ใครที่อยู่ในวังวนของความทุกข์  ลองมาเปลี่ยนวิธีคิดกันหน่อยดีไหม?  เผื่อชีวิตจะมีความสุขขึ้นบ้าง... โดยมาฝึกพูดประโยคว่า  ฉันขอขอบคุณสำหรับเช่น
      
 ...ฉันขอ ขอบคุณสำหรับ สามีที่นอนกรนทั้งคืน
เพราะ นั่นหมายถึงเขากำลังหลับอยู่ที่บ้านกับฉัน ไม่ใช่กับผู้หญิง อื่น
       
สำหรับ ลูกสาววัยรุ่นที่กำลังบ่นเรื่องล้างจานอยู่
เพราะนั่นหมายถึงเธออยู่บ้าน ไม่ใช่ที่ ถนน
     
...สำหรับ ภาษีที่ต้องเสีย
เพราะ นั่นหมายถึงฉันมีงานทำ
      
สำหรับ ข้าวของต่างๆ ที่ต้องคอยเก็บหลังงานปาร์ตี้
เพราะนั่นหมายถึงฉันถูกห้อมล้อมด้วย เพื่อนฝูง
      
สำหรับ เสื้อผ้าที่พอดีจนเกือบจะคับเกินไป
เพราะนั่นหมายถึงฉันยังมี กิน
     
สำหรับ เงาที่คอยมองดูฉันทำงาน
เพราะ นั่นหมายถึงฉัน กำลังได้รับแสงแดด
     
สำหรับ พื้นที่ต้องคอยขัดถู และหน้าต่างที่ต้องทำความสะอาด
เพราะนั่นหมายถึงฉันมี บ้าน ให้ดูแล รักษา
    
สำหรับ คำบ่นต่างๆ ที่มีต่อรัฐบาล
เพราะ นั่นหมายถึงเรามีอิสระ ในการที่จะแสดงความคิดเห็น
     
สำหรับ ที่จอดรถที่อยู่ไกลสุดของลานจอดรถ
เพราะนั่นหมายถึงฉันสามารถเดิน ได้   และฉันมีรถ
   
สำหรับ ผ้ากองโตที่รอการซักรีด
เพราะ นั่นหมายถึงฉันมีเสื้อผ้าสวมใส่
   
สำหรับ ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าทุกสิ้นวัน
เพราะนั่นหมายถึงฉันสามารถทำงานหนัก ได้
 
 ...สำหรับ เสียงปลุกในทุกๆ เช้า
เพราะ นั่นหมายถึงฉันยังมีชีวิตอยู่
   
และสุด ท้าย.......
  
สำหรับ อีเมล์ที่ส่งมาหาฉันมากมาย
เพราะ นั่นหมายถึงฉันยังมีคนที่ยังระลึกถึงฉันอยู่

        ***อ่านเรื่องนี้แล้วทำให้คิดถึงเรื่องเจ๊กหยก
  เมื่อตอนผมเป็นเด็กแถวจังหวัดลพบุรี ถ้าใครได้ยินชื่อเสือขาว จะพากันหนาวไปตาม ๆ กัน ทั้งนี้เพราะเสือขาวเป็นขุนโจรที่มีชื่อและมีสมุนนับร้อยเที่ยวปล้นฆ่า และมีอิทธิพลเป็นที่เกรงกลัวของชาวบ้านรวมไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย  ทางการพยายามส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปปราบหลายร้อยครั้งแต่ก็ไร้ผล ด้วยเสือขาวผู้นี้มีกลยุทธ์ในการหลอกล่อเจ้าหน้าที่ รู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง ครองใจลูกน้องและชาวบ้านให้เป็นสายกลในได้เป็นอย่างดี เสือขาวจึงมีอิทธิพลอยู่ในถิ่นนี้ได้ยาวนาน
     อยู่มาวันหนึ่ง  เสือขาวได้จัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของตนเองอย่างเอิกเกริก  โดยออกบัตรเชิญชาวบ้านและเจ้าหน้าที่บ้านเมืองในท้องถิ่นมาร่วมฉลองอย่างท้าทายในบัตรเชิญได้ระบุข้อแม้ไว้ว่า ห้ามมิให้นำข้าวของมาอวยพร มิฉะนั้นจะถูกลงโทษ  ด้วยความเกรงกลัว ชาวบ้านและผู้ได้รับบัตรเชิญ ต่างมาอวยพรวันเกิดกันอย่างถ้วนหน้า
   และปฏิบัติตามกติกาโดยเคร่งครัด   
        เจ๊กหยก เจ้าของสวนกล้วยหอมในหมู่บ้านได้รับบัตรเชิญด้วย แต่แกอ่านหนังสือไทยไม่ออก  พอรู้ว่ามีบัตรเชิญมา แกก็รีบเตรียมกล้วยหอมหวีสวยที่สุดจำนวน 2 ชะลอม มาอวยพรเสือขาว  พอเสือขาวเห็นเจ๊กหยกฝ่าฝืนคำประกาศ ก็สั่งสมุนให้ลงโทษทันที่เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง โดยสั่งสมุนให้ปอกกล้วยหอมยัดใส่ทวารหนักของเจ๊กหยกให้หมดทั้ง 2 ชะลอม
       เจ๊กหยกร้องลั่น เมื่อกล้วยหอมลูกแรกผ่านเข้าทวารแก แล้วลูกที่
2 ลูกที่ 3 ก็ตามมา  เสียงร้องของเจ๊กหยกเริ่มเบาลง พอลูกที่ 4 ลูกที่ 5 แกก็หัวเราะก๊าก จนเสือขาวแปลกใจถามแกว่า
      
ถูกลงโทษอย่างนี้ ทำไม่ยังหัวเราะอีก แกเป็นบ้าไปหรือเจ๊กหยก  เจ๊กหยกหัวเราะลั่นพร้อมกับกล่าวว่า 
       
อั๊วโดงกล้วยหองแค่นี้ไม่เป็นไร  ปูเหลียวเจ๊กเม้งเจ้าของสวงทุเรียงอีกำลังเอาทุเรียงหมองทองมาเต็มเรือพายตามหลังอั๊วมา อั๊วเลยสบายกว่าแกเยอะเลย  
       ... เห็นหรือยังว่า การหันกลับไปมองผู้ที่เดือดร้อนหรือด้อยกว่าเราจะทำให้เรารู้สึกสบายใจและมีความหวังมากขึ้น