กศน.ผาขาว
ส่งเสริมความอบอุ่นและความเข้มแข็งของครอบครัว
ทีมงาน กศน.ผาขาว ได้จัดโครงการส่งเสริมความอบอุ่นและตวามเข้มแข็งของครอบครัว ในหมู่บ้านหนองไฮ หมู่ที่ 5ตำบลบ้านเพิ่ม อำเภอผาขาว จังหวัดเลย โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ แบบ pkm.model (Phakoa knowledge manegement) หลังจากจัดค่ายครอบศึกษา เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2551 กศน.ผาขาวกำลังดำเนินการช่วงที่ 2 โดยการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสรมการเรียนรู้ครอบครัวศึกษา 12 ครอบครัว เพื่อเป็นแบบอย่างครอบครัวอบอุ่นและเข้มแข็ง ต่อไปในช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน 2551 โดยจัดกิจกรรมหลากหลายตามความต้องการและปัญหาของแต่ละครัวเรือน ผลการดำเนินงานจะประเมินผลและรายงานผลงานในเชิงวิจัยปฏิบัติการในเดือนกันยายน 2551
somsakksn/รายงานข่าว /26 /06 /51
http.//somsakksn.igetweb.com
โครงการส่งเสริมความอบอุ่นและความเข้มแข็งแก่ครอบครัวและเยาวชนนอกโรงเรียน
บ้านหนองไฮ หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านเพิ่ม อำเภอผาขาว จังหวัดเลย
1. หลักการและเหตุผล
ครอบครัวที่อบอุ่นเป็นรากฐานขั้นพื้นฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาสังคมให้ไปสู่ทิศทางที่มีความมั่นคงและเจริญก้าวหน้าในทุกๆด้านอย่างไม่หยุดยั้ง ตามที่ต้องการ ในสังคมไทยต้องการครอบครัวที่อบอุ่นอย่างมั่นคงและเยาวชนที่มีคุณภาพทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา มาพัฒนาสังคมไทยให้เดินทางไปสู่จุดมุ่งหมายนั้นเพื่อความเข้มแข็งและความผาสุกของสังคมไทยตลอดไป
แต่เป็นที่น่าเสียดายสิ่งที่สังคมไทยคาดหวังนั้นมันไม่ราบรื่นเสมอไป เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงมากมายที่มาบั่นทอนให้ครอบครัวและเยาวชน บางครอบครัว ต้องประสบปัญหา ชะตากรรมอันแสนรันทดอีกมากมาย ซึ่งจะก่อให้เกิดภาพลบและปัญหาของสังคมอีกมากมายตามมา เนื่องจากผู้นำครอบครัวขาดความรู้และประสบการณ์ในการคิดการตัดสินใจในการวางแผนในการดำเนินชีวิต และสภาพทางเศรษฐกิจของสังคมที่มารุมเร้าให้ทุกคนในครอบครัวต้องแข่งขันทำมาหากินเพื่อปากท้องและความอยู่รอดของตนเอง จึงมองข้ามการดำเนินกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความรักและความเข้าใจ ที่จะเป็นสายใยของครอบครัวในการต่อสู้กับปัญหาของสังคมได้อย่างมั่นใจ
ด้วยเหตุศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอผาขาว ได้เห็นความสำคัญของครอบครัวและเยาวชนที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาสังคมในทุกๆด้าน จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อให้เยาวชนได้รับพัฒนาการด้านต่างๆตามความต้องการของสังคม และประเทศชาติไปสู่ความเข้มแข็งและเจริญก้าวหน้าต่อไป
2. วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้เกี่ยวกับเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อครอบครัวอบอุ่น
2.2 เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมรู้ถึงสภาพปัญหา ที่ก่อให้เกิดความแตกแยกในครอบครัว
2.3 เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมนำความรู้และประการณ์ที่ได้จากการอบรมไปใช้ในการดำเนินชีวิต อย่างถูกต้อง
3. เป้าหมาย
3.1 ด้านปริมาณ นักศึกษา ประชาชนบ้านหนองไฮ . จำนวน 64 ครัวเรือน 320 คน บุคลากร 10 คน
รวม 330 คน
3.2 ด้านคุณภาพ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมนำความรู้มาพัฒนาตนเองและปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. ระยะเวลาดำเนินการ
ช่วงที่ 1 เริ่มดำเนินโครงการ 9 – 10 เมษายน 2551 (ดีเดย์)
ช่วงที่ 2 ดำเนินโครงการต่อเนื่องช่วงที่ 2 พฤษภาคม 2551 – กันยายน 2551
4. สถานที่ดำเนินการ
บ้านหนองไฮ หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านเพิ่ม อำเภอผาขาว จังหวัดเลย
5. วิธีการดำเนินการ
พ.ค. –ก.ย.51
ประชุมชี้แจงนโยบายบุคลากร ศบอ.ผาขาว คณะครู ศบอ.ผาขาว วิธีการดำเนินการ
วางแผนการดำเนินงาน
ชี้แจงประชาสัมพันธ์นักศึกษาและประชาชนรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ
เขียนโครงการเยาวชนครอบครัวอบอุ่น
ประสานงานกับผู้นำหมู่บ้าน บ้านหนองไฮ
สำรวจข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัว
จัดทำเวทีประชาคม
คัดเลือกครอบครัวเยาวชน 25 ครัวเรือน
จัดกิจกรรมฐานส่งเสริมเยาวชน ครอบครัวอบอุ่น 7 ฐานคือ
1) ฐานคุณธรรมนำครอบครัว(ฐานรวมทุกกลุ่ม)
2) ฐานเศรษฐกิจพอเพียง
3) ฐานแม่และลูก(แม่ลูกอ่อน)
4) ฐานพ่อบ้าน
5) ฐานผู้สูงอายุ
6) ฐานเยาวชนคนกล้าแสดง
7) ฐานนันทนาการ
จัดทำโครงการส่งเสริมความอบอุ่นและความเข้มแข็งแก่ครอบครัวและเยาวชนนอกโรงเรียน 25 ครอบครัว
ศบอ.ผาขาว
6. งบประมาณ
เป็นเงินทั้งสิ้น 33,000.- (สามหมื่นสามพันบาทถ้วน) โดยเบิกจาก แผนงาน งานสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนาคนให้มีความรู้คู่คุณธรรมและจริยธรรม งบดำเนินงาน รหัส 04704
ตารางค่าใช้จ่ายในการศึกษาดูงานนอกสถานที่
ผู้รับผิดชอบโครงการ
นายสมศักดิ์ จูมวันทา ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอผาขาว
นางสาวศุภจีอนงค์ เอี่ยมเวียง พนักงานราชการ
นายสมยศ สร้อยจันดา พนักงานราชการ
นายเสริมศักดิ์ โสกัณทัต ครูศูนย์การเรียนชุมชนตำบลบ้านเพิ่ม
นางสาวสุพินยา พงสระพัง ครูศูนย์การเรียนชุมชนตำบลผาขาว
นางขวัญจิตร ทองดี ครูศูนย์การเรียนชุมชนตำบลท่าช้างคล้อง
นายสิริพงษ์ อุดนอก ครูศูนย์การเรียนชุมชนตำบลโนนป่าซาง
นางจันเพ็ญ หาแก้ว ครูศูนย์การเรียนชุมชนตำบลโนนปอแดง
นางศรัญญา ชัชวาลย์ เจ้าหน้าที่ห้องสมุด
8. การประเมิน
8.1 การสังเกต
8.2 การสัมภาษณ์
8.3 แบบสอบถาม
9. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
9.1 ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้เกี่ยวกับการเสริมสร้างครอบครัวอบอุ่น และประสบการในการดำเนินชีวิต มีความคิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น มีความเข้าใจที่จะสร้างครอบตนเองให้เกิดความอบอุ่นและพัฒนาตนเองได้อย่างมีคุณภาพ
9.2 มีครอบตัวอย่าง 25 ครอบครัว ผ่านกระบวนการเรียนรู้และการส่งเสริมและความเข้มแข็งแบบมีส่วนร่วมของชุมขนและภาคีเครือข่าย
http//somsakksn.igetweb.com
[email protected]
กระถางต้นไม้จากขุยมะพร้าว...ไอเดียลดโลกร้อน
นายพงศธร หนูเล็ก นายจิราณุวัฒน์ แสงมุกด์ และนายชินพันธุ์ แซ่ซิ้ม จากคณะคุรุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโน โลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ร่วมกันคิดค้นวิธีการผลิต กระถางเพาะชำจากวัสดุทางการเกษตร ขึ้น เพื่อให้เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการลดการใช้กระถางพลาสติกลง โดยมี ผศ.สุจิน สุนีย์ และ ผศ.ธีรเวท ฐิติกุล เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ
พงศธร กล่าวว่า เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครนายก และจังหวัดปราจีนบุรี ส่วนหนึ่งประกอบอาชีพเพาะชำกล้าไม้และพันธุ์พืชหลากหลายชนิด เช่น ไม้ดอก ไม้ประดับ และไม้ผล ซึ่งในการเพาะพันธุ์พืชเหล่านี้ ชาวสวนส่วนใหญ่จะเพาะชำกล้าไม้ลงในถุงเพาะชำ หรือกระถางเพาะชำที่ทำมาจากพลาสติกเป็นจำนวนมาก ซึ่งพลาสติกเหล่านี้เป็นวัสดุที่ย่อยสลายยากและเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสภาวะโลกร้อน จากสาเหตุดังกล่าวจึงได้คิดหาวิธีนำวัสดุทางการเกษตรมาผลิตกระถางเพาะชำ เพื่อทดแทนและลดการใช้กระถางถุงและถุงเพาะชำที่ทำมาจากพลาสติก
“ในการศึกษาครั้งนี้ คณะผู้จัดทำได้ศึกษาและจัดสร้างกระถางจากเศษวัสดุทางการเกษตรจำนวน 5 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ กระถางที่ทำจากแกลบ กระถางที่ทำจากขี้เถ้าแกลบ และกระถางที่ทำจาก ขุยมะพร้าว กระถางที่ทำจากเศษใบไม้และวัชพืช ต่าง ๆ ซึ่งผลจากการศึกษาพบว่ากระถางที่ทำจากขุยมะพร้าวมีความแข็งแรงและทนทานที่สุด” พงศธรกล่าว
นอกจากนี้ ผลจากการนำเอากระถางที่ทำจากขุยมะพร้าวไปใช้งานจริง พบว่ามีความแข็งแรงและทนทานของกระถางอยู่ในระดับที่ดี มีความยืดหยุ่นสูง รากของกิ่งสามารถชอนไชออกจากก้น ของกระถางได้ดี มีความสามารถในการอุ้มน้ำและการระบายความร้อนของกระถางอยู่ในระดับดี และเมื่อฝังกระถางลงในดินรากของกิ่งชำยังสามารถชอนไชออกทางด้านล่างและด้านข้างของกระถางได้ดี อีกทั้งกระถางที่ทำจากขุยมะพร้าวนี้ยังสามารถย่อยสลายเองได้ตามธรรมชาติได้อีกด้วย
สำหรับวิธีการผลิตกระถางจากขุยมะพร้าว ประกอบด้วยส่วนผสมดังนี้ ขุยมะพร้าว 100 กรัม,ใยมะพร้าว 150 กรัม และกาวแป้งเปียก 50 กรัม ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นนำไปอัดด้วยเครื่องอัดไฮโดรลิก ด้วยแรงอัดที่ 10 ตัน ซึ่งจากแรงอัดดังกล่าวจะทำให้กระถางที่ได้ออกมามีรูปทรงและลักษณะตามที่ต้องการ และเมื่อนำไปตากแดดจะไม่เกิดรอยร้าวรวมทั้งไม่แตกที่ปากขอบกระถางด้วย ทั้งนี้ ส่วนผสมดังกล่าวจะผลิตกระถางขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 นิ้วได้จำนวน 1 กระถาง และหลังจากนำกระถางที่ได้ไปตากทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที เมื่อกระถางแห้งดีแล้วก็สามารถนำไปใช้งานได้ทันที โดย พงศธร บอกว่า กระถางจากขุยมะพร้าวดังกล่าวมีต้นทุนอยู่ที่ 4 บาทกว่า/กระถาง
พงศธร กล่าวด้วยว่า หลังจากที่ได้ทำการศึกษาและทดสอบใช้กระถางที่จัดสร้างขึ้นในขั้นต้นแล้ว ทางคณะผู้จัดทำได้นำกระถางจากขุยมะพร้าวไปทดสอบใช้จริง ที่สวนวาสนา เลขที่ 41/2 หมู่ 11 คลอง 15 ตำบลบางปลากด อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก
ด้าน นางปวีณา สามเตี้ย อายุ 46 ปี เจ้าของสวนวาสนา กล่าวต่อกรณีการนำกระถางจากขุยมะพร้าวไปทดลองใช้งานในการเพาะชำกล้าไม้ ว่า หากเปรียบเทียบในเรื่องของความคงทน พลาสติกจะทนกว่าอยู่แล้ว แต่ในเรื่องของการอุ้มน้ำกระถางจากขุยมะพร้าว สามารถอุ้มน้ำได้นานกว่า นอกจากนี้ เวลานำต้นไม้จากกระถางไปปลูก หากใช้กระถางพลาสติกในการเพาะชำจะทำให้รากต้นไม้ขาดได้ เพราะจะต้องดึงต้นไม้ออกจากกระถางก่อนนำไปปลูก แต่ในทางกลับกัน หากใช้กระถางที่ทำจากขุยมะพร้าวสามารถนำต้นกล้าไปปลูกทั้งกระถางได้เลยโดยไม่ต้องเสียเวลาดึงต้นกล้าออกจากกระถาง รากต้นกล้าจึงไม่มีโอกาสที่จะขาดออกจากต้นทำให้ต้นไม้ที่เพาะในกระถางจากขุยมะพร้าวเจริญเติบโตได้ดีกว่า
“การใช้กระถางที่ทำจากขุยมะพร้าวสามารถ อุ้มน้ำได้ดีกว่าและนานกว่า สามารถรดน้ำทิ้งไว้ 2-3 วัน ค่อยกลับมารดอีกทีก็ได้ ทำให้ไม่ต้องกังวลเวลาไปไหนนาน 2-3 วัน นอกจากนี้การที่ราก ต้นกล้าไม่ขาดทำให้เห็นความแตกต่างในการเจริญเติบโตได้อย่างชัดเจนทีเดียว กระถางจากขุยมะพร้าวจึงเหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลต้นไม้ และยังเหมาะสำหรับผู้ที่รับจัดสวนแบบที่ต้องใช้ต้นไม้เยอะ ๆ โดยจัดเป็นกลุ่มเป็นโซนตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่ง ไม่ต้องดูแลรดน้ำบ่อย ๆ หากสามารถลดต้นทุน ให้ได้เท่ากับกระถางพลาสติกซึ่งมีราคาอยู่ที่ 3 บาท/กระถาง เชื่อว่าเกษตรกรเจ้าของสวนเพาะชำกล้าไม้จะหันมาใช้กระถางจากวัสดุการเกษตรแบบนี้มากขึ้นทีเดียว” ปวีณากล่าว
สำหรับผู้สนใจกระถางจากวัสดุการเกษตร ดังกล่าว สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ ผศ.สุจิน สุนีย์ โทร.08-9765-3743 หรือ พงศธร หนูเล็ก โทร.08-9659-9509 คณะคุรุศาสตร์ อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี.
[email protected]
http//somsakksn.igetweb.com กศน.ผาขาว/รายงาน/6 ก.ค.51
โดย ดร.พรชัย เหลืองอาภาพงศ์
บันทึกเมื่อ : 17/4/2008
[email protected]/นำมาฝากครับ