนรู้ตำบลนาท่ามเหนือ อำเภอเมือง ของอาจารย์วิรัตน์ กาญจนพรหม ได้มีสมาชิกจากตำบลปะเหลียน อำเภอปะเหลียน และตำบลตะเสะ อำเภอหาดสำราญ ขอนำสมาชิกเข้าร่วมศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมด้วย
ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการจัดเวทีในครั้งที่ 3 น้อยลง เพราะมีการประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่
ระดับจังหวัดและเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานระดับอำเภอมากขึ้น ในส่วนของการบริหารจัดการของอำเภอนั้น ได้มีการมอบหมายเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานระดับอำเภอเป็นผู้นำอาสาสมัครจากอำเภอไปยังสถานที่จัดเสวนา เช่นเดียวกับ อำเภอเมือง และอำเภอนาโยง เพิ่มขึ้นแต่ก็ยังมีปัญหาต่อเนื่องจากครั้งที่ 2 ได้แก่ บุคคลเป้าหมายมีคุณสมบัติไม่ตรงกับความต้องการในการที่จะไปเป็นแกนนำขับเคลื่อนการเกษตรพอเพียงในตำบล ผู้เข้าร่วมไม่ครบตามเป้าหมายที่วางไว้ และอาสาสมัครเกษตรบางรายไม่ค่อยมีเวลาในการเข้าร่วมเสวนา กลับก่อนเวลา
อยากจะขอฝากพี่น้องนักส่งเสริมทุกท่านว่าการจัดเวทีเสวนาอาสาสมัครเกษตรในระดับจังหวัดยังมีอีก 1 ครั้ง หลังจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของท่านที่จะต้องขับเคลื่อนการเรียนรู้ด้านการเกษตรพอเพียงต่อไปในพื้นที่ จึงอยากให้คัดเลือกอาสาสมัครเกษตรเข้าร่วมในเวทีครั้งที่ 4 ให้ครบทุกตำบล เราอย่าไปคิดแทนเขาว่าจะเป็นการเสียเวลาไปร่วมก็ไม่เกิดประโยชน์เพราะเท่าที่ทีมงามได้สัมผัสมาทั้ง 3 เวที เราพบว่ามีอาสาสมัครเกินครึ่งที่เข้าร่วมครบทั้ง 3 ครั้ง บางคนที่เพิ่งมาในครั้งที่ 3 ก็มาบอกเราว่าเสียดายที่ไม่ทราบมาก่อนทำให้ไม่ได้ร่วมเวทีเสวนาใน 2 ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญของพวกเราทุกคนที่จะขับเคลื่อนการทำงานการเกษตรพอเพียงในพื้นที่ เพราะฉะนั้นถ้าพวกเราเสาะแสวงหาพวกเขาต้องหาเจอแน่ๆ เชื่อเถอะBB
แวะมาอ่านครับ ขอบคุณที่แบ่งปัน
หวัดดีครับ
หวัดดี สาวอันดามัน
ไม่ต้องทดสอบฝีมือ เอาเลย... จะได้มีพวกมาก ๆ เราก็มั่วเหมือนกันครับ...