โครงงานวิทยาศาสตร์ เป็นปัจจัยหนึ่งแห่งความสำเร็จ

จากงานวิจัยที่ผู้เขียนทำทั้งระดับปริญญาโท และผลงานทางวิชาการได้แนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ให้ผู้เรียนมีความรู้ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ สรุปได้ดังนี้

ใบความรู้   โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทการทดลอง

 

จุดประสงค์    เมื่อนักเรียนศึกษาใบความรู้แล้ว  สามารถบอกความหมายและลักษณะเฉพาะของโครงงานทดลอง

*************************

          โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทนี้มีการออกแบบการทดลองเพื่อศึกษาผลของตัวแปรต้นที่มีผลต่อตัวแปรตามโดยควบคุมตัวแปรอื่นๆที่มีอิทธิพลต่อการทดลอง    เช่น   การเปลี่ยนเพศปลาหางนกยูงโดยใช้ไรแดง

          โครงงานประเภทนี้นักเรียนจะได้ใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์   ในการค้นหาคำตอบทุกขั้นตอนตั้งแต่ระบุปัญหาตั้งสมมติฐานตรวจสอบหรือทดลองสมมติฐานสรุปและนำไปใช้จึงถือว่าเป็นการฝึกวิธีการหาความรู้อย่างมีหลักการและเป็นขั้นตอนซึ่งจะปลูกฝังเจตคติและบุคลิกภาพทางวิทยาศาสตร์ให้แก่นักเรียน  แต่ก่อนที่จะทำโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทนี้   นักเรียนควรมีความรู้พื้นฐาน   เกี่ยวกับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้การศึกษาค้นคว้าหาความรู้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ

..คำถาม       ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญของโครงงานทดลองคือทักษะอะไรบ้าง

……………………………………………………………………………………………………………………….

……………………………………………………………………………………………………………………….

 

ใบความรู้   โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทการสำรวจ

 

จุดประสงค์    เมื่อนักเรียนศึกษาใบความรู้แล้ว  สามารถบอกความหมายและลักษณะเฉพาะของโครงงานสำรวจ

*************************

          โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทนี้  เป็นการสำรวจและรวบรวมข้อมูลแล้วนำมาจำแนกเป็นหมวดหมู่นำเสนอในรูปแบบต่างๆเพื่อให้เห็นลักษณะหรือความสัมพันธ์ของเรื่องที่ศึกษาได้ชัดเจนขึ้น  เช่น

การเลี้ยงผึ้งโพรงไทย

          โครงงานประเภทนี้   นักเรียนจะได้ใช้ทักษะการสังเกตการจำแนกประเภทการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล   ซึ่งเป็นทักษะขั้นพื้นฐานที่สามารถทำให้นักเรียนประสบความสำเร็จในการศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง  จะเห็นว่าการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องยาก

..คำถาม       ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญของโครงงานสำรวจคือทักษะอะไรบ้าง

……………………………………………………………………………………………………………………….

……………………………………………………………………………………………………………………….

 

 

 

 


    ใบความรู้   โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทการพัฒนา/สิ่งประดิษฐ์

 

จุดประสงค์    เมื่อนักเรียนศึกษาใบความรู้แล้ว  สามารถบอกความหมายและลักษณะเฉพาะของโครงงาน

                       การพัฒนา / สิ่งประดิษฐ์ได้

*************************

          โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทนี้  เป็นการประยุกต์ทฤษฎีหรือหลักการทางวิทยาศาสตร์มาประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้หรืออุปกรณ์เพื่อประโยชน์ใช้สอยต่างๆอาจคิดประดิษฐ์ของใหม่ๆหรือปรับปรุงดัดแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น  เช่น  มือกล

          โครงงานประเภทนี้เป็นการหาคำตอบของปัญหาจากการสร้างประดิษฐ์คิดค้นหรือดัดแปลงเครื่องมือเครื่องใช้อุปกรณ์  ตลอดจนสร้างแบบจำลองทางความคิดขึ้นเพื่ออธิบายการแก้ปัญหา  ลักษณะเด่นของโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทนี้คือนอกจากจะได้ชิ้นงานอันเป็นผลของการทำงานหรือแก้ปัญหาซึ่งสามารถเห็นประโยชน์ของการนำไปใช้ชัดเจนแล้ว  ยังได้พัฒนาความคิด

สร้างสรรค์อีกด้วย

..คำถาม       ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญของโครงงานประดิษฐ์คือทักษะอะไรบ้าง

……………………………………………………………………………………………………………………….

……………………………………………………………………………………………………………………….

ใบความรู้   โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภททฤษฎี /การอธิบาย

 

จุดประสงค์    เมื่อนักเรียนศึกษาใบความรู้แล้ว  สามารถบอกความหมายและลักษณะเฉพาะของโครงงานทฤษฎี 

                    / การอธิบาย

*************************

          โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทนี้เป็นการเสนอทฤษฎีหลักการหรือแนวความคิดใหม่ๆซึ่งอาจอยู่ในรูปของสูตรสมการหรือคำอธิบาย  โดยผู้เสนอได้ตั้งกติกาหรือข้อตกลงขึ้นมาเองแล้วเสนอทฤษฎีหลักการแนวความคิดหรือจินตนาการของตนเองตามกติกาหรือข้อตกลงนั้นหรืออาจใช้กติกาหรือตกลงเดิมมาอธิบายสิ่งหรือปรากฎการณ์ต่างๆในแนวใหม่ที่ยังไม่มีใครคิดหรือขัดแย้งกับทฤษฎีเดิมหรือเป็นการขยายทฤษฎีหรือแนวคิดเดิม  ดังนั้นผู้ทำโครงงานประเภทนี้จึงต้องมีความรู้พื้นฐานในเรื่องนั้นๆอย่างดีจึงจะสามารถศึกษาโครงงานประเภทนี้ได้อย่างมีเหตุมีผลน่าเชื่อถือ  เช่นโครงงานเรื่องการอธิบายอวกาศแนวใหม่

          โครงงานประเภทนี้จึงเป็นการหาคำตอบจากการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมในเรื่องนั้นๆจากเอกสารหรือตำราต่างๆเพื่อนำผลมาสรุปวิเคราะห์เป็นความรู้หรือคำตอบของปัญหา 

..คำถาม       ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญของโครงงานอธิบายคือทักษะอะไรบ้าง

……………………………………………………………………………………………………………………….

……………………………………………………………………………………………………………………….