นาที่ดีจะต้องมีคันนาขนาดใหญ่ ที่สามารถเก็บน้ำได้ดี

 

ตั้งแต่สมัยเด็กๆ ผมได้รับการสอนจากพ่อแม่ว่า

นาที่ดีจะต้องมีคันนาขนาดใหญ่ ที่สามารถเก็บน้ำได้ดี

ฝนมาทีไร ได้ทั้งน้ำทั้งปลา

Na010

น้ำท่วมนา ๒๗ เมษายน ๒๕๕๑ จากการทำและดูแลคันนาใหญ่

009

ส่วนหนึ่งของปลาที่จับได้ ในช่วงน้ำท่วม

(เช่น ปีนี้ตั้งแต่ เมษายนที่ผ่านมา คนอื่นที่นาติดกันไม่มีน้ำทำนา ไม่มีปลาบริโภค  แต่น้ำท่วมนาผม ๕ ครั้งแล้ว ได้ปลาร้า ๓ ไห และปลาทำกับข้าวเกือบทุกวัน)

และยังอาจใช้เพื่อการปลูกพืช ผัก หรือพืชต่างๆ ตามความต้องการของเจ้าของนา

ในกรณีของบ้านเกิดผมนั้น เป็นประเพณีที่นับถือกันต่อมาว่า

จะดูชาวนาว่าขยันหรือไม่ ให้ดูที่ขนาดของคันนา

ตัวอย่างเช่น

มีอาของผม ท่านหนึ่ง ท่านเป็นผู้ที่ทำงานขยันขันแข็งมาก ท่านมีนาอยู่ในเขตแห้งแล้ง(นาโคก) ทำคันนาด้วยแรงงานในครอบครัว ได้สูงถึง  ๓ เมตร ยาวเป็นร้อยเมตร เป็นคันดักน้ำที่หลากมาไว้ จนทำให้เกิดเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่เหนือพื้นที่นาของท่าน และเป็นแหล่งน้ำสำคัญของพื้นที่บริเวณนั้น ทำให้มีการใช้ที่นาได้อย่างมีประสิทธิภาพทุกปี แม้กระทั่งในปีฝนแล้ง

อีกกรณีหนึ่ง เวลาจะไปขอลูกสาวใคร พ่อแม่เขาจะสืบว่า บ้านที่ไปขอลูกสาวนั้นมีคันนาแบบไหน ซึ่งแสดงถึงความขยันของหนุ่มที่จะมาสมัครเป็นลูกเขย

ดังนั้น ผมได้รับอิทธิพลจากแนวคิดนี้ ตั้งแต่สมัยเด็กๆ และยังมีความเชื่อฝังใจว่า นาที่ดีต้องคันนาใหญ่ เก็บน้ำได้ดี

Na0603

สภาพคันนาเดิมในนาที่ผมซื้อใหม่ๆ ปี ๒๕๔๙

ที่เล็กมากสูงไม่เกินคืบ (เก็บน้ำไม่ได้)ก่อนที่ผมจะปรับปรุงเป็นคันนาใหญ่

(แต่..เป็นขนาดคันนาปกติที่ชาวนาแปลงข้างๆผมใช้อยู่กันทุกวันนี้)

ผมจึงเน้นการพัฒนาพื้นที่นาของผมให้มีคันนาขนาดใหญ่ ดักน้ำ คล้ายๆกับที่อาผมทำไว้เป็นตัวอย่าง (แต่สูงเพียง เมตรครึ่ง ไม่เท่ากับของอาผม)

Na004

คันนาใหญ่ ทำให้ผมมีน้ำทำนาได้เร็ว

ข้าวผมสูงเป็นเมตรแล้ว ขณะแปลงข้างเคียงเพิ่งเริ่มทำ เพราะ "รอน้ำ"

(หว่านข้าวตั้งแต่วันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๑ วันพืชมงคล)

รูปนี้ถ่าย ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๑

เทคนิคที่สำคัญที่ผมค้นพบมา ในระยะ ๒-๓ ปีที่ผ่านมานั้น มีหลายขั้นตอนด้วยกัน

·       ตั้งแต่การเลือกทำเลที่ตั้งการวางคันนา จะต้องเป็นจุดที่ควบคุมน้ำได้ดี สามารถทำประตูน้ำหรือทางระบายน้ำได้สะดวก

·       และที่สำคัญเป็นบริเวณที่สะดวกในการหาวัสดุมาซ่อมแซมคันนาในภาวะที่คันนาขาด หรือต้องเสริมให้คันนาแข็งแรงขึ้นกว่าเดิม

·       ชนิดของดินที่เหมาะแก่การทำคันนานั้น ควรจะเป็นดินชั้นล่าง ที่มีความสามารถในการเกาะตัวกันได้ดี เพราะดินชั้นบนจะร่วน เมื่อถูกน้ำก็จะพังได้ง่าย ไม่ว่าดินนั้นจะเป็นดินเหนียวหรือดินทราย

·       และยิ่งถ้าเป็นการปั้นคันนาช่วงที่มีความชื้นสูง หรือมีน้ำแช่ขัง จะปั้นได้ไม่แน่น แต่ถึงแม้จะปั้นในช่วงที่ไม่มีน้ำ ก็จะดูเหมือนแน่น แต่จะพังได้ง่ายมาก เมื่อมีฝนตกหรือมีน้ำไหลหลาก

ดังนั้น

·       ควรเลือกเวลาที่ดินมีความชื้น พอปั้นเป็นก้อนได้พอดี

·       มีการขุดเอาดินหน้าที่ร่วนออกก่อน แล้วนำดินชั้นล่างที่อัดตัวกันแน่นดีแล้วมาเป็นตัวสำคัญในการปั้นคันนา

·       ซึ่งอาจจะทำเป็นแกนกลางไว้ก่อน แล้วเสริมด้วยดินชั้นบนก็ได้

·       เพราะเมื่อดินชั้นล่างเกาะกันเป็นกำแพงแกนกลางแล้ว ก็จะพังได้ยาก ถึงแม้จะมีดินชั้นบนทับอยู่ด้านนอก ก็ไม่ทำให้เกิดความอ่อนแอมากนัก

·       และการใช้ดินชั้นบนโปะอยู่ด้านนอกนั้น จะช่วยให้การปลูกพืชต่างๆ เจริญเติบโตได้ดี

ในการทำนาเพื่อการดักปลา ควรจะคิดถึงขนาดของคันนา โดยเฉพาะความกว้างด้านบน ที่สามารถขุดหลุมดักปลาได้โดยไม่ทำให้คันนาพังได้ง่าย

และโดยเฉพาะการทำหลุมดักปลาบนคันนา ควรจะทำใกล้กับท่อระบายน้ำ ตรงจุดที่เป็นรอยต่อของท่อ ๒ ท่อ เพื่อให้มีรูระบายน้ำ ในกรณีที่ฝนตก เพื่อจะทำให้ปลาหนีออกจากบ่อดักไม่ได้

รูระบายน้ำดังกล่าว จะทำหน้าที่เป็นรูเติมน้ำให้บ่อ ในกรณีที่ฝนตกน้ำหลาก และปลาติดอยู่ในหลุมดัก ปลาก็จะไม่ตาย

ฉะนั้น รูระบายน้ำดังกล่าวจึงทำหน้าที่ทั้งเติมน้ำ และระบายน้ำออกจากหลุมดักปลาในขณะเดียวกัน

และถ้าเป็นไปได้ ควรมีตาข่ายกั้นที่ปากหลุม เพื่อกันปลากระโดดข้ามหลุม ก็จะได้หลุมดักปลาที่มีประสิทธิภาพ บนคันนาที่แข็งแรงอีกทีหนึ่ง

แต่อย่างไรก็ตาม คันนาที่แข็งแรง เป็นพื้นฐานที่สำคัญ และเรายังสามารถใช้หลุมดักปลาเป็นจุดหรือร่องอัดรูรั่วของคันนาได้อีกทางหนึ่ง

ดังนั้น การทำหลุมดักปลาบนคันนา จึงมีประโยชน์หลายด้านด้วยกัน กล่าวคือ

·       ดักปลาที่โดดข้ามคันนา และ

·       เป็นจุดอัดรูรั่วของคันนาในกรณีที่มีน้ำซึมไหลผ่านคันนา

นี่คือวิธีการที่ผมค้นพบในระยะ ๒-๓ ปีที่ผ่านมา หลังจากที่พบว่าคันนาใหญ่ของผมพังซ้ำแล้วซ้ำอีก

ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า แม้จะค้นพบวิธีการทำคันนาบ้างแล้ว แต่ก็ยังต้องเรียนรู้อีกต่อไป ในอีกหลายๆ เรื่องครับ ว่า ทำอย่างไร จึงจะไม่ต้องซ่อมคันนาบ่อยๆ อย่างที่ผมทำอยู่ในปัจจุบัน

ดังนั้น ทุกครั้งที่ฝนตก ผมจะต้องรีบไปนาเพื่อซ่อมคันนา ที่น้ำเริ่มซึม หรือดินเริ่มพัง เพราะมิเช่นนั้น จะเป็นงานใหญ่ในวันต่อๆไป เมื่อคันนาพังเป็นช่องกว้าง จะแก้ไขและซ่อมแซมได้ยากมาก

นี่คือ หน้าที่ของชาวนา

และผมได้ตระหนักว่า ชาวนาจำเป็นต้องไปนาบ่อยๆ มิเช่นนั้น งานเล็กๆ ก็จะกลายเป็นงานใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องคันนาพัง เป็นเรื่องที่แก้ไขได้ยากจริงๆ

เช่นในครั้งหนึ่ง ผมไม่ได้ไปนาเพียง ๓ วัน เพราะติดประชุมต่างจังหวัด พอกลับมาอีกที ต้องเสียเวลาอุดคันนาเกือบทั้งวัน จึงสามารถอุดรูรั่วรูเดียวได้สำเร็จ

ชาวนาทั้งหลายครับ...ต้องไปนาทุกวันนะครับ มีงานรอท่านอยู่เสมอครับ

ถ้าท่านทิ้งนา นาก็จะทิ้งท่าน ในเวลาไม่นาน

นี่คือบทเรียนที่ผมได้ฟังมาจาก ท่านครูบาสุทธินันท์ บรรยายในการฝึกอบรมเมื่อสักสองเดือนมาแล้ว ครับ.