ทุกวันนี้ อาจารย์บอกว่า อาจารย์หันมาใช้รถเมล์แทนรถเก๋ง ทำให้เงินในกระเป๋าไม่หายไปเหมือนเมื่อก่อน อาจารย์บอกว่า ประหยัดเงินได้มากกว่า ห้าพันบาทต่อเดือน

แม่คะ

 

หนูเพิ่งกลับจากศาลายา หนูเดินทางด้วย รถทัวร์ แม้ว่าจะเป็นรถ VIP ที่นั่งกว้างขวาง แต่หนูเหนื่อยจังค่ะ โชคดีที่อาการหวัด ดูเหมือนจะดีขึ้น ไม่คัดจมูกมากนัก ทำให้วันนี้ต้องนอนทั้งวัน และเป็นการนอนที่หลับลึกดีแต่ยังไม่ค่อยสดชื่น

 

หนูไปเจอ อาจารย์ที่เป็นวิทยากร อาจารย์เล่าให้ฟังว่า อาชีพครูไม่ได้ร่ำรวยอะไร หากเรามาจากครอบครัวคนจน อาจารย์บอกว่า เริ่มเป็นหนี้สหกรณ์ตั้งแต่หลังรับราชการได้ 2 ปี แล้วก็เป็นหนี้เรื่อยมา พอเข้ายุคเศรษฐกิจพอเพียง จึงคิดขึ้นมาได้ว่า การเป็นลูกชาวนา ได้ร่ำเรียนถึงปริญญาตรีก็นับว่าเป็นบุญมากแล้ว นี่ชีวิตมาถึง ดร. ก็ถือว่าได้กำไรมากแล้ว อยากจะร่ำรวยไปมากกว่านี้อีกทำไม

ภรรยาของอาจารย์ก็รู้เห็นเป็นใจด้วย ซึ่งอาจารย์เขาปลาบปลื้มมาก อาจารย์ทั้งสอง จึงอุทิศบ้านของตัวเองเป็นที่แลกเปลี่ยนของเพื่อนๆ มีลานบ้านไว้ให้เพื่อนๆเสวนา มีห้องประชุม ไว้คอยดูผลงานที่ผ่านมา เคยชวนกันกินเหล้า ก็หันมาทำประโยชน์เพื่อชาวบ้าน เพื่อชุมชน ทำให้ชีวิตครอบครัวของอาจาย์ดีขึ้น มีคนรักใคร่เมตตาไปทั่ว อาหารการกินก็ไม่ต้องซื้อหา

ทุกวันนี้ อาจารย์บอกว่า อาจารย์หันมาใช้รถเมล์แทนรถเก๋ง ทำให้เงินในกระเป๋าไม่หายไปเหมือนเมื่อก่อน อาจารย์บอกว่า ประหยัดเงินได้มากกว่า ห้าพันบาทต่อเดือน

 

หนูบอกกับน้องที่ไปด้วยกันว่า นี่เรา ก็ถือว่าประหยัดนะ ที่วางแผนนั่งรถทัวร์ ไม่เดินทางด้วยเครื่องบินอย่างที่เคยปฏิบัติ ประหยัดเงินได้เกือบ 4-5 เท่า ไม่ต้องรบกวนคนขับรถรับส่งซึ่งหมายรวมถึงค่าน้ำมันที่เงินอาจจะหายไปเกือบพันบาท อีกด้วย

 

หนูรู้สึกชื่นชมผู้บริหารบางท่าน ที่เลือกนั่งรถทัวร์เพื่อเดินทางไปเป็นวิทยากร นับว่าเป็นแบบอย่างที่ดีที่ควรปฏิบัติตาม จะมีอีกกี่มากน้อยที่อยากจะทำแบบนี้เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีของลูกน้อง

 

หนูคิดว่า เดือนหน้า  หนูจะเริ่มบันทึกรายรับ-รายจ่าย อย่างจริงจังเสียที หลังจากที่ทำบ้างไม่ทำบ้างแล้วก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรจากบันทึก คราวนี้คงบวกลบคูนหารให้สมดุล อดกิเลสความอยากได้บ้างก็คงจะดี.....ไม่รู้ว่าจะช่วยได้ซักแค่ไหน แต่จะพยายามค่ะ

 

ปล. แม่ช่วยมาดลใจให้คุณสามี ใช้รถยนต์น้อยลง หน่อยสิจ๊ะ

ลูก

12 ก.ค. 51 : 20.40 น.