บันทึกนักศึกษาปริญญาเอกเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

  วันนี้ตอนเช้าผู้เขียนทบทวนแนวข้อสอบภาษาอังกฤษให้นิสิตกลุ่มที่ 1 ที่ส่วนใหญ่มาจากคณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์  คาดว่าในอนาคตเราอาจได้คุณครูคณิตศาสตร์ ครูคอมพิวเตอร์ ครูพละศึกษา ครูสุขศึกษา ที่ดีหลายคน ถ้าเราเป็นครูมีความใกล้ชิดกับลูกศิษย์ เป็นคนช่างสังเกต ไม่สอนแต่เฉพาะวิชาการ นอกจากนี้ควรสอนศีลธรรมและจริยธรรมด้วย ให้เขาเป็นคนดี คนเก่งแต่ไม่ใช่เป็นคนเก่งแล้วโกง ยิ่งคนที่จะออกไปเป็นคุณครูด้วยแล้วอย่างน้อยควรมีจรรยาบรรณและจิตวิญญาณของความเป็นครู เมื่อสอนและสังเกตบ่อยๆเราจะบอกว่าได้ว่าลูกศิษย์เราเป็นเช่นไร 

       อยากบอกว่าที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนนิสิตส่วนใหญ่ใช้จักรยาน ลองดูภาพจักรยานนะครับ

 

       ผู้เขียนเลยสนใจว่าจักรยานมีประวัติเป็นมาอย่างไร   มีชนิดไหนบ้าง  ตอนไปงาน KM ภูมิภาคคุณหมอคนชอบวิ่ง(แต่ขี่จักรยาน อิอิๆ) พาไปดูวัดหนึ่งเสียดายจำชื่อวัดไม่ได้ ในโบสถ์ มีจักรยานโบราณหลายคันผู้เขียนเลยถ่ายมา  ทำให้คิดถึงจักรยานสมัยคุณพ่อคุณแม่ (แม่เล่าให้ฟังว่าสมัยก่อนมีใบขับขี่จักรยานด้วย)  ผู้เขียนขาสั้น จักรยานผู้ชายมีที่กั้นตรงกลาง ผู้เขียนต้องเอาขาแหย่ไปตรงกลางปั่นเนื่องจากไม่สามารถนั่งตรงที่เบาะนั่งปั่นได้ (ต้องระวังไม่ให้ชนกับอะไร ไม่อย่างนั้นพอตกลงมากระแทกกับเหล็ก อาจสูญได้ อิอิๆๆๆ) สองภาพนี้ครับจากพิษณุโลก

 

       ภาพนี้เป็นนิสิตกลุ่มที่ผู้เขียนสอน คนที่ตัวเล็กๆๆ(ย้ำว่าตัวเล็กๆๆ) คือน้องหนู ผู้ชายคือ นที (ผู้เขียนชอบเรียกว่า นายแม่น้ำ อิอิๆ) พอเลิกเรียนก็รวมกลุ่มกันปั่นกลับหอพักหรือไปเรียนวิชาอื่นๆพร้อมๆกัน

 

       ผู้เขียนมาคิดเองเล่นๆๆว่า การปั่นจักรยานก็เหมือนการดำเนินชีวิต ปั่นมากไป ปั่นเร็วไปหรือทำงานมากไป ก็หมดแรง ปั่นช้าไปหรือทำงานช้าไป งานก็ไม่เสร็จ  การปั่นจักรยานและการดำเนินชีวิตต้องมีความพอดี  การปั่นจักรยานต้องมีจุดมุ่งหมายว่าไปที่ใด เหมือนชีวิต เราควรตั้งจุดมุ่งหมายของชีวิตว่าจะทำอะไรที่เป็นประโยชน์แก่ตนเอง สังคมและประเทศชาติ  อย่าใช้ชีวิตไปวันๆๆไม่มีจุดมุ่งหมาย ฝรั่งเรียกคนประเภทนั้นว่า deadwood (ลองไปทำดูว่าได้กี่คะแนน)  อยากถามว่าท่านได้ตั้งจุดมุ่งหมายในชีวิตบ้างไหมครับ ขอบคุณมากครับที่เข้ามาอ่าน ขอไปปั่นจักรยานชีวิตต่อก่อนครับ อิอิๆๆๆๆ