การปลูกผักชีฝรั่งเพื่อการค้าพืชอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับเกษตรกร

 

                เมื่อวันที่ 9  กรกฏาคม  2551   ได้ออกไปทำข่าวรายการเกษตรบ้านเรากับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นทิพย์เคเบิลทีวี    โดยได้รับแจ้งจากน้องปรียารัตน์  สืบวงศ์    เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่รับผิดชอบตำบลนครชุม   อำเภอเมืองกำแพงเพชร ว่าขณะนี้ในพื้นที่เขตตำบลนครชุม  มีเกษตรกร 5 ราย ปรับเปลี่ยนพื้นที่นามาปลูกผักชีฝรั่งเพื่อการค้าประมาณ50-60 ไร่       ผักชีฝรั่งมีชื่อที่เรียกแตกต่างกันไปแล้วแต่พื้นที่  บางคนเรียกผักชีใบยาว   ผักชีใบเลื่อย  ผักหอมแป้น  

              จากการลงไปพื้นที่พบกันคุณลุง พรวน   เพชรเกลอ   อายุ  58 ปี   อยู่บ้านเลขที่ 33  หมู่ที่8บ้านคลองแม่ลายเหนือ   ตำบลนครชุม   อำเภอเมืองกำแพงเพชร  กำลังอยู่ในแปลงผักชีฝรั่งในพื้นที่3  ไร่ของตนเอง  คุณลุงเล่าให้ฟังว่า แต่ก่อนทำนา  15  ไร่แต่ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่จากการทำนาเนื่องจากการทำนามีปัญหาเรื่องข้าวดีด   ข้าวเด้ง หรือข้าวรื้อทำให้ผลผลิตที่ได้ลดลงและคุณภาพของข้าวต่ำจึงปรับเปลี่ยนมาปลูกอ้อยและผักชีฝรั่ง   เพราะมีคนรู้จักเป็นพ่อค้ารับซื้อผักชีฝรั่งไปส่งตลาดสี่มุมเมืองและมีความต้องการขยายพื้นที่ในการปลูก  จึงได้ทดลองทำ

คุณลุงพรวนและภรรยา     การเตรียมแปลงปลูก

            การปลูกผักชีฝรั่งเริ่มแรกไถและตีเทือกคล้ายกับการทำนาหว่านน้ำตมแต่ก่อนที่จะตีเทือกให้ปักหลักที่จะมุงหลังคาก่อนและคุมหลังคาด้วยตาข่ายพรางแสงประมาณ 60 เปอร์เซนต์ เมื่อตีเทือกเสร็จปล่อยให้น้ำแห้งพอหมาดก็  โรยเมล็ดผักชีฝรั่งลงไป 1ไร่ใช้ประมาณ 1  กก. ราคากิโลกรัมละ 2,000 บาท   หว่านประมาณ 15-20 วัน เมล็ดจะงอกออกมาพร้อมวัชพืช เมื่ออายุได้ 1 เดือนก็จะมีการฉีดยาคุมวัชพืช  และหลังจากนั้นก็จะเริ่มให้ปุ๋ยให้น้ำโดยจะใช้ปุ๋ยยูเรีย  ประมาณ 10 กก.ต่อไร่และมีการฉีดฮอร์โมนพวกน้ำหมักชีวภาพฉีดพ่นเร่งกรเจริญเติบโต  การให้ปุ๋ยจะต้องมีการให้น้ำตามทันที    เมื่ออายุ  3  เดือนก็ให้ปุ๋ยยูเรียอีกครั้งใช้ประมาณ 15 กก./ไร่  และฉีดน้ำชีวภาพเร่งการเจริญเติบโต     เมื่ออายุ ได้ 4  เดือนก็สามารถถอนจำหน่ายได้ การถอนก็จะถอนต้นที่โตและเหลือต้นเล็กไว้รุ่น 2 ต่อไปโดยมีการบำรุงเร่งปุ๋ยเร่งฮอร์โมนอีก 4 เดือนก็จะสามารถถอนจำหน่ายได้อีกแต่ต้องคอยตัดดอกทิ้ง 

ผักชีฝรั่งพร้อมที่จะเก็บเกี่ยว  

            คุณลุงพรวนเล่าว่าการลงทุนในช่วงแรกต้นทุนอาจจะสูงเพราะต้องซื้อตาข่ายพรางแสงเพราะผักชีฝรั่งเป็นพืชที่ไม่ชอบแสงแดดจัด  ไม่ชอบน้ำท่วมขัง  จากการลงทุนที่ผ่านมา3ไร่ลงทุนไปทั้งหมดประมาณ  40,000 บาท ที่ถอนจำหน่ายไปแล้ว  2 ไร่  ถอนได้ 3  ตันจำหน่ายได้48,000

บาททำให้ได้ต้นทุนคืนแล้วที่เหลืออีกหนึ่งไรยังไม่ได้ถอนและรุ่นที่ 2 ที่จะได้คือกำไร  และในการทำครั้งต่อไปก็ไม่ต้องลงทุนซื้อตาข่ายเพราะมีอายุการใช้งานได้ประมาณ 3 ปีซึ่งจะสามารถปลูกได้อีก 7  รุ่น     ถ้าคิดเปรียบเทียบกับการทำนาแล้วคิดว่าดีกว่า

                จากการฟังที่คุณลุงพรวนเล่ามาก็จะเห็นว่าการปลูกผักชีฝรั่งเพื่อการค้าก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับเกษตรกร   การที่เกษตรกรจะปลูกอะไรนั้นควรต้องดูปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน