รู้ไหมว่า ทำไมต้องผลักดัน NGV
ปตท.เป็นผู้ซื้อหาจำหน่าย NGV แต่เพียงผู้เดียว (absolute monoploly) .. ตัวเลขนี้จึงสะท้อนถึง ปตท.เท่านั้น บ.น้ำมันอื่นๆไม่เกี่ยวข้อง million standard cubic feet per day
ปี 2000 มีการนำเข้าแก๊ส 164 ล้านคิวบิคฟุต/วัน (MMSCFD) + ผลิตเอง 1,948 ล้านคิว
ปี 2001 ตัวเลขคือ 496 และ 1,900
ปี 2002 = 617 + 1,986
ปี 2003 = 686 + 2,106
ปี 2004 = 726 + 2,158
ผลิตได้ คงที่ (2,000 +/-100) นำเข้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ (500 -> 726) ? ไม่ค่อยจริงเท่าไหร่ .. เพราะการนำเข้าเริ่มลดลงเรื่อยๆ (growth rate จาก 24% ในปี 01 เหลือ 6% ในปี 04) ถ้าไม่ทำอะไร .. จะขาย NGV ไม่ได้ ไปตกลงซื้อของๆเขามา เงินจ่ายไปแล้ว ขายไม่ออก จะทำอย่างไร? (ส่วนที่ว่า ผลิตในประเทศ ... ผลิตได้คงที่ และใช้ในการปั่นไฟ และอุตสาห กรรมไปหมดแล้ว) วางแผนผิด .. จ่ายเงินซื้อของมาขาย แต่ไม่มีคนซื้อ แผนการตลาดง่ายๆ .. บังคับให้ลูกค้าในประเทศ ซื้อส่วนนี้มันซะเลย บังคับโรงงาน ใช่ว่าจะบังคับได้ .. เพราะถึงโรงงานอยากจะซื้อมาขยายงาน แต่ดัดแปลงเครื่องจักรแพง ผลิตออกมามากๆ สินค้าจะไปขายให้ใคร? บังคับ หลอกลวง โฆษณาล่อขาย พวกเจ้าของรถยนต์ที่กำลังจะตายเพราะราคาน้ำมัน ง่ายที่สุด (FUD technique .. Fear, Uncertainty, Doubt) ได้ผลครับ ได้ผล อัตราการใช้ NGV ปี 2005 เพิ่มพรวด จาก 6.2 ในปี 04 เป็น 20.9 ในปี 05 นี้!!! 20.9 .. เพิ่มจากยอดไหนทราบไหมครับ? เพิ่มจากยอดการนำเข้า NGV ครับ ไม่ใช่เพิ่มการผลิตในประเทศ (ตามที่โฆษณาตูมๆๆ ว่า พลังไทยเพื่อใคร) ยิ่งมีการใช้ NGV เพิ่ม .. ยิ่งเสียเงินตราไปให้ต่างประเทศเพิ่ม .. ไม่ได้ลดการสูญเสียเงินตราเลย
ฉะนั้น ใครที่คิดว่า ใช้ NGV เพื่อช่วยชาติ .. คิดใหม่ได้เลย .. คุณกำลังช่วย ปตท.ส่งเงินตราประเทศไทย ไปให้พม่า รัฐบาลบอก (ผ่าน บ.ธรรมาภิบาลแห่งหนึ่ง)ว่า NGV ผลิตในไทย ช่วยกันใช้ เพื่อสงวนเงินตราของประเทศ แต่กลับไปซื้อจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่าย รัฐบาลบอก (ผ่าน บ.ธรรมาภิบาลแห่งหนึ่ง)ว่า LPG ต้องเอาเงินจากกองทุนฯ มาพยุงราคา ราคาจริงสูงกว่านี้ แต่กลับส่งไปขายต่างประเทศ ในราคาถูกๆ รัฐบาลบอก (ผ่าน อ.มหาวิทยาลัย และสื่อ) ว่า NGV ปลอดภัย, LPG อันตราย แต่บังคับเข้มเรื่องความปลอดภัย ของยานยนต์ติดตั้ง NGV ไม่กี่พันคัน ในขณะที่ไม่ได้กังวลเรื่องความปลอดภัยของยานยนต์ นับหมื่นๆคันที่ติดตั้ง LPG
ความเห็นเพิ่ม
-ใครที่ว่าใช้ LPGแล้วเครื่องพังเร็ว? ผมใช้มา กว่า 3 ปีแล้ว ตอนน้ำมันเริ่มแพงก็ตัดสินใจใช้ LPG ใช้ประมาณสัปดาห์ละ 350 กม. เครื่องยนต์สะอาดกว่ารถธรรมดาที่ใช้น้ำมัน เผาใหม้หมดจดกว่าแทบไม่มีคราบเขม่า อัตราเร่งแทบจะไม่รู้สึก ถ้าไม่ใช่นักซิ่งจะปกติมากๆ
-น้ำมันเครื่องใช้ได้นานกว่าปกติเพราะแทบไม่มีเขม่าไปผสม
-LPGปกติไม่มีกลิ่นแต่โรงงานผลิตจะใส่กลิ่นไข่เน่าให้เผื่อเวลามันรั่วออกมาจะได้รู้ว่ามันรั่วจะได้
หาสาเหตุว่ามันรั่วที่ไหน
-LPGไม่ใช่ gas อันตรายสำหรับสุขภาพ ถ้าเปรียบเทียบกับน้ำมันเติมรถที่ปกติเราใช้กันอยู่ (อุณหภูมิที่ติดไฟได้เอง LPG ที่ 481 องศาC น้ำมันเบนซินที่ 275 องศา C จะเห็นว่าเบนซินไวไฟกว่า)
ถ้าอันตรายป่านนี้ บรรดาภรรยาที่ทำกับข้าวใช้ LPGเช้ากลางวันเย็น ตายกันหมดแล้ว
-สุดท้ายนี้ขอให้สังเกตTaxi เวลานั่ง เห็นเลขไมล์แล้ว ปี 2 ปีที่แล้ววิ่งกัน 3-4 แสน กม. สบายๆ
ใช้LPGทั้งนั้น มาตอนนี้มีคนบอกว่าใช้ LPGแล้วเครื่องพังเร็ว อมพระทั้งโบสถ์มาพูดให้ฟังผม
ก็ไม่เชื่อ สรุป LPG แทบไม่มีปัญหาครับ อาจจะมีแต่เมื่อเทียบเป็น%แล้วแทบไม่มีนัยสำคัญ ใครจะยกตัวอย่างอะไรมาก็แล้วแต่อ่านแล้วไม่โปร่งใส LPG ของในประเทศเหลือเฟือ(แถมเป็นBy product) ผมไม่ได้คัดค้าน แต่อยากให้ ปตท.(ที่ชอบอ้างว่าเป็นของรัฐ) เปิดเผยข้อมูลจริง เพราะไม่ต้องการให้คนไทย กลายเป็นทาสในเรือนเบี้ย.. เราไม่มีอะไรจะเสียกันอีกแล้ว น้ำมันลิตรละสี่สิบกว่าบาท(ปี2551)
คนที่ติดแก๊ส ไม่มีเงินอยู่แล้ว หนีจากค่าน้ำมันที่แพง ไปเจอ NGV ที่แพงค่าติดตั้ง แพงค่าใช้งาน แพงค่าดูแล (50,000 กม.บ่าวาล์วก็พัง รถเก๋งช่วงล่างช็อคอัพหลังพังหมด เหมือนกับบรรทุกข้าวสาร 1 กระสอบ วิ่งท้ายเตี้ย)... ที่ผมว่า แพงค่าใช้งาน ไม่ใช่พูดลอยๆ .. แก๊สธรรมชาติอัดแรงดันสูงมาก (NGV แรงดัน 3,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว LPG แรงดันเพียง 300 ปอนด์) ให้พลังงานสูงก็จริงอยู่ แต่ต้องเปิดโอกาสให้ด้วย เพราะมี octane 135-140 .. จะให้พลังงานออกมาเต็มที่ ต้องใช้แรงอัดสูง ไฟแก่ ทิ้งพลังงานเสียเปล่าไปเท่าไหร่ ถึงจะถูกกว่า LPG .. แต่ใช้แปดส่วน ทิ้งสองส่วน .. ทำร้ายโลกชัดๆ .. ถ้ามีการเติมสารให้กลิ่น (Ethyl Mercaptan) ลงไปในแก๊สธรรมชาติอัดแรงดันสูงมาก (NGV) ... ต่อให้เป็นระบบหัวฉีด กลิ่นก็ยังคงจะฟุ้งออกมาฟ้องว่า ยังมีแก๊สธรรมชาติอัดแรงดันสูงมาก (NGV) ที่ไม่ได้เผาไหม้ เหลือในท่อไอเสียจำนวนมาก เป็นสารทำลายชั้น Ozone .. เคยคิดถึงตรงนี้กันบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ ที่ว่าแพงค่าใช้งาน อย่างที่สองคือ ปั้มแก๊สธรรมชาติอัดแรงดันสูงมาก ยังมีปั๊มจำนวนน้อยหาเติมยาก รถเก๋งเติมได้ 100 บาทก็เต็มถัง (และยากที่จะมี เพราะการขนส่ง ถ่ายเท เก็บกัก ยากและแพงมากๆ) .. เวลาที่ต้องเสียไป เพราะการเติมแก๊สธรรมชาติ NGV ทุกๆ 100-150 กม. มันคุ้มที่ไหนกัน อย่าลืมว่า คนส่วนใหญ่ที่หนีค่าน้ำมัน คือ คนค่อนข้างจน มนุษย์เงินเดือน ไม่ใช่เศรษฐีที่มีรถตำรวจนำหน้าเปลี่ยนไปใช้แก๊สธรรมชาติ NGV เมื่อไหร่ ก็คือจำกัดตัวเองว่า ต้องอยู่ในปริมณฑลเท่านั้น ออกต่างจังหวัด เตรียมกระเป๋าฉีก ค่าดูแลยานยนต์ที่ใช้ระบบแก๊สธรรมชาติ (NGV) ไม่ใช่ถูก ใครที่คิดจะติด ควรถามอู่ก่อนว่า ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ ดูแล ฯลฯ ในปีต่อๆไปนั้น ปีละเท่าไหร่? ถังใช้งานได้กี่ปี ฯลฯ จะไม่นำมาคิดไม่ได้ เพราะถังแก๊สธรรมชาติอัดแรงดันสูง (NGV) แรงดัน3,000ปอนด์ ไม่ใช่ถูกๆเหมือน LPG ที่แรงดัน 300 ปอนด์ ไม่ได้นะ
.สำหรับคนที่มั่นใจว่าแก๊สธรรมชาติอัดแรงดันสูง(NGV) นี้ ปลอดภัยกว่า LPG อยากให้ลองคิดหาคำตอบของคำถามว่า
1. ทำไมถึงไม่อนุญาตให้ใช้แก๊สธรรมชาติอัดแรงดันสูงมาก ในครัวเรือน ทั้งๆที่
- พลังงานความร้อนสูง (จนใช้ในรถยนต์ได้)
- ราคาถูกมาก (ช่วยประชาชนประหยัด และลดต้นทุนการผลิตสินค้าบริโภค)
- ปลอดภัยสูงกว่า LPG (ไม่ไวไฟ)
2. ถ้าหากมีแก๊สรั่วไหลเข้าไปในตัวรถ คนขับจะรู้ได้อย่างไร? เพราะทั้ง NGV และ LPG ไม่มีกลิ่น แต่ LPG มีการเติมกลิ่นผสมเข้าไป ถ้ารั่วไหลเข้ารถ จะได้กลิ่นทันที หากมีการรั่วไหลเข้าไปมากพอ .. แก๊ส NGV เบากว่าอากาศ จะลอยขึ้นอยู่ระดับหลังคารถ ไล่ต่ำลงมาเรื่อยๆ ในกรณีอย่างนี้ ถ้าคนขับ จุดบุหรี่สูบ (เพราะไม่ได้กลิ่นแก๊ส) จะเกิดอะไรขึ้น
3. LPG ติดไฟที่อุณหภูมิประมาณ 481 องศาC สูงกว่า NGV (650 องศาC) รัฐบาลจึงบอกว่า ไม่ ปลอดภัย ดีเซล ติดไฟที่ 250 องศาC ไวไฟกว่ากันเยอะ แต่ทำไมไม่มีใครฟันธงว่า มันอันตราย (เบนซิน . 250 องศาC )
เอาข่าวมาให้อ่านนะครับ
ข่าวร้ายของ NGV "แผนทำปั๊มเอ็นจีวีปตท.สะดุด กระทรวงพลังงาน หนุนการใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซฯ ทดแทนน้ำมัน ดึงกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ปตท. และปตท.สผ. นำร่องผลิต NGV ฯลฯ เพื่อสนองนโยบายของกระทรวงพลังงาน ในการใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติทดแทนน้ำมัน โดยเฉพาะจากแหล่งก๊าซธรรมชาติในประเทศ บริษัทปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมลงนามในกรอบความร่วมมือดำเนินการทดลองร่วม 3 ฝ่าย เพื่อนำก๊าซธรรมชาติที่เป็นผลพลอยได้จากการผลิตปิโตรเลียม ณ ฐานผลิตหนองตูม-เอ จังหวัดสุโขทัยในโครงการเอส 1 ซึ่ง ปตท.สผ.เป็นผู้ดำเนินการอยู่ไปใช้ประโยชน์ โดยคาดว่าจะสามารถทดแทนการใช้น้ำมันดีเซลได้ประมาณปีละ 7.3 ล้านลิตร หรือคิดเป็นมูลค่า 177ล้านบาทต่อปี
พิธีลงนามในโครงการทดลอง นำก๊าซธรรมชาติที่เป็นผลพลอยได้จากการผลิตน้ำมันดิบมาใช้ประโยชน์ แทนการเผาทิ้ง ซึ่งมีนายวิเศษ จูภิบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธานและสักขีพยาน จัดขึ้นที่อาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เมื่อ 28 กันยายน พ.ศ. 2548 โดยมีนายนภดล มัณฑะจิตร อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรม ชาติ นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และนายมารุต มฤคทัต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ร่วมลงนาม ฯลฯ
โครงการทดลองนี้จะมีระยะเวลาประมาณ 2 ปี โดยจะนำก๊าซธรรมชาติที่ผลิตขึ้นมาพร้อมน้ำมันดิบ (Associated Gas) ซึ่งปกติถูกเผาทิ้งในขบวนการผลิตน้ำมันดิบ ณ ฐานผลิตหนองตูม-เอ มาผ่านขั้นตอนให้อยู่ในรูปของเหลวหรือ Liquefied Natural Gas (LNG) ก่อนที่จะขนส่งโดยรถ บรรทุกไปยังจังหวัดกำแพงเพชร เพื่อแปรสภาพให้เป็น Compressed Natural Gas =CNG หรือ NGV นั่นเอง สำหรับจำหน่ายให้ผู้บริโภคใช้ทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคขนส่งต่อไป ฯลฯ
โครงการทดลองการนำก๊าซธรรมชาติที่ฐานผลิตน้ำมันหนองตูม-เอ มาใช้ประโยชน์แทนการเผาทิ้งนี้จะสร้างมูลค่าให้กับก๊าซที่ปัจจุบันเผาทิ้งนี้คาดว่าจะสามารถผลิต LNG ได้ 15.5 ตันต่อวัน ซึ่งสามารถทดแทนการใช้น้ำมันดีเซลได้ประมาณปีละ 7.3 ล้านลิตร หรือคิดเป็นมูลค่า 177 ล้านบาท ที่ราคาดีเซล 24.19 บาทต่อลิตร
ฐานผลิตน้ำมันหนองตูม-เอ เป็นฐานผลิตหนึ่งในพื้นที่สัมปทานเอส 1 แหล่งน้ำมันสิริกิติ์ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำมันบนบกเชิงพาณิชย์แหล่งแรกและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ครอบคลุม 3 จังหวัด คือ สุโขทัย พิษณุโลก และกำแพงเพชร ปัจจุบันฐานผลิตน้ำมันหนองตูม-เอ สามารถการผลิตก๊าซธรรมชาติได้ประมาณ 2.5 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และคาดว่าในระยะยาวจะมีศักยภาพในการผลิตก๊าซธรรมชาติได้เฉลี่ยประมาณ 1-2 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน
ตลอดระยะเวลา 2 ปีของโครงการทดลองการนำก๊าซที่ฐานผลิตน้ำมันหนองตูม-เอมาใช้ประโยชน์แทนการเผาทิ้ง กรมเชื้อเพลิงธรรม ชาติ จะทำหน้าที่ควบคุมการบริหารโครงการ ควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยของโรงงาน รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และตรวจ สอบ รวบรวมผลการดำเนิน งาน ในขณะเดียวกัน ปตท.สผ.จะดูแลในด้านการส่งก๊าซให้กับโรงงานผลิตและพัฒนาปิโตรเลียมสำหรับแหล่งหนองตูม-เอให้มีศักยภาพสูงสุด เพื่อส่งก๊าซธรรมชาติให้กับโรงงานผลิตของ ปตท. ซึ่งควบคุมและดูแลโรงงานผลิต LNG รวมทั้งการจัดจำหน่ายและศึกษาความเป็นได้ทั้งในทางเทคนิคการผลิตและเชิงพาณิชย์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เราซื้อแกส NGV จากต่างประเทศ
ปี 2001 = 496 ล้าน ลบ.ฟุต
ปี 2002 = 617 ล้าน ลบ.ฟุต
ปี 2003 = 686 ล้าน ลบ.ฟุต
ปี 2004 = 726 ล้าน ลบ.ฟุต
ทั้งที่เราสามารถผลิตได้ วันละ 2.5 ล้าน ... จากบ่อเดียว (ปีละ 8-900 ล้าน) แต่เราเผาทิ้ง วันละ 15.5 ตัน (15,500 กิโลกรัม) !!! โครงการนี้ ... ถ้าสำเร็จ ประหยัดเงินค่าน้ำมันดีเซลได้ปีละ 7.3 ล้านลิตร หรือ 177 ล้านบาท .. เยอะมาก ? แต่ถ้าเปลี่ยนรถยนต์หนึ่งหมื่นคัน ให้ใช้ LPG จากตัวเลขเดิมที่ประมาณว่า รถคันหนึ่งใช้น้ำมันเบนซิน 500 ลิตร/เดือน หรือ 6,000ลิตร/ปี หมื่นคันก็หกสิบล้านลิตร รัฐบาล, ปตท ฯลฯ ไม่ต้องลงทุน ไม่ต้องจ่ายเงินให้ก่อน ฯลฯ แต่ประหยัดเบนซินทันที ปีละหกสิบล้านลิตร คิดที่ยี่สิบห้าบาท/ลิตร ประหยัดได้ทันที ปีละสามพันล้านบาท ประหยัดทำไม ปีละร้อยกว่าล้าน ในขณะที่ผลาญทิ้ง ปีละสามพันล้าน?? ซื้อของจากต่างประเทศมาทำไม ปีละเจ็ดร้อยแปดร้อยล้าน ลบ.ฟุต ในเมื่อเผาของของเราทิ้ง ปีละแปดร้อยเก้าร้อยล้าน ลบ.ฟุต สำหรับท่านที่มั่นใจในอนาคตสดใส ลองอ่านที่ ปตท. (ผู้ผูกขาด CNG) เขาประกาศสู่สาธารณะชน (ตามมาตรฐาน บ.ธรรมาภิบาล)
http://www.pttplc.com/th/ptt_core.asp?page=ps_pr_fu_ga_ng_05
แต่ถ้าท่านไม่มีเวลาอ่าน อ่านสรุปให้ดังนี้
1. ประเทศไทยมีรถแท็กซี่ประมาณ 69,000 คัน เชื้อเพลิงส่วนใหญ่ที่ใช้ คือเบนซินและก๊าซหุงต้ม ซึ่งรถแท็กซี่ที่ใช้แอลพีจีเป็นเชื้อเพลิงนั้น มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 80 (นั่งแท็กซี่มาหลายปี แต่ไม่เคยเจอที่ใช้เบนซินเลย)
2. ปัจจุบันรัฐบาลต้องแบกรับภาระเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดลบจากการเข้าไป ชดเชยราคาก๊าซหุงต้ม (รัฐบาลจ่ายเงินชดเชย - ขาดทุน แต่ บ.ขาย LPG ฟันกำไรสามเด้ง)
3. ก๊าซธรรมชาติเป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่สามารถจัดหาได้ในประเทศ (แล้วซื้อจากต่างประเทศทำไม!)
4. กทม.ประสบปัญหามลภาวะทางอากาศอันเนื่องมาจากฝุ่นละอองและคาร์บอนมอนอกไซด์สูง เกินมาตรฐานที่จะยอมรับได้ ในขณะที่ก๊าซธรรมชาติเป็นพลังงานที่สะอาด (LPG สะอาดมาก)
5. รัฐบาลจึงได้มีการส่งเสริมให้มีการใช้ก๊าซเอ็นจีวี โดยมุ่งเน้นให้เกิดการใช้พลังงานที่สามารถจัดหาได้ในประเทศ และช่วยบรรเทาปัญหา มลภาวะทางอากาศที่เกิดขึ้นเมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันและก๊าซหุงต้ม
6. รัฐบาลได้สนับสนุนแผนงาน เพื่อส่งเสริมให้มีการนำก๊าซธรรมชาติ มาใช้เป็นเชื้อเพลิงในภาคการขนส่ง โดยเฉพาะในช่วงปี 2546-2551 ซึ่งมีหลายแผนงานด้วยกัน เช่น การเร่งขยายจำนวนสถานีบริการเอ็นจีวี (ปีนี้ 2551 แล้ว ปั้ม NGV เพิ่มจากปี 2546 ไปกี่ปั้ม?)
7.กล่าวโดยสรุป ผลประโยชน์ที่ได้จากนโยบายดังกล่าวคือ เป็นการใช้พลังงานที่มี อยู่ในประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นการช่วยลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ ซึ่ง สามารถประหยัดเงินตราที่ออกนอกประเทศ (ตกลงว่า เราจะไม่ต้องซื้อแก๊สจากพม่าอีกแล้วใช่ไหม?)
8. ก๊าซเอ็นจีวี เป็นเชื้อเพลิงที่เผาไหม้สะอาด ไอเสียที่ออกจากรถจะ สะอาดแทบจะไม่มีเขม่าควันดำ และสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพน้อยกว่าเชื้อเพลิงชนิด อื่น (กำลังโกหก)
9. จะเพิ่มสถานีบริการก๊าซเอ็นจีวี ให้มีจำนวนมากขึ้น (มีเท่าไร ครอบคลุมทั่วถึงหรือไม่)
10. อย่างไรก็ตามถังก๊าซเอ็นจีวีเทียบเท่ากับน้ำมัน 20 ลิตร สามารถวิ่งได้ระยะทาง ประมาณ 200-250 กิโลเมตร(หมายความว่า รถใช้แก๊ส NGV ประหยัดการใช้พลังงาน มากกว่าเบนซิน?) .
..
11. NGV จะมีการปรับขึ้นราคาหรือไม่ รัฐบาลได้กำหนดราคาโดยอ้างอิงกับพลังงานเทียบเท่าของน้ำมัน ดังนี้:
ปี 2549 50% ของราคาขายปลีกดีเซล
ปี 2550 ปรับเป็น 55% ของราคาขายปลีกเบนซิน 91
ปี 2551 ปรับเป็น 60% ของราคาขายปลีกเบนซิน 91
ปี 2552 เป็นต้นไป ปรับเป็น 65% ของราคาขายปลีกเบนซิน 91
NGV ก็จะราคา สิบเก้าบาทห้าสิบสตางค์
12. ใช้เวลาในการเติมก๊าซ NGV นานเท่าไร?
เต็มถังประมาณ 3 นาที โดยหากเติมก๊าซเต็มถังจะวิ่งได้ระยะประมาณ 100-150 กม. ขึ้นอยู่กับ
สภาพการจราจร
13. ทำไมต้องเปลี่ยนมาใช้ก๊าซ NGV แทนน้ำมัน
13.1. เพื่อตัวท่านเองเพราะก๊าซ NGV เป็นเชื้อเพลิงราคาประหยัด ราคาถูกกว่าน้ำมันมากกว่า
ครึ่ง นอกจากนี้ยัง เป็นเชื้อเพลิงที่มีความปลอดภัยมากที่สุดอีกด้วย(ไม่เชื่อ)
13.2 .เพื่อประเทศชาติเพราะช่วยประหยัดเงินตราต่างประเทศจากการนำเข้าน้ำมัน (อย่าหลอก
ให้ จ่ายเงินเพื่อซื้อแก๊สจากพม่า)
14. ก๊าซเอ็นจีวี ปลอดภัยต่อการใช้งานหรือไม่
๐ รถยนต์ที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวีถือว่าปลอดภัยที่สุด เมื่อเทียบกับน้ำมันเบนซิน ดีเซล และก๊าซหุงต้ม ที่เป็นเช่นนี้ เพราะก๊าซเอ็นจีวีเป็นก๊าซที่เบากว่าอากาศ เมื่อเกิดการรั่วจะกระจายตัวไม่สะสมอยู่บริเวณพื้นดิน และยังเป็นก๊าซซึ่งไวไฟน้อยกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่นๆอีกด้วย ขณะที่ก๊าซหุงต้มเป็นก๊าซที่หนักกว่าอากาศ เมื่อรั่วออกจากถังบรรจุ ก็จะสะสมตามพื้น และเรื่องกลิ่นยังเป็นปัญหาใหญ่ รถแท็กซี่ที่ใช้ก๊าซแอลพีจีหลายคนบอกว่ามีกลิ่นเหม็นทำให้เวียนศีรษะและคลื่นไส้ ขณะที่รถเอ็นจีวี มีกลิ่นเล็กน้อยมาก เติมเพื่อให้เป็นสัญญาณบอกว่ามีการรั่วเกิดขึ้น แต่กลิ่นไม่รุนแรงเหมือนแอลพีจี (โกหก! โกหกคำโตๆ)
คำถามหลังจากหายมึนคือ
ถ้า NGV ราคา 12 บาท แล้วทำไมยังขายอยู่ที่ไม่ถึงสิบบาทได้? มีการอุ้มหรือไม่? ถ้ามี .. เอาเงินที่ไหนมาอุ้ม? ที่กลัวมากในเรื่องของ NGV คือเรื่องนี้แหละครับ เราไม่เคยรู้มาก่อนว่า มีการอุ้มราคาเบนซิน จึงใช้กันอย่างเพลิดเพลิน ไม่บันยะบันยัง จนกระทั่งอุ้มไม่ไหว ปล่อยลอยตัว ราคากระโดดพรวดๆๆ เรา (พวกที่ใช้รถ) จึงหันมาใช้ LPG โดยไม่เคยรู้มาก่อนว่า มีการอุ้มราคา LPG พอมารู้ .. เราก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร แต่ก็ไม่เดือดร้อนมาก เพราะยังถูกกว่าเบนซินมาก และการอุ้มนั้น ก็อุ้มนิดเดียว ถึงปล่อยลอยตัว ก็ไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ แต่ที่เรายังไม่รู้ คือ NGV มีการอุ้มเท่าไหร่ พยายามหาราคาที่ซื้อจากพม่า ยังหาไม่เจอ พยายามหาราคาต้นทุนที่ผลิตจากบ่อต่างๆ ยังหาไม่พบ เพราะโดนเผาทิ้ง พอยิ่งคิดเรื่องโดนเผาทิ้ง ยิ่งหวิวๆ แทนผู้ใช้ NGV เพราะถ้าหากว่า NGV ต้นทุนต่ำ ... ไร้ค่าโดยสิ้นเชิง จนต้องเผาทิ้ง แทนที่จะเอามาขาย แสดงว่า ต้นทุนค่าขนส่ง ค่าจัดเก็บ ค่าขายปลีก ค่าการตลาด ฯลฯ ต้องแพงมากๆ จนไม่คุ้มที่จะเอามาขาย ต้นทุนซ่อนเร้นเหล่านี้ เก็บไว้นานๆไม่ได้ วันใดที่เก็บไม่อยู่ แล้วปล่อยออกมา .. ผู้ใช้ NGV จะทำอย่างไร? วันนี้ก็ยังเห็นรถต่อแถวรอเข้าคิวครึ่งชั่วโมง บางครั้งก็ไม่ได้เติมเพราะ ปั๊มกติดป้ายว่า ขออภัยแก๊สหมด แต่ยังมีเติมให้รถเมล์ รถบรรทุกได้
เรื่องนี้กำลังเป็นที่สนใจ เคยอ่านใน G2K รวม 2 ครั้ง(รวมของท่าน)ข้อมูลตรงกัน LPG สดใสกว่า ขอบคุณ ขอให้โชคดีครับ เรื่องนี้มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติม เขียนบันทึกอีกนะครับ
สวัสดีค่ะ ท่านอ.
* ปูไม่ค่อยเข้าใจระบบเชิงวิทย์ค่ะ
* ทราบเพียงว่า หากสิ่งใดเป็นแบบผูกขาด
* ไม่ว่า จะเป็น ธุรกิจ องค์กร หน่วยงาน หรือ
* แม้กระทั่ง ตำแหน่ง ... ก็เริ่มต้องทบทวนมากๆ ค่ะ
* เรื่องเชิงผลประโยชน์ส่วนรวมกับปชช. อย่างนี้
* ท่านว่าใครควรต้องรับผิดชอบและชี้แจง ? คะ
* ? ไม่เข้าใจเลยค่ะว่า แบบ ตรงๆ ยึดส่วนรวมกันนะ?
* หรือคิดกันแค่ว่า เอาแค่ระยะสั้น เฉพาะกลุ่ม ตน ตัว
* แล้วเป็นไงคะ .. ผลกระทบระยะยาว โดยรวม .. นาน
* - - เด็ดดอกไม้ สะเทือนถึงดวงดาว - - จำมาค่ะ
* ฟันเฟืองตัวเล็ก จะไปทำอะไรใครได้? ค่ะ ท่านอ. ?
.... บางครั้ง คิดมาหลายทศวรรษ จนหน้าแก่แล้วค่ะ :)
* ขอบพระคุณสำหรับความรู้ใหม่กระจ่างใจบันทึกนี้ค่ะ
* ก็คงต้อง รอ อดทนกัน ? คะ ... ปูให้เวลาเท่าชีวิตเลยค่ะ
ปล. หากอ. เห็นว่าไม่เหมาะสม ลบได้เลยนะคะ ขอบคุณค่ะ