วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม 2551

            วันนี้เป็นวันที่สามบนสมุยครับ คุณจ้าบังคับให้ผมลงจากเตียงในเวลาเดิมก็คือ 6.58 น.เป๊ะ ไอ้ลูกสาวคนนี้เมื่อชาติที่แล้วมันน่าจะเป็นช่างทำนาฬิกาเสียกระมัง เราสองคนปลุกพี่แป้ง แล้วหิ้วอุปกรณ์ตักดินลงไปที่ชายหาดเหมือนเคย คิดๆไปแล้ว นี่ตูมาพักร้อนเหรอวะเนี่ย แต่คำตอบก็มีเพียงคำตอบเดียว นั่นก็คือ ใช่ เพราะคำว่าพักร้อนของผมก็คือ พาลูกมาพักผ่อน เที่ยว กิน นอน เล่น เหนื่อยๆๆๆ แต่สุขใจเสียเหลือเกิน เห็นไหมครับ นี่ถ้าผมเปิดคลินิก รับฝากทำคลอดพิเศษ ป่านนี้คงทำคลอดกันสนุกมือ วันหยุดยาวก็ต้องนั่งเฝ้าเมียเฝ้าลูกคนอื่นแทนลูกเมียตัวเอง

            สองสาวเธอก่อกำแพงทรายเป็นผลงานหน้าหาด น่าเสียดายที่ไม่ได้ชักภาพไว้บ้าง พักหนึ่งก็ถูกพ่อมันบังคับขึ้นไปกินมื้อเช้า เพราะน้ำตาลในเลือดชักจะต่ำๆ หลังจากซดกาแฟไปอึกหนึ่ง วิญญาณก็เริ่มเข้าร่าง พี่แป้งหัดกิน omelet เป็นครั้งแรกในชีวิต เธอบอกว่าจะไปบอก uncle ครูสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียน

            การกินอาการเช้าวันนี้สนุกดีครับ เพราะลูกสาวทั้งสอง เธอกินไปอึไปครับ เริ่มจากแป้ง กินๆอยู่ก็ปวดอึ รีบวิ่งขึ้นห้องไปพักหนึ่งแล้วลงมากินต่อ ตามมาด้วยเจ้าจ้า แม่ ปวดขี้ ดังลั่น จนผมต้องรีบบอกเธอว่าเบาๆหน่อย เพราะวันนี้คนไทยเยอะ มันเสียมารยาทนะลูก แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งทำให้สนุก เพราะเธอเล่นรัว ปวดขี้ ปวดขี้ ปวดขี้ จนต้องรีบอุ้มวิ่งออกไป แถมเธอยังอึ 2 ช๊อต หลังจากช๊อตแรกเสร็จไปแล้ว ขณะที่กำลังนุ่งกางเกง เธอบอกแม่เธอว่า แม่ รู้สึกปวดท้องจัง มียาแก้ปวดท้องกินมั้ย แล้วก็ยิ้มๆ ปุ๋ง...ออกมาอีกรอบ มันน่ามั้ยล่ะครับ

            ออกจากห้องอาหารก็รีบไปลงสระน้ำ คุณแป้งเธอเห่อการดำน้ำครับ และก็ทำได้เก่งขึ้นเรื่อยๆ ผมแทบจะไม่ต้องไปห่วงการว่ายน้ำของเธอเลย จึงได้มาระวังคุณจ้าแทน เพราะรายนี้ยังไม่รู้สึกกลัวหรอกว่า การจมน้ำนั้นเป็นเช่นไร เช้าวันนี้เราลงน้ำกันจนถึงเวลาเกือบ 11 โมง เพราะควรจะออกจากรีสอร์ทก่อนเที่ยงเล็กน้อย อ้อจองลงเรือเที่ยวบ่ายสองโมงไว้ให้ครับ

            มื้อเที่ยงวันนี้ อ้อและหวั่งพาไปกินข้าวผัดหมูแดงที่ร้าน ปุยหยกที่ตลาดหน้าทอน ร้านนี้ขายข้าวผัดหมูแดงมานาน 2 ชั่วอายุคนแล้ว มันเป็นข้าวผัดกับซ๊อสสีแดงๆ ราดหน้ามาด้วยหมูแดง กินกับพริกสีเขียวสดหั่นมาพอให้หอมกลิ่น อร่อยอย่าไปบอกใครเลยครับ

            เราได้ลงเรือเที่ยวบ่าย 2 โมงตรงเผง ลาแล้วครับสมุย ที่ที่ผมเคยใช้เวลายามปิดเทอมเสมอๆเมื่อครั้งเรียนมัธยม ตอนนี้มันรู้สึกเหมือนกับกลับบ้านเก่าที่ห่างหายกันไปเสียเนิ่นนาน ถนนหนทางมีรถราเต็มไปหมด คนขับรถที่นี่ ต่างเป็นคนขับรถจริงๆ แต่ว่าสักแต่ขับครับ ไม่ได้สนใจเรื่องความปลอดภัยกันสักเท่าไหร่ หมวกกันน๊อคก็ไม่เห็นจะมีใครสวม ขับก็เร็ว หรือว่าคนที่นี่เขามีแขนขางอกใหม่ได้เหมือนจิ้งจก ชนิดที่ว่าถ้าชนมันขาดไปแล้ว เดี๋ยวมันก็งอกออกมาใหม่ได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องกลัวกันอีกต่อไป ต้นมะพร้าวหดหายกลายเป็นรีสอร์ท ความเป็นสมุยแบบเก่าเราต้องไปดูแถบท้องกรูด ที่นั่นแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงเลยครับ และเป็นที่ที่ผมรู้สึกได้ ว่ามันเป็นสมุยมากว่าที่อื่นๆ

เรือใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่งก็ถึงท่าดอนสัก ผมขับรถขึ้นจากเรือแล้วมุ่งหน้าไปทางอำเภอขนอม สิชล ท่าศาลา ด้วยอัตราเร็วเพียง 90 กม.ต่อชั่วโมง ทำให้คุณบุญรอดกินน้ำมันในอัตรา 13.4 กม.ต่อลิตรครับ เราแวะที่ปั๊มปตท.ที่ท่าศาลาเพื่อให้สาวๆฉี่ และผมก็ลงไปสั่งกาแฟยี่ห้ออเมซอนดื่มครับ ผมสั่งกาแฟร้อนแบบหิ้วกลับ พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นคุณน้องคนขายเธอเตรียมแก้ชนิดที่ใส่กาแฟเย็นมา เลยบอกไปว่าเอากาแฟร้อน เธอก็บอกว่า ค่ะ แต่แก้วแบบที่ใส่ร้อนมันหมด”“อ้าว แล้วจะใส่แก้วแบบนี้ให้ผมเหรอ ผมสวนไปทันที ค่ะ เอาไหมคะ หรือว่าพี่จะเปลี่ยนไปเป็นกาแฟเย็น โอ้โฮ คิดได้ไงเนี่ย ผมเลยสอนน้องเธอไปว่า ถ้าแก้วหมดก็บอกแขกสิ ใส่แก้วเย็นแบบนี้เดี๋ยวมะเร็งก็มาหาหรอก แบบนี้ไม่เอานะครับ อุตส่าห์มากิน แต่เจอแบบนี้ไม่ปลื้มเลยครับ ว่าแล้วก็ขอบคุณที่เธออุตส่าห์เสนอกาแฟเย็นมาให้ เลยสั่งเป็นคาปูเย็นมาดูดแทน รสชาติดีเยี่ยมครับ อดรนทนไม่ไหว ต้องรีบโทรศัพท์ไปบอกอ้อว่า หวั่งมีคู่แข่งซะแล้ว

ระยะทาง 150 กิโลเมตรเป๊ะจากท่าดอนสักมาถึงบ้านแม่ยายที่ปากพนัง ผมถึงที่หมายในเวลา 6 โมงเย็นพอดีพอดิบ คุณพ่อตาเตรียมขนมจีนไว้รอรับเช่นเคยครับ ผมหอบเอาปลาจาระเม็ดทอด 2 ตัวที่พี่น้อยเตรียมไว้ให้จากเกาะสมุยมากินด้วย อร่อยอิ่มไปอีกมื้อโดยไม่ต้องเสียตังค์สักแดงเดียว

การเดินทางของครอบครัวผมในครั้งนี้ได้อะไรมากมายครับ ได้เจอเพื่อนเก่า อ้อ หวั่ง ภุชงค์ ได้คุยกันอย่างหนำใจแต่ยังไม่รู้สึกอิ่มเท่าไหร่นัก ได้กินของอร่อย 2 ร้าน ได้กลับบ้านเก่าของแม่ ได้พักผ่อน ได้เหนื่อย ได้ว่ายน้ำทะเล น้ำสระ ฯลฯ แต่ที่ได้มากที่สุดก็คือ ความสุข ความสุขจากการได้เที่ยวกับครอบครัวเป็นอย่างไรหลายคนคงรู้ดี มันเป็นความสุขที่ไร้สิ่งเจือปนครับ อยากจะบอกว่า ตอนนี้ถ้าเที่ยวได้ก็เที่ยวเสียเถอะ เดี๋ยวลูกมันโต มันก็จะไปกับเพื่อนของมันแล้ว ไม่รู้ว่าเราจะได้กอดมันเหมือนตอนเล็กๆหรือเปล่า ลูกๆตอนนี้เป็นช่วงที่น่ารักที่สุด ช่างพูดช่างคุยและช่างถาม มาออเซาะคลอเคลียไม่เคยขาด ถึงตอนนี้รู้แล้วยังครับ ว่าผมมีความสุขแค่ไหน