<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"> …….ไม่ว่าจะเป็นยาบ้า สารระเหย ฝิ่น สุรา หรือบุหรี่ ก็เป็นยาเสพติดทั้งนั้น มิเพียงส่งผลกระทบต่อผู้เสพเท่านั้น หากแต่กระทบถึงครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวมด้วย……..</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;">
</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;">ช่วงเดือนมิถุนายน ๒๕๕๑ ผมมีโอกาสได้ร่วมเรียนรู้กระบวนการจัดค่ายบำบัดผู้ป่วยยาเสพติด ทั้งประเภทที่ผิดกฎหมาย และถูกกฎหมาย นั่นคือ การจัด “ค่ายสร้างคุณธรรม สร้างอาชีพ สร้างคนดี” ระหว่างวันที่ ๓-๖ มิถุนายน ๒๕๕๑ ณ กองร้อย อสจ.น่านที่ ๑ เป็นค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสำหรับผู้เสพยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นยาบ้า และสารระเหย และอีกค่ายคือ “ค่ายชีวิตใหม่ ใส่ใจสุขภาพ”ตำบลน้ำเกี๋ยน อำเภอภูเพียง ระหว่างวันที่ ๒๐-๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๑ แม้ว่าจะเป็นการบำบัดผู้ป่วยติดยาเสพติดเหมือนกัน แต่ก็มีความเหมือนและความต่างกันอยู่ในทีพอสมควร</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;">ประการที่ ๑ เป็นผู้ป่วยที่ติดยาเสพติดเหมือนกัน แต่ผู้ป่วยติดสุรา เป็นผู้ป่วยที่คนในชุมชนรู้และเห็นเป็นอย่างดีว่าคนนั้น คนนี้ติดเหล้า เพราะพฤติกรรมแสดงได้อย่างเปิดเผย แต่ผู้ป่วยที่เสพยาบ้า สารระเหย ส่วนใหญ่คนในชุมชนจะไม่แน่ใจแต่สงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพราะพฤติกรรมปกปิด ซ่อนลับ จึงทำให้ยากแก่การเข้าถึง และการยอมรับว่าใช้ยาเสพติด</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;">ประการที่ ๒ ทั้งผู้ป่วยติดสุราและผู้ป่วยที่เสพยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย จะไม่ยอมรับว่าตนเองป่วย และไม่ต้องการความช่วยเหลือใดๆ ในการแก้ไขปัญหาการเสพ/การติด</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;">ประการที่ ๓ ด้วยการไม่ยอมรับว่าป่วย และการไม่ยอมรับกันทางสังคม ทำให้ทั้งผู้ป่วยติดสุราและผู้ป่วยที่เสพยาบ้าหรือสารระเหย ไม่ยอมรับที่จะเข้ามาสู่กระบวนการบำบัดรักษา โจทย์นี้จึงเป็นเรื่องที่ยากที่สุดในการที่นำตัวผู้ป่วยเหล่านี้มาเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นสิทธิส่วนบุคคล แม้ว่าผู้ป่วยติดสุราจะมีหลักฐานที่เป็นพฤติกรรมแสดงออกให้ได้เห็นอย่างชัดเจนว่าติดสุรา แต่ก็ไม่อาจนำมาสู่กระบวนการบำบัดได้ถ้าเขาไม่ได้สมัครใจ แม้ว่าจะก่อปัญหาให้คนในครอบครัวและชุมชนก็ตาม ส่วนผู้ป่วยเสพยาบ้าหรือสารระเหย นั้นส่วนใหญ่ไม่มีหลักฐานที่จับได้คาหนังคาเขาว่าเขาเสพยาเสพติด </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;">ดังนั้นกระบวนการที่ใช้กันสำหรับกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในประเภทผิดกฎหมาย คือ การสุ่มตรวจปัสสาวะหายาบ้า หรือการแอบดูพฤติการณ์ หากเห็นว่ามีพฤติการณ์จริงหรือผลตรวจปัสสาวะให้ผลบวก ก็สามารถใช้เป็นข้อต่อรองในการกึ่งบังคับให้เข้าสู่กระบวนการบำบัดแบบสมัครใจได้ แต่ก็ไม่ง่ายนัก เพราะบางรายอาจจะร้องขอให้ตรวจพิสูจน์ผลยืนยัน ซึ่งอาจต้องไปสู่ระบบบังคับบำบัดและอีกวิธีหนึ่งที่ใช้กันคือการเข้าไปกดดันโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายตำรวจหรือฝ่ายปกครอง เพื่อให้เข้ามาสู่กระบวนการบำบัดแบบสมัครใจก่อน มิเช่นนั้นก็จะใช้การดำเนินการตามกฎหมายนอกจากนี้วิธีการที่ใช้ได้ผลดีคือกระบวนการประชาคมหมู่บ้าน ในการค้นหาผู้เสพผู้ติดกันเองในกระบวนการของชุมชนเอง แต่วิธีนี้ก็ไม่ง่ายนักเพราะในพื้นที่ที่มีปัญหายาเสพติด ชุมชนก็มักจะไม่เข้มแข็ง การทำประชาคมหมู่บ้านจึงไม่ค่อยได้รับความร่วมมือ จึงไม่ค่อยได้ผลนัก</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;">ส่วนกลุ่มผู้ป่วยติดสุรา ก็ใช้กระบวนการประชาคมหมู่บ้านในการพูดคุยทำความเข้าใจกัน ค้นหาผู้ติดสุรา แล้วแกนนำชุมชนลงไปคุยกับเจ้าตัวและครอบครัวเพื่อทำความเข้าใจกันอีกครั้ง ซึ่งกระบวนการนี้แกนนำและชุมชนต้องเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวในการกล้าที่จะเข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจ ให้ยอมรับในการที่จะเข้ารับการบำบัด ซึ่งน้ำเกี๋ยนใช้วิธีการนี้ และทำอยู่หลายรอบ หลายครั้ง ทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ กว่าจะได้คนที่ยินยอมเข้ามาสู่การบำบัด</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;">ประการที่ ๔ วันแรกของการบำบัด ทั้งผู้ป่วยติดสุราและผู้ป่วยที่เสพยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย ส่วนใหญ่จะบอกเหมือนกันคือไม่อยากมา ถูกบังคับ ถูกหลอกให้มา และมักตีโพยตีพาย ไม่อยากอยู่ มีงานต้องทำมาก อยากให้จบเร็วๆ หรือไม่ต้องมาพักค้างคืน แต่พออยู่ๆ ไปแล้วก็จะบอกว่าได้ประโยชน์ ได้สาระ</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;">ประการที่ ๕ กระบวนการบำบัด มีความแตกต่างกันไปในสารเสพติดแต่ละประเภท การบำบัดยาบ้า สารระเหย อาจจะไม่ต้องการยาในการบำบัดรักษา แต่การบำบัดพวกฝิ่นและสุรา ต้องดูแลเรื่องการถอนพิษยา ส่วนกระบวนการอื่นๆ อาจปรับใช้กระบวนการที่คล้ายกันได้ เช่น การซักประวัติ, การตรวจร่างกาย, การให้ความรู้พิษภัยของยาเสพติด,สมองติดยา, กฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด, การหลีกเลี่ยงจากตัวกระตุ้น,ดนตรีบำบัด, ทักษะชีวิต, คุณค่าในตัวเอง, ครอบครัวบำบัด, และการวางแผนชีวิต เป็นต้น </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;">ประการที่ ๖ กระบวนการทางครอบครัวและชุมชน เป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการบำบัด ความยากของการบำบัดคือการดูแลหลังออกจากค่าย เพราะวิทยากรไม่สามารถให้การสนับสนุนดูแลได้ต่อเนื่อง จึงต้องอาศัยครอบครัวและชุมชนในการที่จะคอยดูแล ให้กำลังใจ และการช่วยเหลือประคับประคองให้ผู้ป่วยสามารถเลิกได้ในที่สุด แต่อย่างไรก็ตามในกระบวนการนี้ก็มักจะเป็นจุดอ่อนของกระบวนการบำบัด ตรงจุดนี้น้ำเกี๋ยนได้เห็นความสำคัญตรงนี้จึงกระบวนการทางครอบครัวและชุมชนร่วมกันไปตลอดการจัดค่าย รวมถึงการวางแผนร่วมกันในการดูแลต่อเนื่องหลังการจัดค่ายดังจะเห็นเป็นข้อตกลงร่วมกันที่ออกมา</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;">ประการที่ ๗ กระบวนการติดตามและประเมินผล ที่ได้กำหนดไว้ร่วมกันระหว่างผู้เข้าบำบัด ทีมบำบัด ครอบครัว และชุมชน เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและกำหนดทิศทางในการทำงานร่วมกัน</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;">แม้ในกระบวนการ“จัดค่ายบำบัดยาเสพติด และค่ายบำบัดสุรา” จะมีความเหมือนและความต่างกันอยู่ในทีก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจละเลยไป คือ ความรักและความปรารถนาดีที่จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเลิกยาเสพติดได้และกลับไปอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข ไม่มีใครรังเกียจเดียดฉันท์ และถือว่าเขาคือผู้ป่วยที่ได้รับการเยียวยาแก้ไขแล้ว พร้อมที่จะให้โอกาส และให้กำลังใจ </p>
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆ จะลองใช้ดูครับ