เมื่อนึกถึงคนจีนฮ่ออพยพ บุคคลบนพื้นที่สูง ที่ถือใบสำคัญถิ่นที่อยู่และใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว จะแปลงสัญชาติต้องมีรายได้ถึง ๓๐,๐๐๐ บาท/เดือน คงหมดหวังทีเดียว ลำพังอย่างเรา ๆ หาเงินเดือน ๓๐,๐๐๐ บาทยังลำบาก แล้วนับประสาอะไรกับพวกเขาเล่า

วันนี้ (๒๐ ก.ค. ๒๕๕๑) มีงานที่จะต้องเคลียร์อย่างมาก ทุกงานล้วนแต่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ทั้งนั้น ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเราไม่มีเวลาอยู่นิ่ง ๆ สักเท่าไร ต้องทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียวกัน จึงอาศัยวันหยุดยาวนี้อยู่กับตัวเองให้มากที่สุด นิ่งที่สุด

เรามีเวลาอ่านหนังสือในวันหยุดยาวนี้ จึงศึกษาเรื่องหนึ่ง เรารู้สึกว่าเราทำงานด้านสถานะบุคคลมา ๒ ปีกว่าแล้ว แต่รู้เรื่องนี้ได้น้อยมากกกกกกกก (คงอีกหลายเรื่อง)

 

นั่นก็คือ การแปลงสัญชาติ

 

การขอแปลงสัญชาติตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๑๐ ได้บอกถึงคุณสมบัติของคนต่างด้าวที่จะขอแปลงสัญชาติได้ ซึ่งมีเพียง ๕ กรณี คือ

๑)                 บรรลุนิติภาวะแล้วตามกฎหมายไทยและตามกฎหมายที่บุคคลนั้นมีสัญชาติ

๒)                มีความประพฤติดี

๓)                มีอาชีพเป็นหลักฐาน

๔)                มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรไทยต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ยื่นขอแปลงสัญชาติเป็นไทยเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี

๕)                มีความรู้ภาษาไทยตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

 

มาตรา ๑๒ บอกวิธียื่นจะกำหนดในกฎกระทรวง

 

          เราได้ไปอ่านทั้งกฎกระทรวง(พ.ศ.๒๕๑๐) และหนังสือสั่งการที่ออกตาม มาตรา ๑๐ , ๑๒ ก็เข้าใจดี แต่เมื่อเราไปอ่านเจอหลักเกณฑ์ประกอบการใช้ดุลพินิจการให้สัญชาติไทยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามมาตรา ๙ , ๑๐ กรณี ข. ข้อ ๓ ได้มีการะระบุถึงรายได้ ซึ่งไม่น้อยทีเดียว ถ้าเข้ามาเพื่อทำงานต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า ๘๐.๐๐๐ บาท/เดือน แต่ถ้าเพื่อมนุษยธรรม หรือมีบุตรเกิดในไทย หรือจบการศึกษาระดับอุดมศึกษาต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า ๓๐,๐๐๐ บาท/เดือน

          เมื่อนึกถึงคนจีนฮ่ออพยพ บุคคลบนพื้นที่สูง ที่ถือใบสำคัญถิ่นที่อยู่และใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว จะแปลงสัญชาติต้องมีรายได้ถึง ๓๐,๐๐๐ บาท/เดือน คงหมดหวังทีเดียว ลำพังอย่างเรา ๆ หาเงินเดือน ๓๐,๐๐๐ บาทยังลำบาก แล้วนับประสาอะไรกับพวกเขาเล่า

          อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ มาตรา ๑๐ ข้อ ๔ ว่า มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ยื่นขอแปลงสัญชาติเป็นไทยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๕ ปี มีภูมิลำเนาในราชณาจักรต่อเนื่อง ๕ ปี ในพระราชบัญญัติไม่ได้บอกว่าจะต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน (ทร.๑๔) ๕ ปี แสดงว่าแม้ว่าจะมีชื่อในทะเบียนบ้าน (ทร.๑๓) ก็เข้าคุณสมบัติ แต่ ในหนังสือที่ออกจากกรมการปกครอง ที่ มท ๐๓๐๙.๑/ว ๒๘๖๓ กลับระบุว่า คนต่างด้าวที่มีสิทธิอาศัยถาวรจะขอแปลงสัญชาติต้องถือใบสำคัญถิ่นที่อยู่และใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว มาแล้ว ๕ ปี

          แสดงว่า ก่อนหน้าที่เขาจะถือใบสำคัญถิ่นที่อยู่และใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว แม้ว่าจะมีชื่อในทะเบียนบ้าน (ทร.๑๓) มาหลายปีแล้วก็ตามก็คงขอแปลงสัญชาติไทยไม่ได้

มานั่งคิดว่า กฎหมาย เป็นอะไรไป ตัวพระราชบัญญัติ , กฎกระทรวง มิได้มีการระบุถึงเรื่องรายได้ และ ภูมิลำเนาในประเทศไทย แต่อย่างใด ทำไมเจ้าหน้าที่ไม่ยึดพระราชบัญญัติเป็นหลัก ประกอบกับเมื่อข้อบังคับล้าหลังแล้ว ทำไมไม่จับมันมาปัดฝุ่น

 

ให้ผู้ที่ควรได้รับประโยชน์แต่ไม่ได้ในอดีตกลับมามีความหวังครั้งใหม่