การศึกษาที่กำลังมุ่งไปขณะนี้ เหมือนกับขบวนรถไฟที่มุ่งหน้าไปสู่หนทางข้างหน้าที่ไม่มีวันหวนกลับ


การศึกษามีความเกี่ยวข้องกับครอบครัว ชุมชน สังคมของผู้เรียนที่จากมา
ผู้คนออกจากครอบครัว ชุมชน และสังคมตนเพื่อเข้ารับการศึกษา แต่ไม่เคยหันหลังกลับบ้านอีกเลย สุภาษิตของกะเหรี่ยงกล่าวว่า "การเรียนเปรียบเสมือนการปล่อยนกออกจากรัง" สะท้อนถึงปรากฏการณ์นี้ได้ดี

การศึกษาตั้งแต่ประถม มัธยม จนถึงอุดมศึกษา ล้วนทำหน้าที่เหมือนเรือนบ่มเพาะพันธุ์พืช ในขณะเดียวกันก็มีการตัดแต่งยีนส์(นักเรียน-นักศึกษา) ให้กลายเป็นพืชพันธุ์พิเศษอีกชนิดที่ไปเจริญได้ดี(หรือไม่ดี)ในระบบอุตสาหกรรม

ด้วยเหตุนี้ นักเรียน นักศึกษาที่ออกมาจากบ้านเพื่อเข้าเรียน / สถานที่เรียนไม่เคยสอนให้ผู้เรียนหวนกลับไปรับใช้บ้าน ชุมชน และสังคม แต่สอนให้ไปหาเงิน ไปทำงานรับใช้บริษัท ระบบราชการ งานบริการที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบทุนนิยม แล้วค่อยส่งเงินกลับบ้าน (ดูแล้วคล้ายๆกับการเลี้ยงหมาเลี้ยงแมว)
การศึกษาแบบนี้ใครได้ประโยชน์ ใครเป็นคนลงทุน
 
แน่นอนในประเทศไทย รัฐเป็นผู้ลงทุนส่วนใหญ่ ส่วนบริษัทเอกชนที่เอาคนที่ผ่านการศึกษาไปทำงานให้ตนนั้น เข้ามาแบกรับภาระการลงทุนการศึกษานี้มากน้อยเพียงใด เช่น การอุดหนุนทุนนักศึกษาแต่ละปี หรือการเข้ามาส่งเสริมกิจกรรมการศึกษามีมากน้อยเท่าใด คนในแวดวงการศึกษารู้ดีที่สุด

ที่สำคัญคือ ทำให้เกิดหนี้บุญคุณอันใหญ่หลวง มีความกตัญญูรู้คุณจนไม่กล้าเอ่ยปากทวงถามเรื่องความชั่วร้ายที่ประพฤติกับธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และมิจฉาทิฏฐิที่ทำกับประชาชน (อันที่จริงไม่ใช่จงใจไม่ถาม แต่โง่มากกว่า และนี่แฟละคืออีกปัญหาหนึ่งของระบบการศึกษา)

หากบรรดาบรรษัททั้งหลายจะอ้างว่าตนเสียภาษี ภาษาีทำนุบำรุงต่างๆให้กับรัฐอยู่แล้ว คำถามก็คือ แต่ละครอบครัว ชุมชน และสังคมก็เสียภาษีด้วยเช่นกันมิใช่หรือ ? แล้วทำไมการเสียภาษีของอีกคนหนึ่งจึงได้ประโยชน์ไปเต็มๆแต่ผู้เดียวล่ะ

จะอธิบายด้วยทฤษฎีเศรษฐศาสตร์แบบน้ำใต้ศอก ที่ว่าเมื่อข้างบนดี ข้างล่างก็พลอยได้ประโยชน์หรือได้ดีไปด้วยนั้น เก่ามากแล้วและไม่เคยเป็นจริง เพราะช่องว่าที่ถ่างมากขึ้นระหว่าง คนรวย- - - - - -- -- - - -- -- - -คนจน มันเห็นกันตำตา

ด้วยเหตุนี้การปฏิรูปการศึกษาไทยในอนาคต จึงควรหันขบวนไปในทิศทางใหม่ รถไฟสายบรรษัทต้องยุติลงเสียที

ในต่างประเทศ บริษัทต่างๆจะเปิดโรงเรียนเทคนิคของตนเอง เปิดอบรมพนักงานของตนเอง ฟูมฟักผู้เชี่ยวชาญด้วยการใช้ทุนของตนเอง เป็นเวลาหลายปีอย่างจริงจัง (ไม่ใช่อบรม 10-15 วันอย่างไทย)
แต่สำหรับประเทศไทย รัฐบาลที่ผ่านมากลับนำเงินภาษีของชาติโดยรวม ไปลงทุนแบกรับฐานทรัพยากรมนุษย์ให้กับองค์กร และบริษัทต่างๆ แล้วปล่อยปละละเลยการสนองตอบการศึกษาแก่ชุมชน สังคม

นี่เกิดอะไรขึ้น ? ความเป็นธรรมในการใช้ประโยชน์จากภาษีที่จ่ายไป ทำไมมีทิศทางผิดปกติอย่างนี้
ดังนั้น ขบวนรถไฟสายการศึกษาที่มุ่งหน้าไปอยู่ขณะนี้ ต้องช้าลง แล้วค่อยๆคิดกันใหม่ให้รอบคอบ

ขอฝากความคิดกับผู้ที่รักการศึกษาทุกท่านด้วยครับ