การเพิ่มปัจจัยการผลิตจะช่วยลดต้นทุนสับปะรดต่อหน่วยได้จริงหรือ

          จากสถาวะการปลูกสับปะรดของเกษตรกรในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (อาจจะรวมจังหวัดอื่นๆ ด้วย) พบว่าเกษตรกรมีปัญหาในการผลิต 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ เรื่องคุณภาพผลผลิต และ  ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น สำหรับปัญหาเรื่องคุณภาพผลผลิตนั้นสามารถแก้ไขได้โดยนำเทคโนโลยีจากหลักวิชาการผสมผสานกับภูมิปัญญาชาวบ้านมาใช้ ซึ่งจะเห็นว่าเกษตรกรสามารถผลิตสับปะรดได้มีคุณภาพและผลผลิตต่อไร่ก็สูงขึ้นด้วย แต่ในขณะเดียวกันต้นทุนการผลิตก็ขยับสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉุดดึงให้รายได้ของเกษตรกรลดน้อยลงหรืออาจจะขาดทุนถ้าราคาผลผลิตไม่ดี

                       

          ผู้เขียนร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้จัดเวทีเพื่อเก็บข้อมูลจากเกษตรกรต้นแบบ ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ และความรู้ความสามารถในการผลิตสับปะรดมานาน โดยร่วมกันวิเคราะห์หาจุดคอขวดที่เป็นปัญหาให้ต้นทุนการผลิตสูงเกินความจำเป็น พร้อมทั้งหาทางออกหรือเคล็ดลับในการลดต้นทุนการผลิตโดยที่ไม่ทำให้ผลผลิตต่อไร่ลดลง ซึ่งผลจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สามารถสรุปได้อย่างนี้ค่ะ

          จุดคอขวดที่ 1 คือสภาพดินที่เสื่อมโทรม ทำให้ขาดประสิทธิภาพในการนำธาตุอาหารไปใช้ ซึ่งเกิดจากการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างเดียวติดต่อกันมานานจนทำให้ดินขาดความร่วนซุย เคล็ดลับในการแก้ไขคือ ควรมีการปรับปรุงบำรุงดินด้วยอินทรีย์วัตถุ เช่นการเตรียมพื้นที่ปลูกในแปลงเก่าโดยไถกลบต้นสับปะรดแล้วปล่อยให้ย่อยสลายในระยะหนึ่งก่อนปลูก รวมทั้งการใส่ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อปรับปรุงบำรุงดิน ให้ดินมีความร่วยซุย ช่วยให้รากพืชสามารถนำธาตุอาหารจากปุ๋ยไปใช้ได้อย่างเกิดประสิทธิภาพ

          จุดคอขวดที่ 2 คือการใช้ปุ๋ยเคมีเกินความจำเป็น โดยการใช้ปุ๋ยไม่ถูกช่วงเวลารวมทั้งการหว่านปุ๋ยเคมีลงดิน ซึ่งพบว่ามีการสูญเสียปุ๋ยโดยเปล่าประโยชน์เป็นอย่างมาก ทำให้ต้องเสียเงินทุนในส่วนนี้จำนวนมาก เคล็ดลับก็คือ ควรใช้ปุ๋ยตามช่วงเวลาและปรับเปลี่ยนจากการหว่านปุ๋ยเป็นการใช้ปุ๋ยน้ำฉีดพ่นทางใบ จะช่วยลดปริมาณการใช้ปุ๋ยให้น้อยลงและสับปะรดสามารถนำธาตุอาหารไปใช้ได้อย่างคุ้มค่า

          จุดคอขวดที่ 3 คือการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ จะเป็นการช่วยให้ต้นทุนการผลิตสับปะรดต่อหน่วยลดลงได้ เคล็ดลับก็คือ การให้น้ำสับปะรดเพราะวิธีนี้จะช่วยเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้นมากกว่าร้อยละ 30 ในขณะที่เพิ่มต้นทุนการให้น้ำไม่ถึงร้อยละ 5 ซึ่งเมือ่เทียบสัดส่วนแล้ว พบว่าจะช่วยลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วยได้ถึงร้อยละ 25 ทีเดียว

                            

          จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรต้นแบบครั้งนี้ทำให้เราทราบว่าการลดต้นทุนการผลิตพืชนั้น อย่ามองถึงแต่การลดปัจจัยการผลิตเท่านั้น เพราะในบางครั้งการเพิ่มต้นทุนในด้านปัจจัยเข้าไปแต่ก็สามารถเพิ่มปริมาณผลผลิตด้วย โดยเมื่อเทียบสัดส่วนการเพิ่มต้นทุนต่อไร่กับปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ถ้าคุ้มค่าหมายถึงต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลงได้ในระดับที่พอใจก็ถือว่าเป็นการลดต้นทุนการผลิตได้ด้วย