เรียนรู้จากคำคมคารมปราชญ์
ปราชญ์หลายท่านได้กลั่นกรองความงดงามที่มีอยู่ในใจท่านผ่านเป็นคำพูดงานประพันธ์ที่ผู้พบเห็นหรือได้ยินแล้วเก็บเอามาครุ่นคิดพร้อมนำมาเป็นบทเรียนและเรียนรู้กับคำคมคารมปราชญ์นั้นๆพร้อมทั้งใช้เป็นแนวทางการดำเนินชีวิตปราชญ์มิได้หมายถึงผู้ที่มีชื่อเสียงเท่านั้นได้ร่วมเอาผู้ที่เป็นแบบอย่างในสังคมจากในหมู่บ้านที่ไหนก็ได้ที่ทุกท่านประสบพบมา เสาะหามา นำมาเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้และพื้นที่นี้จะเป็นพื้นที่ที่บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ของปราชญ์ท่านต่างๆผลิกดอกออกผลให้เกิดเป็นปราชญ์ประชาคมที่สรรค์สร้างความสวยงามที่ละเอียดอ่อนที่เป็นแบบอย่างในสังคมของเรา
ศาสตาจารย์นายแพทย์ประเวศวะสี
“เอาเรื่องใจนำความรู้ก็จะตามมาความรู้จะดีกว่าเดิมบางคนกลัวไปว่าถ้าเราไม่เอาความรู้นำความรู้จะด้อยที่จริงตรงกันข้ามถ้าเราเอาใจนำ และเราเอาความรู้ตามเนี่ย ความรู้จะยิ่งมากขึ้น”
ค้นหาสิ่งดีงามนำมาชื่นชมกระบวนการนำไปสู่การได้ใจ
เวลาที่เราไปให้คำปรึกษาที่ไหนเราอยากได้ใจเขา เราก็จะเอาความรู้ที่เรามีอยู่ไปให้แต่ท้ายสุดคนในองค์กรนั้นๆก็ไม่สามารถนำเอาความรู้ที่เป็นสิ่งดี(เราคิดว่าดี)ไปขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพองค์กรเขาได้ นำความทุกข์ไปให้ผู้คนของเขา ทำให้ใจของผู้คนหดหาย ขยาดกับการพัฒนาที่ที่ปรึกษานำไปมอบให้ สิ่งสำคัญที่เราครุ่นคิดกับก็คือ การเข้าไปเรียนรู้กับองค์กรเขาเสาะหาสิ่งดีงานที่มีอยู่แล้วนำมาชื่นชม เราก็จะได้ใจเขา และเป็นจุดเริ่ม ท่าน ศ.นพ.ประเวศวะสี กล่าวว่า "แต่ละพื้นที่มีความดีอยู่แล้วโดยไม่มีใครรูเห็น ผู้ปฏิบัติดีผู้ปฏิบัติชอบเหล่านี้อาจเป็นชาวบ้าน ครู พระ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ทนายความ สื่อสารมวลชน หรือองค์กร เช่น วัด โรงเรียน โรงพยาบาล บริษัท ฯลฯ หากมีการทำแผนที่คนดีในทุกพื้นทีโดยโรงเรียน โดยวัด โดยโรงพยาบาล โดยชุมชนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นใด แล้วนำมาสื่อสารให้รู้กันในวงกว้าง จะสามารถทำให้ความดีขยายตัวเต็มแผ่นดิน" การสร้างการเรียนรู้ที่เริ่มต้นจากการสร้างแรงใจของผู้คนให้ได้ใจของผู้คนและขยายออกไปถึงความรู้ คุณภาพ ที่เป็นเป้าหมายถัดๆไปของเรา