ครม.ไฟเขียวเปลี่ยนสูตรค่าเค รัฐอุ้มผู้ประกอบการ 2% ครอบคลุมทุกวัสดุจากเดิมให้ 4% นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้างด้วยการจ่ายค่าชดเชยเพิ่มเติม ค่าก่อสร้างตามสัญญาแบบ ปรับราคาได้ (ค่าเค) โดยให้มีการปรับอัตราการชดเชย จากเดิมที่ ครม.มีมติเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2551 ให้จ่ายค่าเค ในอัตรา 4% ซึ่งชดเชยเฉพาะต้นทุนน้ำมันดีเซลกับเหล็กเท่านั้น ปรับเป็นชดเชยครอบคลุมต้นทุนทุกชนิด อาทิ สายไฟฟ้า เป็นต้น แต่ปรับค่าเคลดลงให้คิดในอัตรา 2% แทนเป็นการชั่วคราว สำหรับสัญญาจ้างที่ได้ดำเนินงานก่อสร้างแล้วเสร็จและส่งมอบงานงวดสุดท้ายแล้วเท่านั้น ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2550 - 30 ก.ย.2551
"หลัง ครม. มีมติไปเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ทางผู้ประกอบการก่อสร้างได้เสนอกลับมาว่า มติดังกล่าวไม่ครอบคลุมต้นทุนวัสดุอื่น ๆ โดยทางกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงคมนาคม ได้ประชุมกันและสรุปว่ารัฐบาลจะชดเชยเพิ่มขึ้นเป็น 2% ของค่างาน ซึ่งจะครอบคลุมทุกวัสดุ ไม่ว่าจะเป็นสายไฟฟ้าหรืออะไรก็ตาม" นายณัฐวุฒิกล่าว
อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังคาดว่า ภาครัฐจะต้องใช้งบกลางและงบของส่วนราชการ ในปีงบประมาณ 2551 สำหรับการดำเนินการดังกล่าว จำนวน 2,580 ล้านบาท โดยคำนวณจากค่างานรวมในปีงบประมาณที่มีอยู่ 1.29 แสนล้านบาท ซึ่งทางสำนักงบประมาณจะเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดแนวทางและเกณฑ์ปฏิบัติเกี่ยวกับค่าเคทั้งหมด
ไทยโพสต์ โพสต์ทูเดย์ มติชน 9 กรกฎาคม 2551