ปัญญาชีวิต คือ ทรานสคริปกิจกรรม”

วันนี้เป็นวันที่องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ได้จัดกิจกรรมวันไหว้ครู  ประจำปีการศึกษา  2551  โดยภาคเช้าเป็นการไหว้ครูรวมของมหาวิทยาลัย  ซึ่งจะมีนิสิตทุกคณะมาร่วมกิจกรรมต่างหนาตา  และภาคบ่ายก็จะแยกย้ายไปไหว้ครูในระดับคณะของตนเอง

 

เรียกได้ว่า  มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับกิจกรรมนี้มาก  ดังจะเห็นได้จากการประกาศงดการเรียนการสอนทั้งวัน  เพื่อให้ทั้งครูและนิสิตได้พบปะกันในเวทิอันทรงเกียรติของกิจกรรมนี้

  

 

สำหรับผมและทีมงานเพียงไม่กี่ชีวิต   ยังคงทำหน้าที่ในฝ่ายพัฒนานิสิตและสารสนเทศอย่างแข็งขัน 

 

ปีนี้เป็นครั้งแรกที่เราเคลื่อนออกไปทำกิจกรรมเชิงรุก  ด้วยการออกบูธเล็ก ๆ  เพื่อเปิดตัวการรณรงค์ให้นิสิตเข้าร่วมกิจกรรม  โดยมี สมุดบันทึกกิจกรรม  และ ทรานสคริปกิจกรรม  เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน  ภายใต้สโลแกนที่คุณสุริยะ  สอนสุริยะ คิดขึ้นมาว่า  ปัญญาชีวิต คือ ทรานสคริปกิจกรรม



น้อง ๆ จากกลุ่มงานสวัสดิการมาช่วยนั่งสร้างสีสัน

 

ไม่เพียงแต่สมุดบันทึกกิจกรรมเท่านั้นที่นำไปแจกจ่ายในพิธีไหว้ครู  หากแต่เรายังนำวีดีทัศน์ต่าง ๆ ของเราไปโชว์ให้นิสิตและคณาจารย์ได้รับรู้  และหากใครประสงค์อยากได้  เราก็พร้อมที่จะบริการส่งไปให้ครบถ้วนตามความต้องการ 

 

รวมถึงการตระเวนบันทึกวีดีโอ  สัมภาษณ์นิสิตและอาจารย์อย่างครึกครื้น  และที่สำคัญคือการสัมภาษณ์ผู้บริหารและอาจารย์เกี่ยวกับโอวาทและความรู้สึกที่มีต่อศิษย์  โดยผมตั้งใจว่าจะตัดต่อเป็นคลิปสั้น ๆ  เผยแพร่เพื่อเป็นสิริมงคลแก่นิสิต  และจัดเก็บไว้เป็นประวัติศาสตร์ด้านกิจกรรมของมหาวิทยาลัยฯ ต่อไป

และในการลุกออกมาจากโต๊ะทำงานในครั้งนี้  เรายังได้นำเอานิทรรศการของมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพมาจัดแสดงให้นิสิตและอาจารย์ได้ดูได้ชมด้วยเหมือนกัน  ซึ่งก็ได้รับความสนใจที่ดีในอีกระดับหนึ่ง


 

และนั่นคือเรื่องราวของบางสิ่งบางอย่างที่เกี่ยวกับการขยับในก้าวใหม่ ๆ ของเราที่ไม่เคยทำกันมาก่อน  และผมก็ถือว่า  กิจกรรมทำนองนี้เป็นกิจกรรมเชิงรุกเหมือนกัน   ซึ่งเอาง่าย ๆ เลยก็คือ  การลุกออกไปจากเก้าอีกับโต๊ะทำงาน  โดยมีเป้าหมายอันชัดเจนคือ  การขยับเข้าให้ใกล้นิสิตมากที่สุดเท่าที่จะทำได้  เพื่อให้เขาได้รับรู้ว่า  "ทรานสคริปกิจกรรม"  เป็นอะไรที่ทุกคนไม่ควร "มองข้าม"

 


ถึงกระนั้นก็เถอะ
ผมก็ขอถือโอกาสปิดบันทึกนี้ด้วยบทร้อยกรองชนะเลิศการประกวดเนื่องในวันไหว้ครู ปีการศึกษา  2551  ซึ่งแต่งโดยนายจิตรกร   บาลไธสง  ชั้นปที่  2  สาขาภาษาไทย  คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
   คือ

 

 

ครู   พระคุณ   แสงเทียน

 

 

เทียนเล่มใดก็สำคัญเท่ากันหมด         
ล้วนงามงดผ่องใสยามให้แสง
ส่องความมืดสว่างจ้าท้าลมแรง           
ละลายแท่งเพื่อมวลชนคนเดินทาง


เปรียบคุณครูผู้ชี้นำคำสั่งสอน              
มิอาทรความลำบากที่ถากถาง

จุดไฟแห่งปัญญาอันเลือนราง
ให้สว่างในมรรคากล้าก้าวเดิน


สร้างคนดีมีวินัยใจผ่องผุด                  
บริสุทธิ์แสนประเสริฐน่าสรรเสริญ

ยกระดับชาติไทยให้เจริญ                 
พระคุณเกินศิษย์พร่ำพรรณนา

จึงได้รู้ความมืดใช่มืดแท้                   
ตราบใดแม่พิมพ์ทองยังส่องหล้า
ศิษย์น้อมกราบแทนคุณหนุนบูชา                   
ด้วยมาลาความดีนิรันดร์กาล