ย่าเล่าให้ฟังนานมากแล้ว

เหรียญที่ปู่ติดไว้

ข้าพเจ้าเดินมาหยุดอยู่ใกล้กับพระบรมรูปอนุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีในมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงพร้อมแสงแดดอ่อนๆ ในอ้อมกอดแห่งขุนเขา ที่แสนจะเย็นสบาย

จากเด็กจังหวัดยะลาใต้สุดกับชีวิตการทำงานอีกครั้ง ณ จังหวัดเชียงรายสูงสุดแดนสยาม จู่ ๆก็พลันให้หวนคิดถึงเรื่องที่ย่าเคยเล่าให้ฟัง ย่าเล่าว่าเมื่อ 40 กว่าปีก่อนปู่เป็นนายอำเภอที่อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่  สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีหรือสมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมหัวเมืองทางภาคใต้วันนั้นเองชาวอำเภออ่าวลึกพร้อมด้วยปู่และย่าของข้าพเจ้าเฝ้ารับเสด็จอยู่ด้วย

เมื่อรถพระที่นั่งมาถึงเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีดังกึกก้องไปทั่วทุกสารทิศ ข้าราชการ,ประชาชนในที่นั้นพร้อมใจกันเปล่งวาจาว่า "ทรงพระเจริญ" ต้อนรับ

พระองค์ท่านปู่ในชุดข้าราชการเต็มยศ ยืนอยู่ด้านหน้าแถวข้าราชการทั้งหลาย "วันทยาหัตถ์"แสดงความเคารพพร้อมกล่าวรายงานทันทีที่ปู่กล่าวรายงานจบ สมเด็จย่าทรงตรัสขอบใจชาวอำเภออ่าวลึกทั้งหลายที่มา

รับเสด็จเวลานั้นเอง...ท่านทรงตรัสกับปู่ของข้าพเจ้าว่า "เหรียญที่หน้าอกเสื้อของนายอำเภออันนี้ ฉันจำได้  นี่เป็นเหรียญของลูกชายฉัน (ท่านมองไปที่หน้าอกเสื้อของปู่)" ท่านยิ้มและชี้มาที่เหรียญนั้นอีกครั้งสมเด็จพระราชชนนีพระราชทานความเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้ในเหตุการณ์วันนั้น

ย่าบอกว่า ย่ายื่นอยู่ด้านหลังของปู่ เมื่อได้ยินแล้วก็ซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหลไม่หยุด เป็นความรู้สึกยากที่จะอธิบาย ย่าบอกว่าแม้เวลานั้นจะผ่านมาแล้วเนินนานหลายสิบปี ย่าก็ไม่เคยลืมแม้แต่สักเสี้ยววินาทีเดียว  
ย่าเล่าให้ฟังต่อว่า เหรียญที่ปู่ติดไว้ตรงหน้าอกเสื้อก็คือเหรียญล็อกเกตรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ปู่ได้รับพระราชทานมาปู่นำล็อคเก็ตนี้ติดตัวเสมอ เพื่อบูชาและเป็นศิริมงคลต่อชีวิตย่าเล่าเรื่องราวความประทับใจถึงวันไปรับเสด็จครั้งนั้นทุกครั้งเมื่อเราได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันย่าจะเล่าเรื่องวันไปรับเสด็จครั้งนั้นให้ฟังอย่างมีความสุขเสมอ

ว่าไปแล้ว...ก็ทำให้ข้าพเจ้าเอง คิดถึงย่าขึ้นมาทันทีแม้วันนี้ย่าจะได้เสียชีวิตไปแล้ว ด้วยโรคชราเมื่ออายุได้ 86 แต่ย่าเองก็ได้มอบความทรงจำที่มีค่านี้ไว้กับข้าพเจ้าตลอดไป

ข้าพเจ้ามีภาพถ่ายขาวดำเก่าใบหนึ่ง ภาพนั้นมีรูปปู่กับย่าและข้าราชการหลายคนนั่งอยู่ที่พื้นสนามเรียงกันเป็นแถวยาว  ตรงกลางภาพนั้นมีสมเด็จพระบรมราชชนนีทรงประทับนั่งพระเก้าอี้ อยู่ในกลุ่มข้าราชการทรงพระราชทานให้ฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับข้าราชการอำเภออ่าวลึกเพื่อให้ไว้เป็นที่ระลึกสืบไป

ข้าพเจ้าดูรูปถ่ายนั้นอยู่เป็นนานก็ให้รู้สึกปลื้มใจขึ้นมาอย่างประหลาด ข้าพเจ้าภูมิใจมากนัก กับเหตุการณ์ครั้งนั้นนั้นคือสิ่งมีค่าสูงสุดในชีวิต ข้าพเจ้าเองก็เช่นกัน เหตุการณ์นั้นมีค่ามากทีเดียวเมื่อรู้ว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น

ข้าพเจ้าถวายบังคมพระบรมรูปอนุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ.มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงในโอกาสที่เข้าทำงานใหม่พร้อมกับเรื่องที่ย่าเคยเล่าให้ฟังยังก้องอยู่.....ในหัวใจ  
โอกาสนี้จึงใคร่ขอแนะนำที่มาที่ไปของชื่อมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงให้ท่านผู้อ่านได้ทราบดังนี้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณมีพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธย ส.ว. ประกอบเป็นตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและเป็นสิริมงคลแก่มหาวิทยาลัย โดยตราสัญลักษณ์ดังกล่าวมีเลข ๘ และเลข ๙ ประกอบอยู่ด้วยมีความหมายถึงทรงเป็นพระราชชนนีของพระมหากษัตริย์ 2 พระองค์ คือรัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 และได้อัญเชิญฉัตร 7 ชั้นมาเป็นเครื่องหมายประกอบพระเกียรติยศของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีมีดอกลำดวนและใบไม้ประดับอันแสดงถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยที่สนอง พระราชปณิธานปลูกป่าและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยไม่หยุดยั้ง