ผมเองก็ยังสงสัยก่อนที่จะได้ดูวีซีดี ว่า ทำไมราคาข้าวแพงขึ้นแต่ชาวนาส่วยใหญ่ก็ยังจนเหมือนเดิม จนได้ดูวีซีดี ดับฝันชาวนาจึงได้พบกับคำตอบซึ่งได้ทราบปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับกลไก ของตลาดมากมาย ซึ่งชาวนาเองที่เป็นผู้ผลิตข้าวเองไม่สามารถกำหนดราคาของผลผลิตของเขาเองได้เลยซัก บาทเดียว ในตอนนี้ ตลาดข้าว ราคาข้าว นโยบายข้าว เหล่านี้เป็นเรื่องชั่วคราวประเดี๋ยวประด๋าว เป็นเรื่องของกระแสชั่ววูบ เป็นเรื่องที่ชาวนาไม่มีอำนาจควบคุม ผมอยากเห็นสิ่งที่ยั่งยืนที่จะก่อผลประโยชน์ระยะยาวให้แก่ชาวนา ช่วยให้ชาวนาเป็นตัวของตัวเองสามารถควบคุมผลประโยชน์ของตัวเองได้ และสามารถทำประโยชน์ให้แก่เพื่อน ร่วมชาติและร่วมโลกได้ คือ เรื่องการเรียนรู้ของชาวนา
ชาวนามีความรู้ความเข้าใจแต่เฉพาะด้านการผลิตหรือปลูกข้าว ไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องตลาดเลย ไม่มีใครแนะนำชาวนาว่าเมื่อผลิตเพื่อขาย ชาวนาต้องมีความรู้ทั้งด้านการผลิตและด้านการขาย ต้องรู้ว่าขายอย่างไรจึงจะได้ราคาดี ต้องรู้ว่าสภาพตลาดจะเป็นอย่างไร ชาวนาต้องไม่ใช่แค่ฉลาดในการผลิต แต่ต้องฉลาดในการขายด้วย เพราะนี่คือชีวิตของการผลิตเพื่อขาย ไม่ใช่ผลิตเพื่อกินอย่างแต่ก่อน
ชาวนาไม่ได้รับการส่งเสริมให้เรียนรู้เรื่องตลาด ปล่อยให้พ่อค้าคนกลางและผู้ส่งออกข้าวมีความรู้ และกำหนดเงื่อนไขต่างๆ ของตลาด เพื่อประโยชน์ของตน ซึ่งก็คือการเอาเปรียบชาวนา
ชาวนาต้องพัฒนาความรู้ว่าด้วยวิธีขายข้าวให้ได้ราคาดี ที่เหมาะสมและใช้ได้จริงอาจเป็นการยากแต่สำหรับในระยะยาวแล้วมันจะส่งผลดีอย่างมาก โดยชาวนาต้อง รวมตัวกันตั้งโรงสี, รวมตัวกันรับซื้อข้าวและขายข้าวเปลือก, ตั้งโรงงานแปรรูปข้าวไปเป็นสินค้าที่หลากหลายและมีมูลค่าเพิ่มสูง, ผลิตข้าวพันธุ์,ผลิตข้าวสำหรับบริโภคชนิดพิเศษ (เพื่อขายให้แก่ตลาดจำเพาะ) ที่มีข้อตกลงธุรกิจต่อกัน
สิ่งที่ผมแสดงความคิดเห็นนั้นอาจเหมือนภาพเพ้อฝัน แต่ตลาดข้าวไทยที่ยังเป็น ระบบแบบปัจจุบันนี้
และในสภาวะที่โลกขาดแคลนอาหาร ประชากรในโลกจะอยู่กันอย่างไร ชาวนาคือผู้กุมชะตากรรมของคุณอาจเป็นได้
ความคิดดีคับ ความรู้คือสิ่งสำคัญที่สุด V~~V
สำคัญอยู่ที่การรวมกลุ่มกัน เริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิต จนถึงขาย ชาวนาส่วนใหญ่ผลิตตามๆกันไปโดยไม่ใช้ความรู้ จริงๆแล้วการที่จะทำอะไรในปัจจุบันคนไม่มีความรู้ มีปัญญานั้นอยู่ยาก อยู่ได้ก็โดนพ่อค้านายทุนเขาเอาเปรียบตลอดเท่าที่รู้ชาวนาส่วนใหญ่เป็นคนทำรุ่นเก่าๆ