Josh หนุ่มน้อยชาว Kiwi ผู้หลงใหลเมืองไทย โดยเฉพาะเมืองเหนือ
- พูดเกี่ยวกับ Josh มาในเรื่องช่วยอาสาสมัคร KOICA สอนภาษาเกาหลี บางคนอาจสงสัยว่าหนุ่มน้อยคนนี้เป็นใคร มาจากไหน เกี่ยวไรกับครู Jenny
อาหารเช้า แบบไทยๆ
- Josh ชื่อจริงคือ Joshua Schoombie เด็กๆชอบเรียกว่า สกูบี้ดู อายุ 18 ปี เป็นอาสาสมัครที่เคยมาร่วมโครงการ Headspace Team ปี2007 และร่วมจัดกิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษ Josh เขาจะเป็น King Of Games คิดเกมได้ตลอดเวลา อายุน้อย แต่เป็นคนรับผิดชอบสูง มีความคิดเป็นผู้ใหญ่ อย่างครั้งหนึ่ง เคยพาคณะไปขึ้นเครื่องที่เชียงใหม่ หนึ่งในทีม ซื้อของมาก มากจนเกิน 20kgs เขาก็บอกว่า ทำไมไม่ส่งกลับประเทศไปก่อน ทยอยส่งไป แล้วต้องขนของเยอะๆ น้ำหนักมากๆ สาวน้อยคนนั้น(Philippa) ก็บอกทำนองว่า เรื่องของช้าน!!!! ไม่ต้องมายุ่ง ฉันมีปัญญาจ่ายค่าน้ำหนักเกินเอง เขาก็ตอบว่า มันก็ใช่...แต่มันทำให้ทีมเสียเวลา เพราะไม่รู้จะนานแค่ไหนที่ต้องไปทำเรื่อง อาจจะไปไม่ทันเครื่องก็ได้ เพราะเราทุกคนต้องรอเธอคนเดียว ฟังแล้วก็ซึ้งเลย เด็กวัย 17 ตอนนั้น พูดอะไร ทำเอาเราซึ่งเป็นผู้ใหญ่อึ้งเหมือนกัน
- อีกเรื่องที่ประทับใจ Josh เวลาจัดกิจกรรมอะไรก็ตาม เราบอกว่า นานไปไหม พอได้แล้วมั้ง จะได้จัดอย่างอื่นอีก เขาบอกว่าไง คนที่เหลือเขาไม่น้อยใจเหรอ ว่ายังไม่ได้เล่นเลย...อึ้งงงง...เรามักจะคิดว่า ให้ได้เล่น ได้ทำกิจกรรมร้อยละ 60 บ้าง 70 บ้าง 80 บ้าง แต่ฝรั่งเขาบอกว่า ต้อง 95-100 เท่านั้น
Teaching Thai classical dance to Kiwi
Josh เขาเป็นเด็ก นิสัยบางอย่างก็ยังเป็นเด็ก เด็กฝรั่งทำไรไม่ค่อยกลัว บอกว่าไปเชียงราย บ้านเพื่อนเขาชาวแคนาดา(เพื่อนอ่ะ อายุมากกว่า 3 รอบมั้ง) ไป snake hunting มา กลางทุ่งนาเลย แล้วมาก่อวีรกรรมที่หอพักอีก สาวๆชาว kiwi น้อง Laura, Ashley and Emma Lee (ชื่อ Emma เป็นชื่อโหลของประเทศ NZ) เล่าให้ฟังว่า วันหนึ่งกะลังนั่งเล่นกีตาร์กัน พ่อตัวดี Josh and Nathan ก็จับซากงูเน่าจากกระเป๋านาย Nathan มาโยนใส่กลางวงเลย บอกว่า 2 คนนี้โสโครกมากกกก
Nathan and Josh-naughty boys
- สืบไปสืบมาว่าทำไม เด็กพวกนี้ชอบงู ประเทศ New Zealand เป็นประเทศ Snake Free ไม่มีงูเลย


ครู Josh สอนแทนครู Jenny
- เล่าต่อ พอกลับไปอยู่ NZ ไม่รู้คิดยังไง ไปเรียนภาษาจีน ไปไกลเลย ที่ประเทศจีนเลย 1 ปี ก่อนไปก็แวะมาหาคุณแม่ Jenny ขา ที่เมืองลำปาง วันเดียวกับที่กลับจาก กทม.ไปค่ายอังกฤษที่ ปากน้ำ สมุทรปราการ ก็โทรเช็คที่เพื่อนคนไทยว่า Josh หายไปไหน บอกว่ามาหลายวันแล้ว ปรากฏว่าไปอยู่ที่เพชรบูรณ์ ไปงานแต่งงานชาวดอยโน่น แล้วก็เมลถามว่า แม่คราบบบบบ เบอร์แม่ เบอร์ไร จะเดินทางไปหาแม่ พักกับแม่ที่บ้าน ไปวันที่ 2 นะ ไปถึงจะโทรหา ที่ไหนได้ คุณแม่ไม่ได้เช็คเมลมาหลายวัน มาถึงเช้าก็นอนเลย คุณลูก Kiwi เลยมาตะโกนหน้าบ้าน By มอเตอร์ไซค์รับจ้างมาส่ง บอกคุงตำรวจทางหลวง ช่วยหาให้ ทุลักทุเล เออหนอ ก็ยังถามอยู่นะ ว่าแม่ชาว Kiwi ห่วงลูกไหม เวลาไปไหนมาไหนไกลๆ แบบนี้ เขาบอกว่า ห่วงเหมือนกัน แม่รู้แล้วว่าจะไปเรียนที่จีน แต่ไม่รู้ว่าไปวันไหน ตอนที่มาแม่ไม่อยู่ ไป honey moon กับพ่อต่างประเทศ เป็นงั้นไป....เขาให้อิสระลูกดีนะ
- ลูกคนไทยเป็นแบบนี้ไหมหนอ.....ดูภาพลูกชาย Josh สิ น่ารักไหม แล้ว English Camp ปีนี้จะเดินทางมาจากจีน มาช่วยทีม 2008 ด้วยนะ
Josh กับเด็กๆ ม.6
How tall you are!!!!
อ่านแล้วเป็นยังไงบ้าง เอาไว้เขาเล่าเรื่องจากเมืองจีน มาให้ฟังจะเอามาเล่าต่อเจ้า
อ่ะมาเล่าต่อแระ.....
พ่อลูกชาย KIWI:Joshua หิ้วกระเป๋าใบไม่ใหญ่เท่าไหร่ แต่ยาวๆ แบนๆ
ลงจากมอเตอร์ไซค์รับจ้าง พูดประโยคน่ารักมาก
Hello, Mum....I miss you much.....Can I stay at your house?
.....Sure....คุณแม่ขาก็บอก You are my son...you can stay here.....Can I help you? Give me your bag....
Josh ปฏิเสธ No No...ว่าแล้วก็หิ้วหน้าตาเฉยขึ้นข้างบน มาเห็นทีหลังว่าในกระเป๋ามีเสื้อกันหนาวอัดสูญญากาศเหลือแบนๆ สัก 4-5 ตัว ถามว่าทำไมไม่ไปซื้อที่จีน Josh บอกว่า Chinese people are very.. tiny.(ตัวเล็กมาก) เขาหาซื้อไม่ได้แน่นอน อ่ะ รอบคอบดี เมืองที่เขาจะไปเรียนนั้นหน้าหนาวอุณหภูมิติดลบ 12 หนาวกว่า New Zealand อีก บอกอีกว่ามาครั้งนี้ขอเปิบพิสดารหน่อย ลองกิน snakeู กะ frog or dog โหหหหหหหห เหลือเกินจริงๆ.....
แต่ก็ไม่รู้ว่าเด็กที่ร้านหามาจากไหนมาให้ลองกิน....กินไปได้ไงไม่รู้ ยกเว้น dog นะ คงต้องไปเวียดนามโน่น
Josh กับท่ารำเป็ด KAB KAB KAB!!!!
ก่อนกลับก็เข้าไปเยี่ยมเยียนโรงเรียนและน้องๆ ที่เคยเข้าค่าย
ก็ไปช่วยทักทายเด็กๆ ในห้องเรียน นักเรียนจะชอบเขา
ก่อนจะไปจีน ก็พาไปเที่ยวเชียงราย ไปพบเพื่อน Canada เป็นมูลนิธิ
เกี่ยวกับชาวเขา ก็พาไป Golden Triangle- สามเหลี่ยมทองคำ
Golden Triangle
Who is handsome?
หอผิ่น Hall of Opium โครงการของสมเด็จย่า ที่นี่ดีมากเลย หนุ่มน้อยของเราใช้เวลาไป 3 ชั่วโมง ดูทุกอย่าง ทุกเรื่อง ตั้งแต่ความเป็นมาของฝิ่น กฏหมาย การผลิต จนถึงโทษ พิษภัย หอฝิ่นเขาทำได้ดีมาก มีหลายภาษาให้เลือก แต่ห้ามถ่ายรูปค่ะ ค่าเข้าชม ต่างชาติ 300 บาท คนไทย 200 บาท ข้าราชการ 150 บาท คนเจียงฮาย 50 บาท 50 บาท ถ้านักเรียนมาเป็นหมู่คณะ ติดต่อก่อน ฟรีค่ะ ต้องการให้เด็กวัยรุ่นเข้าไปดูเยอะๆ จะได้กลัว เวลาเห็นภาพคนติดยา ทำเหมือนจริง น่ากลัวด้วย
เสร็จจากหอฝิ่นก็เดินทางเข้าไปบ้านนอก My Hometown ห่างจากแม่สาย 15 กม. ก็มาพักทักทายญาติๆ หนุ่มน้อยก็เป็นขวัญใจผู้เฒ่า เขาน่ารัก เข้ากับคนง่าย หัวร่อเริงร่า บางคนก็อยากลับฝีปากภาษาอังกฤษที่ไม่ได้ใช้เลย ก็พากันพูดเป็นคำๆ ให้ Josh ทายอายุ เอาใจคนไทยซะด้วย บอกอายุน้อยๆ ทำเอาคนแก่ยิ้มแก้มปริ อิอิ Sweet Talk(ปากหวาน) แต่ Josh บอกว่า Honey lips เท่ห์กว่า
ตอนนี้หนุ่มน้อยก็เดินทางไปจีนแล้ว
ส่งเมลมารายงานตัว ดังนี้