ถ้าใครเคยดูละครไทย คงเห็นด้วยกับผมนะครับว่า ตัวละครหลัก ๆ ของแต่ละเรื่อง แทบจะไม่แตกต่างกันเลย มีพระเอก (ที่ค่อนข้างจะโง่ในตอนต้น แล้วค่อยฉลาดในตอนจบ) นางเอก (ที่แสนดีเสมอต้นเสมอปลาย) ตัวร้ายหรือตัวอิจฉา (ที่เกิดมาเพื่อเป็นตัวร้ายโดยเฉพาะ เนื่องจากร้ายได้ตลอดเวลาแม้จะมีเหตุผลรองรับหรือไม่ก็ตาม)

และมีตัวละครอีกตัวครับที่ค่อนข้างเข้าใจชีวิตได้ดี ไม่โง่ ไม่แสนดี และที่สำคัญคือไม่ร้ายและไม่ขี้อิจฉา นั่นคือเพื่อนพระเอกและเพื่อนนางเอกครับ ตัวละครสองตัวนี้มักจะเข้าใจอะไรได้ง่าย ๆ เข้าใจเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ดี และที่สำคัญคือจะคอยอยู่เคียงข้างและเป็นกำลังใจให้พระเอกหรือนางเอกของเรื่องอยู่เสมอ...

หลาย ๆ คนบอกว่าเมื่อดูละครแล้วให้มาย้อนดูตัว ซึ่งผมก็เห็นด้วยครับว่าในชีวิตจริง ๆ หลาย ๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่ต่างจากละคร บางครั้งชีวิตจริงของคนบางคนก็น้ำเน่ากว่าในละครซะอีกนะครับ ซึ่งถ้าเลือกได้ผมขอเลือกเป็นเพื่อนพระเอกดีกว่าครับ เพราะการที่เราเข้าใจอะไรได้ง่าย ๆ เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้นในชีวิต เราจะมองและเข้าใจความเป็นมาและเป็นไปของเหตุการณ์ได้ดี ท้ายที่สุดเราก็จะดำเนินชีวิตของเราได้อย่างมีความสุขครับ...
...แล้วคุณหล่ะครับถ้าเลือกได้คุณจะเลือกเป็นตัวละครตัวไหนในละครชีวิต...
สวัสดีค่ะ
ครับ...คุณ lovefull
เป็นเพื่อนพระเอกหรือเป็นเพื่อนนางเอกดีกว่านะครับ...
ดำเนินชีวิตแบบสบาย ๆ ไม่ต้องกดดัน ไม่ต้องถูกคาดหวัง แค่ทำหน้าที่เตือนสติพระเอกหรือนางเอกในสิ่งดี ๆ และให้ทำในเรื่องที่ถูกต้องครับ...
ยินดีที่ได้รู้จักและขอบคุณมากครับ...
ครับ...คุณคนไม่มีราก
...
เป็นความจริงของโลกอย่างหนึ่งนะครับ กับบทบาทที่มีโอกาสเลือกและบทบาทที่ต้องเลือก หรือการไม่เลือกทีจะแสดงบทบาทใด ๆ ...
เช่นกันครับถ้าเลือกได้ก็อยากเลือกชีวิตที่มีความสุขแบบสมถะครับผม...
ขอบคุณมากครับ...
การเข้าใจชีวิต..เป็นสิ่งที่ดีค่ะ แต่ ชีวิต บางทีก็ไม่เข้าใจ บางทีก็เข้าใจ แต่ไม่อยากเข้าใจ แบบนั้น ในมุมมอง..โลกในความเป็นจริง มีอะไรๆหลายๆอย่างที่ปะปนไป ทำให้รู้สึกได้...ในหลายๆอย่าง จะเป็นเช่นไร ก็ต้องก้าวเดินต่อไป
ถ้าเลือกได้..ขอเลือกเป็น..คนธรรมดาๆ ที่มีดวงใจพร้อมที่จะเผชิญกับทุกๆสิ่งในชีวิต ค่ะ
ครับ...คุณสายธาร
...
ในบางครั้งเราเลือกได้ บางครั้งเราต้องเลือก และบางครั้งเราก็ไม่อยากเลือก ตามแต่สถานการณ์ของแต่ละช่วงชีวิตครับ...
ดีจังครับที่เลือกเป็นคนธรรมดา ที่มีดวงใจพร้อมจะเผชิญกับทุก ๆ สิ่งในชีวิต...
ขอบคุณครับผม...
เพื่อนครับ...
ผมเองก็เติบโตผ่านการเรียนรู้จากผู้คนที่หลากหลาย ผมเดินทางไปเรื่อยๆทั้งความคิด และในชีวิตจริง
การคิด การทำ อยู่ภายใต้การถอดประสบการณ์ผ่านตัวเอง ซ้ำเเล้วซ้ำเล่า
สังคมเราเกิดวิกฤติ เพราะเรา ชาชินกับควงามชั่ว มองความชั่วเป็นสิ่งที่ธรรมดา เราบิดเบี้ยวกับสิ่งที่เป็นมาตรฐานของศีลธรรม เราพอกพูนอัตตาตามการศึกษาที่สูงขึ้น และเราเฟ้อฝันเรื่องราวต่างๆผ่านการนั่งคิดอยู่กับที่
สังคมกับสันติวิธีเกิดขึ้นไม่ได้แน่นอน หากไม่มีสันติในใจ ยอมรับมาตรฐาน อันเป็นกฏเกณฑ์ของศีลธรรมอันดี พูดคุยภายใต้การยอมรับซึ่งกันและกัน ...เปิดใจ ไร้อัตตา
การใช้พลังกลุ่มเพื่อสร้างความชอบธรรมจึงเกิดขึ้นเป็นเรื่องที่เราชาชินอยู่เสมอในสังคม...
วันนี้มันจึงดูว่างเปล่า...จังครับ การสูญสิ้นความศรัทธาผ่านความจริงที่ผมค้นพบ นั่นคือ ความเศร้ากว่าเรื่องใดทั้งมวล
หากผมพอจะหยุดความเศร้านั้นได้...ก็เป็นโอกาสให้ผมได้เรียนรู้ สร้างภูมิให้แก่ตนเองได้
เรื่องจริงมันน้ำเน่าสิ้นดีครับ...
-------------------------------------
ขอบคุณเพื่อนมากครับ ที่เขียนบันทึกสะกิดใจครับ ที่ชวนผมมองในมิติที่ทำให้ผมเข้าใจมากขึ้น
"การสูญสิ้นความศรัทธาผ่านความจริงที่ผมค้นพบ นั่นคือ ความเศร้ากว่าเรื่องใดทั้งมวล"
ผมขอถอดบทเรียนด้วยประโยคนี้ครับ
ในวันนี้ ผมมองว่า เราได้ ก้าวเดินมาอีกขั้นนะ เราสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองมากขึ้น ตามประสบการณ์ที่เราก้าวข้ามผ่าน
การเดินทางผ่าน เรื่อง ดี เรื่องร้าย เราแยกแยะได้โดยใช้ "ปัญญาญาณ" สิ่งนี้เป็นเหมือนแสงไฟส่องทางครับ
ความรู้แต่เพียงอย่างเดียว สุ่มเสี่ยงพ่ายแพ้ต่อ อคติ และ พลังที่ไม่ดี และชักนำเราไปสู่วังวนของความไม่ดี
ผมอ่านหนังสือของนักเขียนที่ผมชื่นชอบท่านหนึ่ง(กระบี่ไม้ไผ่) เนื้อความโปรยจาก สำนักพิมพ์ เขียนไว้น่าคิดมากทีเดียวครับ เขียนไว้ว่า
"....มันเป็นเหมือน"คลื่น" ที่ผ่านเข้ามากระทบ"ข้างใน" ของเราทุกคน คลื่นที่จะลากจูงชีวิตไปในทิศทางของความสุข ความเศร้า ความทุกข์ ความจริง ความลวง...สุดแท้แต่เราจะจัดการกับ "หางเสือ" ภายในตัวเราอย่างไร
กระทั่ง ตระหนักรู้ว่าหรือไม่ว่า ข้างในเรามีคลื่นประเภทนี้อยู่
ใช่...การตระหนักรู้เป็นสิ่งที่จำเป็นในเบื้องต้น แต่ในขั้นตอนต่อไป สิ่งที่จำเป็นกว่านั้นคือ แล้วเราจะใช้อะไรเป็นเครื่องมือกำกับทิศทางความเคลื่อนไหวของชีวิต ภายใต้อิทธิพลของคลื่นลมที่ว่านี้..."
ครับ...เพื่อนเอก
...
ขอบคุณนะครับสำหรับคอมเมนต์ที่มาฉายภาพของบันทึกนี้ให้กว้างและชัดมากขึ้น...
เพราะชีวิตเราต้องเรียนรู้กันอีกต่อไปครับผม...
ขอบคุณครับ...