อาจารย์เทพมนตรี ลิมปพยอม พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์

       นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการประวัติศาสตร์ และอดีตอนุกรรมการพัฒนานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ขอแนะนำให้นายปองพล อดิเรกสาร ประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของไทย ควรทำเรื่องขอแขวนปราสาทพระวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ต่อคณะกรรมการมรดกโลกออกไป ก่อน เนื่องจากศาลในประเทศไทยมีคำตัดสินว่าข้อตกลงร่วมที่นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ทำร่วมกับกัมพูชานั้นขัดกับกฎหมาย ให้รอจนกว่าขั้นตอนกระบวนการทางฝ่ายไทยจะผ่านความเห็นชอบจากสภาเสียก่อน จึงค่อยพิจารณาในเรื่องดังกล่าว และอาศัยมติคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 31 ที่เมืองไครส์เชิร์ช ซึ่งระบุว่าการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกกัมพูชาต้องได้รับความร่วมมือจากฝ่ายไทย ไปคัดง้างกับมติครั้งที่ 32 ที่เมืองควิเบก เพราะขณะนี้ข้อตกลงร่วมที่ทำไปผิดกฎหมาย ก็เท่ากับไทยไม่มีความร่วมมือกับกัมพูชาแล้ว และขอคัดค้านทุกประการ





       นายเทพมนตรี กล่าวอีกว่า ล่าสุดตนมีเอกสารที่คณะกรรมการมรดกโลกทั้ง 21 ประเทศได้รับ เป็นเอกสารยัดไส้ที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน คือ เอกสารเมื่อวันที่ 6 พ.ค.2551 ที่กรุงปารีส ลงนามโดยปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งตอนท้ายระบุว่า การกำหนดพื้นที่มรดกโลกจะไม่มีพื้นที่ที่เป็นกรณีพิพาทหรือเขตบัฟเฟอร์โซน และในข้อตกลงร่วมที่นายนพดลไปลงนามกับกัมพูชาก็ยกพื้นที่พิพาทออก ซึ่งหมายความว่า กัมพูชาสามารถเข้ามาใช้พื้นที่ได้ และถ้ากัมพูชาต้องการขึ้นทะเบียนแต่ตัวปราสาทพระวิหาร ก็ไม่จำเป็นต้องมีประเทศต่างๆเข้ามาบริหารจัดการถึง 7 ประเทศ แต่เพราะกัมพูชารู้ว่าแผนที่ที่เสนอไปนั้นกินพื้นที่อาณาเขตไทยมากกว่าจึง เสนอถึง 7 ประเทศให้เข้ามาบริหารจัดการ

             “ขณะ นี้ผมทราบว่ากัมพูชามีแผนบูรณะปราสาทพระวิหารแล้ว โดยได้ว่าจ้างบริษัทประเทศฝรั่งเศสไปทำผังปราสาทพระวิหารอย่างละเอียด โดยมีเทคนิคการบูรณะต่างๆ พร้อมแล้ว ซึ่งจะมีกลุ่มคนไทยที่ทุรยศกลุ่มหนึ่ง เอาบริษัทในประเทศไทยขอไปร่วมบูรณะปราสาทพระวิหารด้วย รวมทั้งอยากให้คนไทยทุกคนช่วยกันจับตาดูความคิด และการกระทำของนายปองพลด้วย”



พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์
ประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่า ข้อสงสัยที่หลายฝ่ายออกมาระบุว่า พล.ท.แดน มีชูอรรถ เจ้ากรมแผนที่ทหาร ได้ยืนยันแล้วว่าไทยจะไม่เสียดินแดนให้เขมรนั้น ตนคิดว่าเอกสารที่ พล.ท.แดนได้รับจากกระทรวงการต่างประเทศนั้น เป็นแผนที่ฉบับเดียวกับที่ใช้แนบท้ายเพื่อยื่นขอจดทะเบียนปราสาทพระวิหาร เป็นมรดกโลกหรือไม่ หรือเป็นแผนที่เดียวกับที่เอามาให้คนไทยทั้งประเทศดู ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศอาจจะถามเจ้ากรมแผนที่ทหารไปเพียงว่า แผนที่ดังกล่าวกินดินแดนของประเทศไทยไปหรือไม่ ซึ่งเมื่อไม่กินดินแดนทหารก็ตอบว่าไม่กินดินแดน ซึ่งตนเชื่อว่าทหารอาจจะรู้อะไรมาก แต่เมื่อผู้บังคับบัญชาไม่พูดก็ต้องเก็บเงียบเอาไว้ และไม่เชื่อว่าทหารจะไม่รู้อะไรเลย นอกจากนี้ ในพื้นที่พิพาทที่ถูกนำไปขึ้นทะเบียนมรดกโลกโดยให้ 7 ประเทศเข้าไปบริหารนั้น หากมีการถอนจากการขึ้นทะเบียนมรดกโลก ไทยก็จะสูญเสียพื้นที่ดังกล่าวไป

   
       “ทุกคนด่าว่ารัฐบาล ที่มาจากการปฏิวัติว่าเป็นรัฐบาลเผด็จการ แต่รัฐบาลทหารก็ไม่เคยทำสิ่งเลวทรามต่ำช้าเช่นนี้มาก่อน แต่รัฐบาลชุดนี้มาจากการเลือกตั้ง ทำไมถึงได้กระทำสิ่งเลวทรามเช่นนี้ได้ ดังนั้น ประชาชนก็ควรออกไปด่ารัฐบาลชุดนี้ และไม่ว่าคณะกรรมการมรดกโลกจะมีมติอย่างไร ผมก็จะไม่รับมตินั้น และไม่ยอมเสียอธิปไตยของชาติอย่างเด็ดขาด” พล.อ.ปฐมพงษ์กล่าว

 

อ่านบทความเต็ม !

อ่านทัศนะ พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ล่าสุด!

 

ความเห็น  เราจะไม่ยอมรับให้ใครก็ตามเข้ามามีสิทธิในการจัดการบริหารพื้นที่ ของประเทศไทย นอกจากเราประชาชนคนไทยจะบริหารและรักษาผลประโยชน์ไว้ให้ ลูกหลานของเราต่อไป

ขอประนามคนที่สนับสนุนและผู้อยู่เบื้องหลังการนำผืนแผ่นดินและอำนาจอธิปไตยไปให้ต่างชาติ