ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าผมตั้งชื่อหัวข้อบันทึกไม่ผิดนะครับ ผมเจตนาตั้งชื่อว่า กิจวัจน์ จริงๆ ครับ เพราะผมคิดว่าน่าจะมีคนมาบอกว่า น่าจะเขียนว่า กิจวัตร มากกว่า ฮิฮิ เอาเป็นว่านี้คือคำใหม่แล้วกันครับ ให้ความหมายไว้ว่า งานของนายจารุวัจน์ที่ทำเป็นประจำ ฮาฮาฮา

วันนี้อุตสาห์ผูกใจไว้ที่การเขียนรายงานวิจัยครับ แต่อดใจไม่ได้ที่จะต้องเปิดเว็บ g2k มาเยี่ยมเยียนครูบาอาจารย์และมิตรรักแฟนเพลงทุกท่าน ในขณะที่งานวิจัยก็เขียนไปนับบรรทัดได้ ฮิฮิ อันนี้ยอมรับครับว่า เป็นผลจากความไม่พร้อมทางร่างกายจริงๆ ปกติผมนั่งทำงานได้จนแบตโน้ตบุ๊คหมดและต้องเสียบปลั๊กต่ออีกนาน แต่ตอนนี้ชาร์ตแบตครั้งเดียวนี้สามารถเปิดปิดได้หลายรอบ ทั้งๆ ทีไม่ใช่แบตใหม่

ดูข่าว ครม.ชุดนี้แล้วรู้สึกน่ารักดีครับ มีทั้งลูกบู๊ แล้วก็มีลูกงอนด้วย ฮาฮา ลูกบู๊ก็ที่ด่าชาวบ้านไปทั่วครับ แต่สุดท้ายคนส่วนใหญ่ไม่สนคำด่าดังกล่าว แถมถูกตอกย้ำด้วยคำพิพากษาของศาลท่าน รอบนี้เลยเล่นท่าไม้ตายขั้นสุดท้าย งอนมันเสียเลย ไม่เอาแล้วไม่ทำแล้ว ให้ทำ บอกว่าทำได้ก็ไม่ทำจะงอน จะไม่ส่งใครไปเซ็นต์สัญญาลงนามกับใครแล้ว ฮิฮิ เพิ่งรู้ว่าคนแก่ก็ทำงอนเป็นเหมือนกัน

กลับมาเข้าเรื่องที่อยากเล่าครับ อยากจะบอกว่า ตอนนี้เบื่อทานยามากเลยครับ โดยเฉพาะยาก่อนอาหาร วันนี้เลยแกะถุงเอามานั่งนับดูว่าเมื่อไรจะหมด เลยดีใจครับว่ากำลังจะหมดแล้ว พรุ่งนี้ตอนจะนอนก็น่าจะหมดเสียที

ผมยอมรับครับว่า ยาก่อนอาหารเป็นยาสร้างนิสัยจริงๆ ครับ เพราะทานยาก่อน ไม่ได้หมายถึงว่า ทานเสร็จก็ทานข้าวได้เลย มันต้องรอก่อนชั่วโมงหนึ่ง ดังนั้นหากไม่รักษาวินัยตนเอง เวลาอื่นๆ ก็ไม่สามารถรักษาได้ หลังจากออกจากรพ.รอบแรก ไม่มียาก่อนอาหารครับ แต่ครั้งหลังสุดที่ไปเจอหมอมานี้แหละครับ ถูกเพิ่มอีกรายการหนึ่งเป็นก่อนอาหารเนื่องจากแผลแห้งไม่สนิท แล้วยานี้ก็ต้องทานให้หมดด้วย ทั้งๆ ที่แผลตอนนี้เรียกว่า หาสนิทแล้วแหละครับ (คิดไปเองคนเดียวครับ)

หกโมงเช้าผมกินยาก่อนอาหารเม็ดแรกครับ แต่ปกติทานข้าวเช้าตอนแปดโมง ฮิฮิ ที่เผือเวลาไว้เยอะก็เพราะเคยคิดจะทานตอนเจ็ดโมงปรากฏว่า ทุกครั้งที่จะทานพลาดเป็นแปดโมงทุกที ซึ่งนั้นก็ต้องทานข้าวเช้าเก้าโมง (หิวครับ ตาลาย)

เก้าโมงเช้าระหว่างนั่งทำงาน(ที่บ้าน) ก็ใช้เวลาพร้อมกับรายการดังกล่าวด้วยกับกาแฟหนึ่งแก้วครับ ตามด้วยนมสองกระป๋องตอนสิบโมง แล้วก็ยาก่อนอาหารอีกครั้งหนึ่งตอนสิบเอ็ดโมง หากเผลอทำงานเพลินอย่างวันนี้ก็มาทานยาเอาเที่ยง ก็ต้องเลื่อนเข้าเที่ยงไปบ่ายโมงครับ พลาดเวลาทานข้าวไปอีกชั่วโมงหนึ่งก็เพราะต้องหลีกทางให้กับยาก่อนอาหารนี้แหละครับ ฮิฮิ (เริ่มไม่แน่ใจว่า เคร่งระเบียบวินัยมากไปหรือเปล่า)

ก่อนยามื้อค่ำ บ่ายสามบ่ายสี่ก็นมอีกกระป๋องหนึ่งครับ แคลเซี่ยมครับ แคลเซี่ยม ส่วนกาแฟช่วงนี้งดไปโดยอัตโนมัติครับ

ส่วนยาสำหรับมื้อค่ำ อยู่ที่เวลาหกโมงครับ เวลานี้ส่วนใหญ่ไม่พลาดครับ เพราะช่วงเวลานี้เป็นเวลาพักผ่อนนอนดูข่าวดูละคร เลยไม่เผลอเรื่องยาก่อนอาหารครับ มื้อค่ำของผมอยู่ที่หนึ่งทุ่มครับ ส่วนยามื้อลำบากอีกมื้อหนึ่งครับคือ ก่อนนอน ส่วนใหญ่ห่มผ้าเรียบร้อยแล้วจึงจะนึกออกว่าลืมทานยา หรือไม่บางทีจะหลับลงก็ต้องมาคำนวนก่อนว่า เมื่อกี้กินยาแล้วยังหว่า คนมันเริ่มจะหลงๆ ลืมๆ เมื่อง่วงครับ

อีกสองคืน ยาก่อนอาหารจะหมดแล้วครับ เหลือแต่ยาหลังอาหาร ซึ่งไม่ลำบากเท่าไรครับ เพราะวันละสองครั้งเช้าเย็น

ออ.อันหนึ่งที่ผมมีวินัยมากขึ้น คือ เรื่องการละหมาดครับ เนื่องจากอยู่บ้านและได้ยินเสียงอาซานชัดเจน และสามารถหยุดทุกงานได้ทันที ดังนั้นเสียงอาซานเสร็จผมก็เริ่มละหมาดได้เลย ที่น่าเสียดายคือยามาอห์ครับ ไม่ได้เลยช่วงนี้ จะมีมะมูมก็เตาฟิกละครับ มานั่งข้างๆ เลียนแบบละหมาดนั่งไปพร้อมๆ กับผมเป็นบางเวลา ฮิฮิ