เรื่องของความขี้ลืมนี่  เป็นกันอย่างทั่วถึงกันเลย  แล้วแต่อาการจะมากหรือน้อย  ไม่ว่ากัน 

หมั่นกำหนดจิต  และมีสติทุกครั้งก่อนจะทำอะไร  จะได้ไม่ลืมแล้วนำความเสียหายมาให้ก็แล้วกัน 

มาเข้าเรื่องกันเลย....

ครูอ้อยจำเขามาเล่าอีกทีหนึ่งนะคะ 

เขาที่เอ่ยถึงนี้คือ...อาจารย์มาให้การอบรมความรู้เรื่องการวัดและประเมินผล  ซึ่งไม่เบื่อหน่ายเลย  หากผู้เป็นวิทยากร  มีเทคนิคในการพูดและเล่าได้อย่างสนุกสนาน  ...

เรื่องมีอยู่ว่า.....ตากับยายสองคน  อยู่กินกันมาเป็นเวลาช้านาน  ต่างก็เข้าใจกันดี  เรื่องสภาพเสื่อมโทรมของสังขารร่างกาย  ต่างก็ทะนุถนอมจิตใจกันและกัน 

เช้าวันหนึ่ง  ตาก็จะเอาใจยาย  ในขณะที่  นั่งเพลิดเพลินยามบ่ายที่ระเบียงเพื่อรับลมโชยนอกชายคาบ้าน 

จู่จู่  ตาก็เอาใจยายว่า.....ยาย ตาจะเข้าไปในบ้าน ยายอยากได้อะไรบอกมา 

ยายทำตาลอดแว่น  ก่อนที่จะเอื้อนเอ่ยว่า.....ไปเอากระดาษกับดินสอมาจดสิตา  จะได้ไม่ลืม 

ตาก็รีบตัดบทบอกกับยายว่า.....ไม่ต้องหรอก  บอกมาเถอะน่า  ฉันจำได้  บอกมาเลย 

ยายไม่พอใจ  เพราะรู้ว่าตาเป็นคนขี้ลืม  จึงสั่งแบบออกคำสั่งว่า.....ไปเอากระดาษมาก่อน  ดินสอด้วย....เดี๋ยวนี้! 

ตาก็ตอบไปอย่างรำคาญและอ้อนออดว่า....ไม่ต้องหรอกยายยยยย ฉันจำได้  ..น่านะ  อะไรล่ะที่อยากได้  

ยายทนความเซ้าซี้ของตาไม่ได้จึงสั่งช้าๆว่า.....ฉันอยากได้ กาแฟเย็น  หวานๆ นะตา  

ตาก็รีบตอบทันควันว่า...ได้เลยยาย แค่นี้เอง  ทำไมฉันจะจำไม่ได้  กาแฟเย็น หวานๆ  ใช่ไหม  เห็นไหม  ทำไมฉันจะจำไม่ได้  ว่าแล้ว 

ตาก็เดินท่องไปในครัว.....

เวลาผ่านไป...ตาก็เดินออกมาจากครัว...พร้อมกับถ้วยกาแฟร้อน 2 ชุด  วางให้ยาย 

ยายก็พูดว่า.....ขอบใจนะตา 

ซูดดดดส์ส์ส์ 

เห็นไหม  ฉันบอกให้เอากระดาษกับดินสอมาจด  บอกๆๆๆๆ  ไม่เชื่อ  ในที่สุด  ตาก็ลืมจนได้  ฉันบอกให้ใส่น้ำตาล 2 ช้อนไง...แย่มากนะตา  ขี้ลืมแบบนี้  เบื่อจริงๆ  ...

ฮาก๊ากกกกกส์ส์ส์ส์  ตากับยาย  ขี้ลืม  พอๆกัน