ผมเดินทางไปราชการทางภาคใต้ ตามแผนได้กำหนดการทำงานที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 8-11 กรกฎาคม 2551 เดินทางโดยรถตู้คันเก่งของหน่วยงาน
อังคารที่ 8 กรกฎาคม
ตื่นเช้ากว่าปกติ(อิอิ...แม่บ้านยังหลับอุตุอยู่เลย) ล้างหน้าล้างตาแล้วจัดอาหารให้คุณขาว คุณเสือด้วยข้าวสวยร้อน ๆ คลุกกับปลาทูนึ่ง(ไม่ได้เติมน้ำปลาเพราะเค็มในตัวอยู่แล้ว) และโรยอาหารเม็ดกรอบ ๆ แสนอร่อยไว้ด้านบน
เข้าครัวอุ่นอาหาร บรรจุถุงเตรียมไว้ให้แม่บ้านใส่บาตร
เข้าห้องน้ำ อาบน้ำ แปรงฟัน โกนหนวด แล้วเช็ดตัวจนแห้ง ทาแป้ง นุ่งกางเกงในและใส่เสื้อกล้าม ใส่เสื้อและกางเกง เป็นอันเสร็จ
ขึ้นไปห้องพระ สวดมนต์ บอกพระพ่อแม่ปู่ย่าตายายให้คุ้มครองและดูแลบ้านให้ด้วย
ใส่ถุงเท้า รองเท้า หิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าและสัมภาระในการเดินทาง(แม่บ้านเตรียมไว้ให้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว...ขอบคุณครับ) บอกคุณขาว คุณเสือ อย่าดื้อให้เฝ้าบ้านและดูแลคุณสิบล้อและคุณซาเล้งให้ดี กลับมาจะซื้อขนมมาฝาก...อิอิ นั่งฟังกันตาแป๋วเลย....เดินทางไปจุดนัดพบที่ถนนศรีอยุธยา
ถึงจุดนัดพบทีมงานก็มากันครบพอดี ไม่ต้องรอใคร งั้นเราไปทานอาหารเช้าด้วยกัน
07.00 น. ล้อหมุนทันที แต่เอ...!!! เมื่อคืนได้ข่าวว่าพันธมิตรได้เคลื่อนพลจากหน้าทำเนียบฯ กลับไปถนนมัฆวานรังสรรค์ที่มั่นเดิมแล้ว หากเราจะเดินทางผ่านสะพานพระราม8 รถคงติดแน่
สารถีสุดหล่อ รถติดธรรมชาติของกรุงเทพ
พวกเราก็เลยตัดสินใจขึ้นทางด่วนตรงหลังกรมทางหลวง ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ด่านอุรุพงษ์
เลี้ยวซ้ายเลยน้อง ด่านอุรุพงษ์
ผ่านสะพานพระรามเก้า เป็นสะพานแขวน ไปลงที่ถนนพระราม 2 ซึ่งเดิมชื่อ ถนนธนบุรี-ปากท่อ เข้าจังหวัดสมุทรสาคร โล่งตลอดครับ

บนสะพานพระราม 9 ถนนพระราม 2
ผ่านสมุทรสาคร ตอนข้ามสะพานแม่น้ำท่าจีนเห็นเรือประมงเยอะมากเลย
เรือหาปลาเยอะมาก
ผ่านสมุทรสงครามมองเห็นนาเกลือ

สองแรงแข็งขันในนาเกลือ
ในนาเกลือจะเห็นน้ำเต็มไปหมดก่อนจะแห้งกลายเป็นเกลือ
ถึงแยกวังมะนาว เลี้ยวซ้ายไปทางเพชรบุรี(ถ้าเลี้ยวขวาจะเข้าราชบุรี นครปฐม หลงกลับไปกรุงเทพฯ อีกรอบ...อิอิ)

เจอซ่อมถนนที่ก่อนถึงแยกวังมะนาว
ถึงตรงนี้ผมบอกน้องปุ๊คทีมงานที่อายุน้อยที่สุด เป็นชาวจังหวัดพะเยา ว่า“จากจุดนี้ไปจนถึงปลายทางที่นครศรีธรรมราช จะไม่มีเลี้ยว ตรงไปอย่างเดียวครับ”ถ้าพูดเป็นภาษาใต้ก็จะแหลงว่า “จากนี้ ไม่ต้องเลี้ยวไหน ถึงคอนแน่น้องเหอ” เห็นไม๊ครับ แหลงใต้ สั้นกว่ากันตั้งเยอะ (เฉพาะคำพูดอย่างเดียวนะครับ) สาได้แรงอก(แปลว่า...มัน!สุดยอดจริง ๆ ) ก็ถนนสายใต้ไม่มีเลี้ยวตรงอย่างเดียวนี่ครับ ตรงจริง ๆ จนถึงนราธิวาส....เฮ้อ!!!!!!!!!
สวัสดีครับ




เพิ่งผ่านมาแหล๊กวา นิ
เหอ..เหอ..
ขอบคุณครับคุณเกษตรยะลา
ไม่ยาวเท่าไรครับไม่ถึงนราธิวาส พรุ่งนี้อาจถึงไชยา...เท่านั้นเอง...อิอิ
โชคดีครับผม
หวัดดีค่ะ...เข้ามาเก็บเกี่ยวความรู้และดูรูปที่สวยงามค่ะ
สวัสดีครับน้องครูปู
ครูปูขับหลบมาเองหรือครับ...มือแข็งจัง
โชคดีครับผม
ขอบคุณครับคุณเพียงผู้หญิงคนหนึ่ง
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ
โชคดีครับผม
ธุ นายช่างใหญค่ะ..
ตอนเป็นเด็กตัวน้อยๆ (แสดงว่าตอนนี้ไม่น้อยแล้ว อิอิ) คุณครูบอกว่าคนใต้นะ เวลารถไฟสวนกันยังคุยกันรู้เรื่องเลยจากรถคนละขบวน อิอิ แต่คนเหนือน่ะ กว่าจะหลุดคำแรกออกมาก็โน่นๆๆ....เนิบนาบ เชื่องช้า อิอิ
มาเยี่ยม นายช่างใหญ่
บรรยายเห็นภาพเลยนะนี่ ...ทาแป้ง นุ่งกางเกงในและใส่เสื้อกล้าม ...ฮิ ฮิ ฮิ
ขอบคุณครับน้องต้อม
จริงครับ...เรื่องประโยคที่พูดนี่คนใต้ใช้สั้นมาก...และต่างฝ่ายต่างก็เข้าใจในคำพูดนั้นด้วย ยกตัวอย่างนะครับ
นายเขียวบ้านอยู่ตานี นั่งรถไฟไปกรุงเทพฯ ช่วงถึงสถานีช่องเขา รถไฟจอดรอให้อีกขบวนหนึ่งจากทุ่งสงลอดภูเขาออกมา ก็รู้สึกปวดห้องน้ำเป็นกำลัง ก็เข้าห้องน้ำ ขณะนั่งทำธุระอยู่รถไฟอีกขบวนก็วิ่งผ่านพอดี
นายแดงเพื่อนนายเขียวกลับจากกรุงเทพฯ รถไฟกำลังวิ่งลอดภูเขา ก็รู้สึกปวดห้องน้ำเป็นกำลัง ก็เข้าห้องน้ำ ขณะนั่งทำธุระรถก็วิ่งมาจนผ่านสถานีช่องเขาซึ่งมีรถไฟอีกขบวนจอดรออยู่
นายแดงมองผ่านหน้าต่างรถไฟขบวนของตัวเอง ไปยังอีกขบวนหนึ่ง ด้วยความที่เป็นคนหูไวตาไวปากไว ก็ไปเจอกับสายตาอีกคู่หนึ่ง จำได้ทันทีว่าเป็นสายตาของนายเขียวเพื่อนรัก ก็ลุกขึ้นถามไปด้วยความรวดเร็วว่า "ไหน"(กำลังจะไปไหนหรือครับคุณเขียว)
นายเขียวซึ่งเป็นคนหูไวตาไวปากไวเช่นกัน ก็ลุกขึ้นตอบไปด้วยความรวดเร็วเช่นกันว่า"เทพ"(กำลังเดินทางเข้าไปกรุงเทพฯครับผม) แล้วทั้งคู่ก็ยืนยิ้มเข้าหากันโบกมือบ๊ายบ่ายกัน จนกระทั่งลับสายตา
จากตัวอย่างดังกล่าว น้องต้อมคงเข้าใจนะว่า คนใต้นะพูดประโยคสั้น แต่พอถอดออกมาเป็นประโยคธรรมดาแล้วยาวมาก
โชคดีครับผม
ขอบคุณครับอาจารย์ยูมิ
ก็ถือเป็นสิ่งที่ต้องกระทำทุกวันครับ...จึงจำขึ้นใจโดยไม่ต้องท่อง ไม่ต้องยกตัวอย่างนะครับ เพราะเพิ่งหายเหนื่อยจากยกตัวอย่างเรื่องพูดสั้นของคนใต้ให้น้องต้อมฟัง...อิอิ
โชคดีครับผม
มาอมยิ้มกับ ... ท่านอ. umi จินตนาการได้
สุขุม นุ่ม ลึก อย่างกับ บุคลิก เลยเจ้าค่ะ ...
...
พี่บาวเหอ ... ไหน - ใหญ่ ... รู้เรื่อง :)
แต่ถ้าถามป้าแกว่า ใหญ่ๆ ๆ - จะโดนตบได้ค่ะ
....
แล้วพี่บ่าวว่า ช้าง ที่ไหน ตัวใหญ่ที่สุดคะ
พี่บ่าวเหอ
สวัสดีครับน้องปู
ก็พอ ๆ กับลูกน้องรถถามคนที่ป้ายรถเมล์ว่า"ควายหรือเปล่าพี่"นั่นแหละน้องเหอ
พี่ไม่รู้เหมือนกันครับ...รู้แต่ว่าปักษ์ใต้คนชายแข็งแรงที่สุด ส่วนคนหญิงอดทนที่สุดเหมือนกัน...รู้แค่นี้แหละน้องเหอ
โชคดีเน๊าะ
...รู้แต่ว่าปักษ์ใต้คนชายแข็งแรงที่สุด ส่วนคนหญิงอดทนที่สุดเหมือนกัน...
... เพราะเหตุไร คะ ...
... ส่วนช้าง ต้องออกเสียง ดู ของแต่ละภาษานะคะ ...
*
แต่ปูเพิ่งรู้นะคะว่า ไปใต้ ตรงตลอด เพราะเวลาไป
ปูก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง หลับตลอดเหมือนกันค่ะ หุ หุ
*
สวัสดีครับน้องครูปู
โห...โหดร้ายมากกินคนเดียวหมดเลย เฉยเป็นหลับ ขยับเป็นหิว...อิอิ...คนกำลังกินกำลังนอน...คนทำหน้าที่ขับก็ขับไป ระวังคนขับจะบอกว่า"อนุญาตให้หลับก่อน ๕ นาทีนะครับ"....หุหุ
โชคดีน้องเหอ
น้องปูเหอ
เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านของคนบ้านเรา ที่คิดสำหนวนนี้ขึ้นมาแล้วแหลงกันติดปาก...อิอิ...เป็นคำทักทายคำหนึ่ง
ลองแลแผนที่ตะน้อง...สายใต้ยาวหลอดยันบางนราโด้สาว
โชคดีน้องเหอ
ขอบคุณครับน้องอ้อยควั้น
ทำพรื้อมันเล้าน้องเหอ เกิดเป็นคนใต้ ก็อยากอิแหลงใต้ อยากให้คนภาคอื่นรู้เรื่องมั่งว่าภาษาเราก็หรอย แหลงทีหรอยถึงหัวอก...อิอิ
อยากอิลงไปเหมือนกันคิดถึงบ้าน แต่คนอื่นเขาไม่กล้าลง เลยเอาแต่ข้างบนก่อน ถ้าหงบ ๆ ก็ค่อยลงไปเยี่ยมถึงยะลา
โชคดีน้องเหอ
สวัสดีค่ะ..นายช่างใหญ่
จริงๆแล้วแอ๊วเคยอยู่สมุทรสาครตั้งสี่ปีนะคะ..ตอนประมาณมัธยมต้นน่ะค่ะ..เห็นภาพแล้วก็คิดถึงค่ะ..
พี่ช่างใหญ่สบายดีนะคะ..^^
ขอบคุณครับน้องครูแอ๊ว
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม สมุทรสาครหรือครับ เมื่อสักพ.ศ.2540 ได้ไหมครับ สมัยนั้นถนนสายธนบุรี-ปากท่อ ก็ยังโหดอยู่
แต่ถ้าเป็นสักประมาณ พ.ศ.2530 โหดกว่านั้น และหากเป็นพ.ศ.2520 ยิ่งโหดที่สุดเลยครับ เวลาเดินทางมาแต่ละทีสงสารตัวเอง แต่อาศัยว่ายังหนุ่มอยู่เลยไม่ค่อยหรวนเท่าไหร่...อิอิ
ตอนนี้น้องครูแอ๊วสบายดีนะครับ นักเรียนดื้อหรือเปล่าครับ
โชคดีครับผม