การทำบุญนั้นแค่ได้ทำก็รู้สึกเป็นสุขแล้ว

           เมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม 2551 ได้นำนักเรียนไปทำบุญถวายเทียนพรรษา  ผ้าอาบน้ำฝน และสังฆทานที่วัดสุสาน  เนื่องจากนักเรียนจำนวนมาก  จึงต้องแบ่งออกเป็น 2 รอบ  พระสงฆ์ท่านก็ใจดี  ยินดีทำพิธีให้ 2 รอบเช่นกัน  รอบแรกเป็นนักเรียนอนุบาล  และช่วงชั้นที่ 1 (ชั้น ป.1-ป.3) ภาพนักเรียนตัวเล็ก ๆ ค่อย ๆ เดินขึ้นสะพานลอยเพื่อข้ามถนนกันเป็นแถว  มีผู้ปกครองหลายคนไปร่วมทำบุญด้วย มองภาพแล้วจิตใจสดชื่นว่าสังคมไทยเรายังมีคนดีอยู่อีกมาก  เมื่อไปถึงวัดแล้วนักเรียนจำนวนมากก็คุยกันเสียงดัง  กำลังว่าจะหันไปดุ  แต่พอเห็นแววตาเด็กที่ตั้งใจจะไปทำบุญแล้วก็ดุไม่ลง  คิดว่าให้ทำบุญก่อนกลับไปที่โรงเรียนแล้วจะทบทวนบทเรียนนี้อีกที  แต่พระท่านก็พาทำพิธีได้อย่างดี  ผ่านไปด้วยดี 

           พอถึงรอบที่ 2 เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - มัธยมศึกษาปีที่ 3  นักเรียนโตแล้วคิดว่าคงไม่ค่อยคุยกัน ที่ไหนได้เหมือนเดิม  จึงหันไปกระซิบพระที่เป็นพิธีกรว่า  ก่อนทำพิธีขอให้นักเรียนนั่งสมาธิก่อน  ปรากฏว่าได้ผลดี  นักเรียนตั้งใจนั่งสมาธิพระท่านก็สามารถสอนและบรรยายธรรมและทำพิธีได้เป็นอย่างดี   นับว่าที่สอนให้นักเรียนรู้จักการนั่งสมาธินั้นมีผลดีไม่น้อย  กลับมาถึงโรงเรียนจึ้งต้องชมเชยกันหน่อย 

             นับเป็นโชคดีที่โรงเรียนเทศบาล 4 (เพาะชำ) อยู่ใกล้กับวัด  จึงมีกิจกรรมดี ๆ ที่ให้นักเรียนได้ปฏิบัติพิธีที่วัด  นักเรียนได้ไปทำบุญถวายภัตตาหารเพล  ได้เรียนศาสนพิธี  ได้ฝึกสมาธิ การแผ่เมตตา ฯลฯ เป็นประจำ  คงจะช่วยกล่อมเกลาจิตใจให้นักเรียนเป็นคนดีได้มากกว่าการสอนด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียว    เพราะเชื่อว่าการปฏิบัติดี  มีค่ากว่าคำสอน  หรือรู้แต่ไม่ทำ