คนเราส่วนใหญ่นั้นคำนวณตัวเองผิดพลาด ชอบคิดคำนวณไปเองว่าตนเองนั้นดี นั้นเลิศ ประเสริฐกว่าบุคคลอื่น การคิดอย่างนี้นั้นคือ “ความหลงที่ใหญ่ยิ่ง”

การที่เราคิดว่าตนเองดีและประเสริฐนั้นก็เพราะด้วยดวงจิตของเรา นำตัว นำตนของเราไปยึด ไปติด ไปถือ ไปยึดยื้อไว้กับบุคคลอื่น การที่จิตนำตน นำร่างกายนี้ นำสิ่งสมมติต่าง ๆ ชื่อ เสียง เกียรติยศไปยึดติดกับผู้อื่น สิ่งนี้เรียกว่า “ความหลง…”
ความลุ่มหลงในเกียรติยศ เป็นความหลงที่ใหญ่ยิ่ง
เมื่อเรานำตนไปยึดตนกับคนอื่นนั้นหากเราคิดว่าเรานั้น “ด้อยกว่า” เราก็ยุ่ง
และถ้าหากเรานำตนไปยึดไปเปรียบเทียบกับคนอื่นแล้วเรานั้นคิดว่า “ดีกว่า” สูงกว่า มีเกียรติยศมากกว่า เราก็ยิ่งยุ่ง
ความยุ่ง หรือจิตที่ยุ่งนี้เองนำมาซึ่งความทุกข์...!
เมื่อตัวเราคิดว่าเราดีกว่าผู้อื่นก็จะทำให้เราตนหยิ่ง ผยอง ทนงตน ชอบวางกล้าม วางมาด ข่มเหงผู้อื่น บุคคลเช่นนี้จะหาความอ่อนน้อมถ่อมตนมิได้เลย
บุคคลที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่ที่ควรบูชามัก จะเป็นบุคคลที่เจริญด้วยธรรมสี่ประการคือ อายุ วรรณะ สุขะ และพละ
เมื่อบุคคลหยิ่งผยอง ทนงตนว่าตนเองดีกว่าผู้อื่นแล้วไซร้ เขาจะไม่มีวันที่จะเจริญด้วยธรรมทั้งสี่ดังกล่าวเลย
ชีวิตของเขาจะเร่าร้อน กระวนกระวาย ดิ้นรนเพื่อที่จะทำให้ตนเองต้องดีกว่าผู้อื่นนั้นอยู่เสมอ
เมื่อฉันดีกว่า ฉันต้องอยู่บ้านที่ดีกว่า ขับรถที่หรูกว่า บริโภคอาหารที่แพงกว่า จากการกินการอยู่เพื่อประทังชีวิตก็จะกลายเป็นการกินเพื่อเกียรติยศ และการอยู่เพื่อ “เกียรติยศ” การเป็นอยู่อย่างเกียรติยศนั้น เขาจะมิสามารถพบกับความสุขจากความสงบได้เลย
ชีวิตของเขาจะต้องถูกไฟแห่งเกียรติที่เขานำตนไปผูกไปยึด ไปถือกับคนอื่นไว้นั้นแล “การยึดติดในเกียรติยศนั้นแลเป็นความทุกข์”
ทุกข์ทั้งจากการที่ต้องดิ้นรนและรักษาเพื่อให้มีเหนือ ให้เป็นเหนือบุคคลอื่นอยู่เสมอ
ทุกข์ทั้งจากการที่ต้องกระเสือกระเสือกผลักสิ่งที่ต่ำต้อย ไร้ค่า ไม่มีราคาออกไปจากตน จนทำให้คนบางคนในสังคมนั้นต้องดูถูกแม้กระทั่ง “พ่อแม่”
อายบุคคลในสังคมที่เรามีพ่อมีแม่ที่ไม่สวย ไม่หล่อ ไม่กล้าพาออกงาน ไม่กล้าแม้จะพูดถึง “พ่อและแม่”
การยึด การถือ การติดบ่วงกับเกียรติยศนี้เองทำให้หลายคนต้องกลายเป็นคน “อกตัญญู” ทอดทิ้งพ่อแม่ ปล่อยให้พ่อและแม่ต้องลำบากตรากตรำ เฝ้ารอคอยที่ครั้งที่ฝนพรำเพื่อรอคอยลูกกลับมา
แต่ลูกเหล่านั้นก็มิเคยเหลียวแล มิเคยมองถึงบุคคลที่เขาสมมติว่าไร้เกียรติในสังคม เขาทั้งหลายเฝ้าเวียนวนอยู่แต่กับคนแปลกหน้าที่มีเกียรติอันใส่หน้ากากฉาบทาต่อกันนั้น
เขาเทิดทูน เสียสละ ทำทุกอย่างเพื่อเกียรติ
เขาหนี ทอดทิ้ง ดูแคลน กำพืดที่ได้รับจากพ่อแม่ที่เขาสมมติตนว่าประเสริฐกว่า
เขาลืมแม้กระทั่งว่า กายของเขาเองที่เขาว่าประเสริฐนั้นได้รับมาจาก “พ่อและแม่”
เกียรติใดเล่าจะสำคัญเท่าเกียรติของการได้รับยกย่องว่าเป็น “พ่อและแม่”
เกียรติใดจะประเสริฐเท่ากับการที่ได้คนสักคนหนึ่งจะได้รับการกราบกรานจากคนที่มีชื่อว่า “ลูก”
คนที่ลุ่มหลงในเกียรติยศนี้เองเขาจะผลักใสพ่อและแม่ให้ห่างไกล
เขาจะยอมทำทุกวิถีทางมิให้คนที่เขารู้สึกว่าต่ำต้อยกว่าเขานั้นรู้จักพ่อและแม่
แต่ที่แท้คนที่ดูถูกพ่อและแม่ของตนนั้น “จิตใจแย่” กว่าใคร ๆ
ความหลงในเกียรติยศนี้เอง ทำลายคนมามากต่อมาก
ทำลายหัวจิตหัวใจของพ่อของแม่ที่เฝ้าตารอคอยลูกกลับมาเพื่อเยี่ยมเยียน
มือของพ่อแม่ที่แก่เฒ่าและชรานั้นรอคอยการจูงพร้อมชักพาจากลูกอยู่เสมอ
พ่อแม่นั้นรอคอยลูกที่จะพาพ่อแม่นั้นขึ้นสวรรค์
ขึ้นสวรรค์จากการที่จะได้ยินเสียงลูก มีความสุขที่ได้เห็นหน้าลูก มีรอยยิ้มที่ได้รู้ว่าลูกนั้นได้ดีเพราะเป็น “คนดี”
คนดีคือคนที่มีความ “กตัญญู”
คนที่ลุ่มหลงอยู่ในเกียรติยศนั้นเล่า เขามักจะลืมคำว่า “กตัญญู”
คนที่ไม่มีความกตัญญูนั้น เขาจะเป็นคนดีที่พ่อแม่รอคอยได้อย่างไร...?
เขาเหล่านั้นพึงแต่จูงมือพ่อมือแม่ลงสู่หุบเหวลึกที่เร่าร้อนด้วยความห่วงใย
อันพ่อแม่ที่แก่ชรานั้นท่านมีทุกข์จากร่างกายที่ทรุดโทรมพอประมาณอยู่แล้ว มิหนำซ้ำยังต้องทุกข์โทมนัสใจด้วยลูกทั้งผลักใสและใส่ส่ง
เกียรติยศนี้เล่าเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อแม่นั้นต้องมีทุกข์
ท่านทั้งหลายจงเพียรหาเกียรติยศจากการเป็นลูกที่ดีเถิด
เกียรติยศใดมิประเสริฐเท่ากับเกียรติยศที่ได้จากการเป็นลูกที่ดี
ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมที่สุดในโลกยังมิสามารถส่งกลิ่นหอมทวนลมได้ เหมือนกลิ่นความดีที่สามารถหอมฟุ้ง ปลิวกระจายได้ทั่วทุกสารทิศฉันใด
เกียรติยศจากการเป็นลูกที่ดีนั้นไซร้ย่อมแผ่กระจายไปได้ในที่ทั้งไกลและใกล้ โดยเฉพาะสามารถแผ่ลึกถึงก้นบึ้งแห่งจิตใจของผู้เป็นพ่อและแม่ได้ ฉันนั้น
ท่านทั้งหลายจงมีเกียรติยศในการเป็นลูกที่ดีเถิด...

นมัสการค่ะ
เข้ามาน้อมรับธรรมะใส่ใจ
สาธุ
สาธุเจ้าคะ
นมัสการท่านพระอาจารย์สุญฺญตา
กิน เก่ง เกียรติ กาม โก้
พึงสำรวม ระวัง ใช่ไหมครับ?
ตามมาอ่าน
กิน เก่ง เกียรติ กาม โก้ พึงสำรวม ระวัง ใช่ไหมครับ?
ใช่ครับ ใช่แล้ว
ท่านพูดได้ดีแล้ว ประเสริฐแล้ว
ปัญญาชนทั้งหลายพึงระวัง พึงสำรวมสิ่งทั้งห้านี้ในทุกลมหายใจ...