โนราพยายามทำตนเป็นประโยชน์ต่อชุมชนท้องถิ่นรวมถึงการสอนเด็กให้หัดร้องรำโนราสืบทอดต่อไป...
ช่วงนี้ทีมงานวิจัยลงพื้นที่ศึกษาไปในเขต อ. นาหม่อม จ . สงขลา เพื่อไปพบคุยกับโนราอดุลย์ทอง ชื่อจริงคือ นายอดุลย์ ชัยสังข์

อยู่ใน ต. คลองหลัง อ. นาหม่อม เนื่องจากว่าไปเจอทาง 3 แพ่งไปไม่ถูกเลยกลับมาตั้งต้นที่หน้าวัด โชคดีว่ามีผู้ปกครองมารับลูกที่โรงเรียนวัดเลยนำเราเข้าไปในสวนยางแล้วชี้ทางไปบ้านโนราอดุลย์

เส้นทางนั้นเหมาะกับการใช้รถกะบะเพราะขึ้นเขาลงห้วย แต่เราใช้รถเก๋งลุยเข้าไปบางช่วงต้องขับลงทางชันมากแล้วขึ้นเขาชันนะบางช่วงท้องรถติดพื้นดินบนทางวิบากนั้นเลยละจนถึงบ้านอยู่ในสวนอากาศดีมากร่มรื่นเยนสบาย

หลังจากเราพบคุยกันแล้วก็อำลาจากไปด้วยความชื่นชมที่โนราพยายามทำตนเป็นประโยชน์ต่อชุมชนท้องถิ่นรวมถึงการสอนเด็กให้หัดร้องรำโนราสืบทอดต่อไป...
สวัสดีครับ คุณขจิต ฝอยทอง
ชายหนุ่มเสื้อดำ นักเขียนใหญ่ๆๆ
...เขาชื่อ...อ. พนม วรรณจันทร์ เปรียญธรรม 7 ประโยค ป. โท อีก 2 ใบ ครับคนนี้...เป็นน้องน้อยผู้น่ารักสนใจใฝ่รู้และร่วมทีมงานวิจัยละ
หลังบ้านโนราเห็นผลไม้ปักษ์ใต้เยอะเลยละนี่ ฮิ ฮิ ฮิ เพราะดินดี ที่ นาหม่อมนะ
ขอบคุณครับผม
เมื่อครู่ใหญ่ๆมาโพสต์ความเห็นแต่มันไม่ไป หายไปเลยค่ะ มาใหม่ก็ได้
โนราอดุลย์ทองนี้ดูยังหนุ่มนะคะ ดีที่เขามี traditional code ที่คนอาชีพโนราต้องถือปฏิบัติ ที่บอกว่าหากไม่สืบทอดต่อต้องตาย(อ่านในเรื่องที่แล้ว) ดูเหมือนรุนแรงแต่เป็นวิธีที่ทำให้เขาให้ความเคารพสิ่งที่ทำว่าเป็นของสูงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์
สวัสดีครับ คุณนายดอกเตอร์
วิถีโนราอิงอยู่กับความเชื่อที่ไม่เปลี่ยนแปลง เขามีชีวิตเหมือนนักบวชคือมีสิ่งยึดถือมาก ถ้าพลาดก็ปาราชิกเลยละ คือเสื่อมสูญ ตายาย บรรพบุรุษจะไม่มาข้องแวะ
ส่วนหนึ่งสมัยท่านเหล่านี้เป็นเด็กเกิดไม่สบายรักษาไม่หาย แต่พอบนโนราไว้นี่กลับหายได้ชีวิตใหม่คืนมานะ
โนราอดุลย์ ขณนี้อายุ 39 ปี(พ.ศ. 2551 )ครับผม
ขอบคุณครับ