ความลับ ออกมาในที่แจ้งแล้ว ยังจะเป็นความลับอยู่หรือไม่ ยังกังขาอยู่

หลายวันก่อน ได้รับ TAG ความลับ จากคุณครูแอ๊ว .... ความรู้สึกแรกคือ อึ้ง กิม กี่  (แปลว่าอะไรก็ไม่รู้ 555)

คือว่า

  1. ไม่รู้ว่า เขาเล่นกันอย่างไรสำหรับการ TAG
  2. โอ... ความลับ ก็คือ ความลับ ... แล้วเราจะเอาอะไรออกมาเขียนในที่แจ้งได้เล่า ... 555

 

ว่าแล้วก็ลงมือเขียนอีเมล์ถึงคุณครูแอ๊ว... เธอก็น่ารักมาก รีบตอบมาอย่างรวดเร็ว บอกให้ทำใจสบายๆ

แล้วอีกวันหนึ่งก็พบว่า เพื่อนร่วมชะตากรรม ที่ได้รับการ TAG พร้อมกับดิฉัน ได้ทำการบ้าน เสร็จแล้ว ส่งแล้ว ... เอาละสิ ...อัญชลี จะทำอย่างไรดีเอ่ย ...

 

จนมุมเล็กน้อย ... เขียนอีเมล์ถึงเพื่อน 3 คน ว่า ช่วยถามหน่อยว่าอยากรู้ความลับเรื่องอะไรของเรามั่ง ... เสียงสะท้อนกลับคือ ความเงียบ ขณะที่เมล์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องงาน กลับตอบมารวดเร็วทันใจ 555 ....

 

คราวนี้คงต้องช่วยตัวเองแล้วกระมัง

 

ความลับเรื่องที่ 1

 ตัวเองเป็นคนที่เหมือนนิ่งๆ เงียบๆ ในสายตาของคนอื่นๆ  แต่หารู้ไม่   ว่าภายในตัวตนคนชื่อ อัญชลีนี้ ร้อนรุ่ม ใจร้อน ขี้โกรธ เป็นที่ยิ่ง .... คือ ยิ่งโกรธ ยิ่งเงียบ (จากเดิมที่เงียบอยู่แล้ว มักไม่ค่อยเป็นผู้เริ่มการสนทนากับผู้อื่นก่อนมากนัก )  อาการอย่างนี้ ในภาษานพลักษณ์เรียกว่า การถอนตัว

                ในระดับที่ไม่รู้ตัวเอง ภายในตัวคนลักษณ์ 5 จะหนีออกจากภาวะที่อารมณ์รุนแรงมีอยู่ในตัวเอง  ถอนตัวเองออกจากอารมณ์ของตัวเอง ด้วยการใช้เหตุผลมากดทับสิ่งที่เกิดขึ้น แยกออกจากกันเป็นส่วนๆ แล้วก็ดำรงชีวิตต่อไป อย่างไร้อารมณ์ 555

                พอมารู้จักนพลักษณ์ ก็พยายามอยู่กับอารมณ์ของตัวเองที่มันเกิดขึ้นตามความเป็นจริง และหัดที่จะแสดงออกมาบ้าง จนบางครั้งทำให้หลายคน งง ๆ เพราะดูคล้ายคนอารมณ์แปรปรวนบ้างในบางครั้ง เพราะไม่คุ้นเคยกับอารมณ์ตัวเองมากนัก .....แหะ แหะ แต่พักหลังนี้ดีขึ้นแยะแล้วค่ะ 555

                อ่านแล้วงง ไหมคะ  เรื่องธรรมดาค่ะ สำหรับการพยายามอธิบายเรื่องอารมณ์ ความรู้สึก ด้วยภาษาของคนศูนย์หัว ยิ่งอธิบาย ยิ่งทำให้คนอื่นงง

 

ความลับเรื่องที่ 2

เป็นคนที่มักหัวเราะแบบไม่มีกาละเทศะ

แบบว่า เมื่อตัวเองอยู่ในสถานการณ์หนึ่ง ในหัวจะคิดไปเพลินๆ ว่า แล้วต่อไปจะเป็นอย่างไร คนนั้นจะทำท่าอย่างไร หรือทำอะไร  แล้วเมื่อเหตุการณ์เป็นไปอย่างที่คิดเล่นๆ ไว้ ก็จะหัวเราะออกมาไม่มีปี่ ไม่มีขลุ่ย คนที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์ก็จะงง ว่า มันหัวเราะอะไรฟะ

 

ความลับเรื่องที่ 3 ต่อเนื่องจากเรื่องที่ 2

ความสนุกของดิฉัน มักเป็นเรื่องสนุกที่เกิดจากความคิด มากกว่าที่จะเอาตัว เอาร่างกาย ไปลุย ไปสัมผัสกับสิ่งต่างๆ 

เช่น ตอนเด็กๆ สมัยประถม ความสนุกของ ด.ญ.อัญชลี คือ นั่งนิ่งๆ อยู่ตรงบันได ใกล้ๆ ระเบียงทางเดินตรงข้ามกับสนามเด็กเล่น คอยดูดอกพวงคราม ร่วงพริ้วลงมาตรงหน้า (มีซุ้มพวงครามอยู่บนหัว) และความสนุกจะทวีคูณ เมื่อสายตาแลเห็นเพื่อนๆ เล่นกัน แกล้งกัน หัวร่อต่อกระซิกกัน ... แค่นี้แหละค่ะ ความสนุกของ ด.ญ.อัญชลี นั่งดูไปขำไปคนเดียว สุขที่สุด สนุกที่สุดแล้วค่ะ ....คุณครูทั้งหลายไม่ต้องมาชวนให้ไปเล่นกะเด็กคนอื่นนะคะ เพราะนั่นคือ ความทุกข์ค่ะ  แต่ถ้าจะให้ไปติวเลข สอนการบ้านเพื่อนหน่ะ พอไหว

 

ความลับเรื่องที่ 4

เริ่มจนมุมอีกแล้วค่ะ ... นึกไม่ออก

เรื่องอะไรดีน้อ ....

อืมๆๆๆ ... มันจะเป็นความลับหรือเปล่านะ

คือว่า  นางสาวอัญชลี รู้จักการทาแป้ง เพื่อประทินความงามตอนอายุประมาณ 19-20 ขวบค่ะ

แป้งฝุ่นสำหรับ ด.ญ.อัญชลี คือ สิ่งที่เอาไว้ปะ ตรงพุง วนๆ กลมๆ ลื่นๆ หลังอาบน้ำ แป้งฝุ่นไม่เคยได้สัมผัสหน้าใสๆ ของ ด.ญ.อัญชลีเลยเจ้าค่ะ

                โตขึ้นหน่อยเป็นวัยรุ่น เพื่อนๆ พกแป้งเป็นตลับๆ ไว้โป๊ะหน้าตอนโรงเรียนเลิก  แต่ดิฉันก็กลับบ้านหน้ามันเยิ้ม อย่าว่าแต่โป๊ะแป้งเลย ล้างยังไม่ล้างเลยค่ะ

                แป้งฝุ่นสำหรับเด็ก มีโอกาสได้สัมผัสหน้าของดิฉันก็ตามที่โปรยเรื่องไว้หน่ะแหล่ะค่ะ อายุปาเข้าไป 19 หรือ 20 ปีแล้ว ใกล้จบมหาวิทยาลัยแล้ว ตอนนั้นจำไม่ได้เหมือนกันว่า มีอะไรเป็นแรงบันดาลใจ 5555

                อ้อ .. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมนิดหน่อยค่ะ ว่าที่บ้านหน่ะ ดิฉันเติบโตมากะพี่ชายล้วนๆ 5 คน ค่ะ ทำอะไรก็ทำตามพี่ชาย เลยไม่ค่อยใส่ใจเรื่องอะไรๆ แบบเด็กผู้หญิงนัก

                ตอนที่จะต้องสอบเข้ามัธยมปีที่ 1 คุณพ่อถามว่าอยากเรียนโรงเรียนไหน ดิฉันตอบไปว่า โรงเรียนวัดสุทธิวราราม (คือพี่ชายอยู่โรงเรียนนี้หน่ะ ..ไม่รู้ว่าเป็นโรงเรียนชายล้วน อิ อิ อิ ) แต่ท้ายสุดก็ได้ไปอยู่สตรีวิทยา อึดอัดแทบตาย แหะ แหะ แหะ

 

ความลับเรื่องที่ 5  ดีใจจัง

เรื่องนี้อาจจะไม่เป็นความลับ แต่เป็นเรื่องที่ดิฉันภาคภูมิใจเป็นที่ยิ่ง

คือ ความสามารถในการนอนหลับได้ทุกที่ ทุกเวลา ค่ะ

 

ไม่ว่าจะขึ้นรถ ลงเรือ ขึ้นเครื่องบิน หรือ แม้กระทั้งในเรือด่วนคลองแสนแสบ ที่แสนจะหอมหวล 555

แต่ดิฉันก็มากับความโชคดีนะคะ สมัยเด็กๆ นั่งรถเมล์หลับ แล้วก็จะสะดุ้งตื่นมาตอนใกล้ๆ จะถึงบ้าน หรืออย่างเก่งก็เลยบ้านมาสักป้าย 2 ป้าย 5555

 

ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหน เครียดแค่ไหน ดิฉันก็นอนได้ แล้วนอนหลับสนิทเสียด้วย ไม่มีการฝัน ไม่ว่าจะฝันร้าย ฝันดี หรือฝันเด่น

 

สำหรับการเดินทาง หากไม่มีภาระที่จะต้องทำหน้าที่ หรือมีมนุษย์สัมพันธ์ในการพูดคุยกับเพื่อนร่วมทางแล้วหล่ะก็ การหลับ คือ ความสุขสุดๆ ของดิฉัน พอล้อเริ่มหมุน ดิฉันก็สามารถหลับได้เลยทันที .....

 

แต่หลังๆ มานี่ เริ่มเรียนรู้แล้วหล่ะค่ะว่า ต้องทำหน้าที่เพื่อนร่วมทางกับผู้ที่ทำหน้าที่ขับรถบ้าง อย่าเอาเปรียบคนอื่นมากนัก อุ อุ อุ