ช่วงวันหยุดวันนี้ ได้มีโอกาสได้ออกไปดูทุ่งนา ของพี่สาว และพี่สาวก็ได้ทำนาหว่านไปสักระยะหนึ่ง แต่ฤดูทำนาปีนี้ ฝนฟ้า ก็ไม่เป็นใจ ข้าวที่หว่านไป ก็ได้รอแต่น้ำจากฟ้า ดินค่อนข้างแห้ง ต้นกล้าก็แห้งเหี่ยว ดูแปลงที่นาแล้วปีนี้ไม่ทราบว่าจะได้ผลผลิตดีหรือเปล่า ถ้าเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว พี่สาว ในการทำนาแต่ละปี(การปลูกข้าว) จะได้ผลผลิตประมาณ 600 ถัง ก็เพียงพอ และเก็บไว้รับประทาน เพราะไม่ค่อยจะมีสมาชิกในครอบครัวมากนัก แต่ปีนี้ พี่สาวบอกว่าน่าหนักใจ การลงนาแต่ละครั้งจะต้องใช้ทุนที่สูง เพราะปุ๋ยกระสอบละ950 บาท แต่ละครั้งจะต้องใช้ 10 กว่ากระสอบ ปุ๋ยแพงมาก และการจ้างไถนา และปรับที่นา ต้องลงทุนสูงเช่นกัน
ฤดูในการทำนาจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาค- กรกฏาคมของทุกปี ขึ้นอยู่กับปริมาณของน้ำฝน เมื่อสามเดือนผ่านไป ข้าวที่ปักดำหรือ นาหว่าน เอาไว้จะสุกงอมเต็มที่พร้อมเก็บเกี่ยวได้ต่อไป
สำหรับการทำนาก็เปลี่ยนไป ผู้ใช้แรงงานเริ่มจะไม่ไหว ฝน ฟ้า ก็ไม่ตกตามฤดูกาล สภาพของดินฟ้าอากาศ และสังคมของท้องถิ่นนั้น ๆสภาพของดินฟ้าอากาศ และสังคมของท้องถิ่นนั้น ๆบางครั้งการทำไถ่นาก็ทำให้ท้อ ชาวนาบางส่วนเริ่มท้อหมดแรงในการทำนา การทำนาก็เปลี่ยนไปจากการทำนาดำ ก็กลายเป็นนาหว่าน เพราะความรวดเร็ว ง่ายด้วย แต่ผลผลิตได้น้อยกว่านาดำ
สำหรับภาพที่เห็นนี้
เป็นภาพของหลานสาว




ช่วงวันหยุดอยากลองฝึกหัดในการไถนา โดยใช้รถไถนาแบบเดินตาม
ก่อนที่จะทำนาจะมีการเตรียมดิน
เป็นการไถดะ เป็นการไถครั้งแรกตามแนวยาวของพื้นที่กระทุ่งนา เมื่อไถดะจะช่วยพลิกดินเพื่อให้ดินชั้นล่างได้ขึ้นมาสัมผัสอากาศ ออกซิเจน และเป็นการตากดินเพื่อทำลายวัชพืช โรคพืชบางชนิด การไถดะจะเริ่มทำเมื่อฝนตกครั้งแรกในปีฤดูกาลใหม่ หลังจากไถดะจะตากดินเอาไว้ประมาณ 1 - 2 สัปดาห์
แต่ผู้ที่เป็นพี่เลี้ยง ก็เป็นน้องชาย ที่ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัวที่กรุงเทพฯ ได้กลับมาเยี่ยมบ้าน และเจตนาดีอยากช่วยพี่สาวเตรียมดินบ้าง ก่อนที่จะลงทำนา ที่ห่างหายจากการทำนามากกว่า 10 ปี และลงมือในการไถนา ในช่วงวันหยุด สิ่งที่พบไม่ประทับใจ เพราะรถไถนาสะดุดตอไม้ ควบคุมรถไม่ได้พลิกคว่ำ และบอกว่า จะไม่ไถนาแล้ว และขอให้จ้างไถดะดีกว่า อยากช่วย แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด เห็นคุณค่าของข้าว เข้าใจชาวนา การทำนากว่าจะมาเป็นเมล็ดข้าวได้ ต้องผ่านหลายขั้นตอน เมื่อเห็นชาวนา น่าทึ่งมาก น่ายกย่อง ในการทำนาให้พวกเราได้รับประทานกัน
สำหรับปีนี้ข้าวเป็นราคามาก แต่การลงทุนค่อนข้างสูงมากทำให้ชาวนาจะต้องลำบาก ใช้ทั้งทุนและใช้ทั้งแรงงาน หลังสู่ฟ้า หน้าสู่ดิน น่าชื่นชมชาวนาไทยจริงๆ แค่เราเดินผ่านแดด ก็ร้อนจนทนไม่ไหว แล้วพวกเขาหละ จะต้องตรากตรำอยู่กลางทุ่งวันแล้ววันเล่า ไม่ได้ยินเสียง”บ่น”สักคำ
และเคยบอกพี่สาวว่า น่าจะพักผ่อน และพักในการทำนา พี่สาวบอกว่า ยังมีแรงสู้ไหว อยากทำ และแต่ละวันถ้าไม่ได้ไปไร่ ไปนา ไม่รู้ว่าจะทำอะไร ไม่อยากอยู่บ้าน ไม่ชอบพูดคุย ชอบอยู่ทุ่งนา จะมีความสุขมากกว่า ที่จะอยู่ที่บ้าน
สวัสดีค่ะพี่นงค์
เห็นใจและเข้าใจชาวนาจริงๆค่ะ
เพราะตัวเองก้เกดิมาเป็นลูกชาวนาเหมือนกัน
เคยทำเคยลำบากมา กว่าจะมาเป็นข้าวเม็ดๆได้ ผ่านมาหลายขั้นตอน
ช่วงนี้ฤดูทำนาแล้วค่ะ ที่บ้านแม่บอกว่าฝนไม่ตกเลย
ดำนายังไม่เสร็จ อิอิ ปีนี้ไม่ได้กลับไปช่วย แต่ส่งแรงใจไปแทน
มาเยี่ยมพี่ค่ะ...ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะน้อง
กล้วยแขก
สวัสดีครับพี่นงค์
แหม..แอบไปมีความสุขช่วงวันหยุดคนเดียวเลยนะ อิจฉาจัง
คิดถึงตัวเองสมัยเด็กจังเลยครับ หลังสู่ฟ้า หน้าสู่ดิน เช่นกันครับ
สวัสดีค่ะ
ก้อง...สะเร็น
แวะมา Tag ความลับค่ะ วันนี้นุ้ยโดน Tag ความลับจากพี่พนัส ความลับจากพี่พนัส และพี่ดาวลูกไก่ พี่ดาวลูกไก่พร้อมๆกันเลยค่ะ นุ้ยเลยแวะมา tag พี่นงค์ด้วยค่ะอิอิอิ
ธรรมชาติดีๆแบบนี้ เราไม่ค่อยได้เห็นแล้ว แต่ถ้าหลานสาวเปลี่ยนความเหล็ก มาเป็นความแท้ๆ บ้าง ในบางเวลา แบบแจมๆ นะ แล้วบรรยากศจะขนาดไหน ถ้ามีถ่ายมาให้ดูบางนะครับ ...เห็นแล้ว สบายใจ ถึงจะเหนื่อย จะหนัก แต่ เบาที่ใจ
สวัสดีค่ะ
นุ้ยcsmsu
สวัสดีค่ะ
ครูเก่า
555+