ถ่ายโอนจินตนาการของนักเรียนจาก the rod สู่ภาษาที่เขาต้องการจะสื่อกับเรา

ไม่ได้มาเยี่ยม  gotoknow ตั้วน้าน.......นาน.....  ขอประเดิมด้วยเรื่องนี้แล้วกัน

คุณเคยพบปัญหาของการสอนภาษาอังกฤษที่นักเรียนไม่อยากเรียนบ้างมั๊ย  ที่โรงเรียนวัดไผ่โรงวัวก็เป็นแบบนั้น  ในตอนแรกของการสอนภาษาอังกฤษกับนักเรียนนั้น  นักเรียนเกือบทุกคนไม่ยอมพูดไม่กล้าพูด  ไม่แม้กระทั่งจะทักทายเป็นภาษาอังกฤษ   ดังนั้น ขั้นแรกของการซื้อใจนักเรียน  เราในฐานะครูภาษาอังกฤษก็ต้องเป็นตัวอย่างให้นักเรียนได้พูดคุยด้วย  ซึ่งบอกได้เลยว่าการเปลี่ยนทัศนคติของคนหนึ่งคน ช่าง....ยากส์.....มาก

เริ่มด้วยการสนทนาทักทายแบบง่าย  เช่นเจอนักเรียนทักทายเราก็ฟุด ฟิดเป็นภาษาอังกฤษไปเลย Good morning, Good afternoon, Good evening  แล้วค่อยๆ เพิ่มคำทักทายง่ายๆเป็นอย่างอื่นบ้าง เช่น   How are you today? หรือ Are you OK today? หรือ  What are you doing? หรือ Did you have lunch/ breakfast? What did you eat?  How do you come to school?   คุณครูไม่ต้องเขินเลยคะเพราะนักเรียนจะนิ่ง และยิ้ม  หรือหัวเราะ ว่าคุณครูพูดอะไรกับพวกเขา (ฟังไม่รู้เรื่อง) 

ดังนั้น!!!!! คุณครูตอบนำทางไปก่อนก็ได้  หรืออาจจะผสมทั้งไทยและอังกฤษในภาษาไปเลยก็ได้  สนุกดี  ต้องพยายามมาก....ที่โรงเรียนทำอย่างนี้นานเป็นเทอม  กว่าจะได้ใจนักเรียนแค่คำทักทายว่า  Good morning, Good afternoon, Good evening  ตอนนี้ก็ผ่านมา ได้ 3 ปีนิดหน่อย ก็คงจะเดาได้ว่าได้อะไรบ้าง  ด้วยการปูพื้นภาษาอังกฤษด้วยการพูดสื่อสารนี้เองทำให้เราได้นักเรียนที่มีความกล้าแสดงออกมากมายทางด้านภาษาอังกฤษ   ในชั้นเรียนจึงเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่สนับสนุนให้นักเรียนมีกิจกรรมด้านการพูดมากขึ้น กิจกรรมการสอนในชั้นเรียนเน้นการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ( Communicative Approach) ที่เรารู้จักกันดี   แต่สำหรับดิฉันสอนมาตั้งหลายปีไม่เคยรู้สึกว่าเข้าถึงแก่นแท้ของ Communicative Approach  รู้แต่ว่าจะสอนนักเรียนบ้านน้อก....บ้านนอกให้ใช้ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตของเขาอย่างไร  จะใช้ภาษาอังกฤษเพื่อเรียนรู้ในชั้นต่อไปอย่างไร  กิจกรรมที่ใช้  นั้นประกอบไปด้วย  4 skills (listening, speaking, reading,  writing) นักเรียนทำงานด้วยภาระงาน ( task-based) นักเรียนทำงานเป็นกลุ่ม ( group work)  เป็นคู่ ( pair work)และเดี่ยว( individual work)  ปิดท้ายด้วยการทำรายงาน นำผลงานขึ้นบอร์ด การทำชิ้นงานต่างๆของนักเรียน 

สำหรับวันนี้ขอเสนออีกหนึ่งวิธีการสอนที่สามารถกระตุ้นให้นักเรียนได้เรียนและเกิดกระบวนการคิดด้วยตนเอง  ก่อนอื่นต้องขอนำเสนอ คำว่า“rod” ซึ่งเป็นแท่งไม้ที่ลักษณะแตกต่างกัน  เราจะใช้rodในการถ่ายโอนจินตนาการของนักเรียนสู่ภาษาที่เขาต้องการจะสื่อกับเรา  ดิฉันได้รับการสาธิตการสอนนี้ จาก อาจารย์ลินดา  สุขรัตน์  อาจารย์จากมหาวิทยาลัยศิลปกร  วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์  นครปฐมนี้แหล่ะคะ  จึงนำมา adapt ใช้กับนักเรียนในชั้นเรียน   สอนเรื่อง  direction  ให้นักเรียนบรรยายเส้นทางการเดินทางจากบ้านถึงโรงเรียน โดยใช้rod เป็นดำเนินเรื่อง  ก่อนอื่นก็ต้องสอนคำศัพท์เกี่ยวกับสถานที่ต่างๆ  โดยวิธีการทำbrainstorming  ปัญหาเกิดเมื่อเราไม่สามารถบอกคำศัพท์ที่นักเรียนอย่างรู้ได้ทั้งหมด  คุณครูอย่าอายกับคำว่าไม่รู้  ก็เปิดdictionary ซิคะ  ที่ไม่รู้จะได้รู้  แล้วอย่าเปิดคนเดียว แข่งกันเปิดกับนักเรียนสนุกดี  จากนั้น นักเรียนก็เรียนเรียนเรื่องการสร้างประโยคโดยใช้prepositionต่างๆ  ที่เกี่ยวกับทิศทาง   แล้วแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มย่อยๆ พลัดกันเล่าเรื่องการเดินทางของนักเรียนจากบ้านสู่โรงเรียน  ซึ่งนักเรียนก็จะนำความรู้เดิมที่มีอยู่มาใช้ในการบรรยาย  เพื่อให้การบรรยายได้เห็นภาพการเดนทางที่ชัดเจนก็ต้องใช้rod สมมติว่าเป็นสถานที่ใด ให้บอกชื่อด้วย

บรรยากาศของการเล่านั้นนักเรียนจะหัวเราะเพื่อนที่ได้พูด เพราะเคยได้ยินภาษาอังกฤษสไตล์สุพรรณหรือเปล่า  ที่โรงเรียนวัดไผ่โรงวัวมีคะ     ปิดท้ายการเล่าครูก็แกล้งถามว่าrod ตัวนี้เป็นอะไร (ภาษาอังกฤษนะคะ)  เชื่อมั๊ยนักเรียนตอบได้คะ   สุดท้ายคุณครูให้นักเรียนไปวาดแผนที่การเดินทางจากบ้านมาโรงเรียนให้ครู พร้อมทั้งเขียนระบุชื่อสถานที่ในงานด้วย 

ได้อะไรจากrod หรือยังคะถ้ายังขอเสนอ  เพื่อเป็นแนวทางได้  ดิฉันใช้วิธีการนี้กับนักเรียนชั้นป.6  แต่สำหรับชั้นป.5 ดิฉันก็ให้บรรยาย แผนผังของโรงเรียน และ ป.4 ก็ใช้บรรยายบริเวณรอบๆบ้าน.  สิ่งที่ทำให้นักเรียนสามารถพูดได้เพราะมันเป็นเรื่องใกล้ตัวของเขามากๆ  อย่างนั้นภาษาอังกฤษก็ไม่ยากส์ใช่มั๊ย ......... ถ้าไม่เป็นข้อสอบ

คราวนี้ก็ลองคิดกันดูว่าเราจะให้  the rod ทำอะไรได้บ้าง…..ปิ๋ง......ปิ๋ง......ปิ๋ง......ปิ๋ง......คิดเร็วๆๆเด็กไทยรอ......อยู่

 สุมาลี

ดูที่พี่สุมาลี

  แล้วเจอกันใหม่ในเรื่องอื่นๆ  นะคะ                  [email protected]