25-7-51

วันพฤหัสที่ 24นี้   ดิฉันและสามีไปร่วมงานประชุมสัมมนาทางวิชาการเชิงปฏิบัติการระดับชาติเรื่องการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลครั้งที่5     โดยจะมีการจัดงานเกษียณให้ท่านอธิบดีและรองอธิบดี นพ.กิตติ  กิตติอำพลในเวลาเย็น

ดิฉันออกตรวจนรีเวชที่สถาบันบำราศจึงให้สามีไปซื้อของขวัญ

ของขวัญบางชิ้นดิฉันห่อของไม่ทัน  สามีแนะนำให้ไปร้านเทสโก้     แต่ทางร้านไม่บริการให้    ดิฉันตัดสินใจเดินทางไปก่อนแล้วแก้ปัญหาทีหลัง

เราออกเดินทางบ่าย3โมง   เมื่อถึงพัทยาจึงแวะบิ๊กซีเพื่อหาร้านห่อของขวัญ   ดิฉันได้ร้านที่ห่อของสวยมากทำให้ดีใจมากที่ไม่มีอุปสรรคใดๆถึงจะมาช้าไป 

ในระหว่างรอของสามีกระซิบว่าซิบแตก     ดิฉันปลอบใจให้หาเข็มกลัดและคงไม่เป็นไร     หลังจากได้ของขวัญดิฉันคอยสามีนานมากๆ     ในใจก็กลัวคนสูงอายุเป็นลม    จะเดินไปหาก็กลัวไม่เจอกัน     ในใจบ่นออกมาเป็นชุดเพราะกลัวไปไม่ทันงาน     ไม่ได้แต่งตัว    ได้แต่คิดในใจว่าทำไมต้องมาแตกวันนี้นะ

 นั่งคอยเกือบชั่วโมงสามีโผล่หน้ามาพร้อมบอกว่าซื้อกางเกงใหม่และต้องแก้ให้ใส่ได้

ดิฉันต้องอดใจไม่ให้แสดงอารมณ์เพราะกำลังเข้าไปในงาน  ถ้าระเบิดอารมณ์คงแย่แน่ๆ       หน้ายิ้มเหมือนแม่พระแต่ในใจโกรธจนไม่ไหวแล้ว   

ถึงโรงแรมทุ่มตรง     โปะหน้าแล้วไปร่วมงานทันที   ดิฉันคุยกับผอ.ปรีชา    สวัสดีท่านอธิบดี   อาจารย์นายแพทย์สมหวัง ด่านชัยวิจิตร และอาจารย์ท่านอื่นๆ    น้องๆพยาบาลมาทักทายทำให้ใจสบายขึ้น

ดูใจตัวเองเห็นตัวตนของตัวเอง

เราเอาแต่ใจตัวเอง    ไม่เห็นใจคนอื่น 

เดี๋ยวเราก็สุข   เดี๋ยวก็ทุกข์      ควบคุมไม่ได้

แต่รู้ทันจิตตัวเองทำให้รอดจากการทะเลาะกัน

วันรุ่งขึ้นเราแวะสวนสันติธรรมเพื่อเยี่ยมลูกและฟังธรรม

หลวงพ่อปราโมทย์สอนให้รู้ทันชีวิต      รับได้ทุกอย่างพร้อมยกตัวอย่างคนที่สามีเพิ่งเสียแต่หน้ายิ้มแย้มและทำใจได้

เราต้องมาหัดรู้ใจรู้กายเพื่อเวลามีปัญหาสามารถรับได้กับทุกสถานการณ์    เห็นของทุกอย่างผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

ดิฉันพบหมอสุวิภา   บุณยโหตระและลูกชายที่ลามาอยู่วัดทำให้ใจสดชื่นขึ้น     อดไม่ได้ที่จะนินทาสามีหมอสุวิภาและสามีดิฉันที่เป็นโรคเดียวกันคือ    ชอบซื้อของลดราคาและซื้อแลกแจกแถมทำให้ดิฉันใช้ของไม่ทัน    และชอบสระสมคูปอง

วันนี้ถึงซิบแตกแต่ใจดิฉันไม่แตกแสดงว่าสติเราดีขึ้นค่ะ

ถ้าดิฉันฝึกดูกายดูใจนานๆคงจะลดความโกรธและเมตตาคนมากกว่านี้ค่ะ