เป็นการเรียน-การสอนแบบ Problem-based Learning

     ในสัปดาห์ที่ 3 ที่ผ่านมา..นิสิตส่ง "สมุดแห่งการเรียนรู้" ทุกคน แต่ว่ามีมือดีมา "ขมาย" สมุดไป ๙ เล่ม ทำให้นิสิตต้องเขียนสมุดเล่มใหม่ สำหรับผู้ที่สมุดหาย แยกไปตามกลุ่มต่างๆ ดังนี้

  1. กลุ่ม My heart สมุดหาย ๒ คน คือ อรพรรณปี ๔ กับ ชุรีพร ปี ๓
  2. กลุ่ม หนอนชาเขียว สมุดหายไป ๔ คน (มากที่สุด) คือ สุทราทิพย์และแขนภา (ปี๔) กับ ดาราพรรณและสุพรรณษา (ปี ๓)
  3. กลุ่ม Baby bee สมุดหาย ๓ คน คือ วิภารัตน์ (ปี ๔) กับ นิภาพรและศิริวรรณ (ปี ๓)

    นิสิตที่สมุดหายก็เสียไป ๒ เสีย คือ "เสียใจ" กับ "เสียดาย" แต่นิสิตก็ได้ข้อคิดว่า...เราต้องเตรียมตัวสำหรับการเปลี่ยนแปลง..เพราะชีวิตเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เมื่อ สมุดหายก็ต้องเริ่มต้นใหม่ แต่วิธีเริ่มต้น..เริ่มต้นใหม่ตั้งแต่รู้ว่าหาย คือไม่ใช้ย้อนไปตั้งต้นตั้งแต่สัปดาห์แรก ดังนั้นนิสิต 9 คน จึงเริ่มต้นเขียนสมุดแห่งการเรียนรู้ใหม่ ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 4 เป็นต้นไป (บางคนยังติดเสียดายอยู่ และกลัวสมุดหายอีก เลยเขียนเรื่องที่เรียนรู้มาเพียงนิดเดียว)

    นั่นเป็นการทบทวนสัปดาห์ที่แล้ว แต่สำหรับสัปดาห์ที่ ๔...รอร่าเจ้าเดิม capture บทเรียนได้ดี จึงนำสิ่งที่เธอสะท้อนออกมาให้ได้อ่านกันครับ....

 

      เริ่มต้นกับเช้าวันใหม่ พุธที่ 25 มิถุนายน 2551 วันนี้ อ.beeman ได้นัดนิสิตที่เรียน วิชา Apiculture ไปพบกันที่หลังตึก เพื่อที่ไปดูผึ้ง ไปฝึกตั้งคำถาม (เรียนแบบ Problem-based Learning..beeman)

       เมื่อไปหลังตึกชีววิทยาอ.beeman ก็ให้ดูบริเวณรอบๆ รังผึ้ง สังเกตและตั้งคำถาม (อ. beeman แอบฝึกนิสิตเป็นนักวิทยาศาสตร์โดยการให้ตั้งคำถาม) หลังจากนั้นก็เอารวงผึ้งออกมาให้ดู ให้นิสิตสังเกตและตั้งคำถามจากการดูรวงผึ้ง จากนั้น อ.beeman ก็สอนเกี่ยวกับรังผึ้ง ว่ามีขนาดเท่าไร อย่างไร

       แล้วก็กลับขึ้นมาที่ห้องเรียน ในห้องเรียนก็มีการทำกิจกรรมฝึกจิต อุ่นเครือง และตระเวณข่าวเหมือนเดิม เสร็จแล้วก็มีการเล่านิทาน (เข้าใจว่า อ.beeman ต้องการฝึกให้นิสิตมีสมาธิ มีความสนุกสนาน รื่นเริงใจ บวกกับข้อคิดเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่เล็กน้อย) ต่อมาก็เปิดโอกาสให้นิสิตถามว่าสงสัยอะไร อยากรู้อะไรจากการที่ได้ดูรวงผึ้ง ฉันเองก็คิดอยู่ในใจ ตั้งแต่อยู่หลังตึกแล้วว่า ทำไม..รวงผึ้งถึงเป็นหกเหลี่ยม อ.beeman ก็สอนเรื่องผึ้งไปเรือยๆ และฉันก็ได้เข้าใจ ได้รู้ขึ้นมา ว่าทำไมถึงเป็นหกเหลี่ยม...

         มาถึงวันพฤหัสบดี (26 มิถุนายน เวลา 16.00-19.00 น.) วันนี้ อ.beeman ก็นัดไปดูผึ้งที่หลังตึกชีววิทยาอีก และก็กลับขึ้นมาบนห้องเรียน หลังจากนั้นก็มีกิจกรรมเหมือนเช่นเคย ที่เพิ่มเข้ามาก็มีการนำเสนอนิทาน สนุกสนานพร้อมด้วยข้อคิดและคติเตือนใจ ต่อด้วยเรื่องปัญหาสมุด หาย และก็แยกย้ายกันทำงานกลุ่มที่ค้างไว้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว และก็มีการออกมานำเสนอ เสร็จก็หมดเวลาพอดี

       หลังจากนั้น อ.beeman ก็มีแผ่นกระดานแผ่นหนาพอสมควร ท่าทางคงจะหนักเพราะดูแล้วแข็งแรงดี บนแผ่นกระดาน มีข้อความและรูปภาพประกอบเกี่ยวกับเรื่องระยะการเจริญเติบโตของผึ้ง อ.beeman ให้ดูแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ให้ดูและตั้งคำถามประมาณว่าดูแล้วรู้อะไร สงสัยอะไรและให้นำไปเขียนเป็นการบ้าน

       (วิเคราะห์) สัปดาห์นี้เริ่มเขาสู่เนื้อหาของการเลี้ยงผึ้งมากขึ้น และเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ  ฉันจึงขอสรุปความรู้ที่ได้เรียนมาในสัปดาห์นี้ ตั้งแต่เรื่องของกิจกรรมในห้อง ซึ่งแปลกไป คือสัปดาห์นี้ อ.beeman มีนิทานมาเล่าและมีภาพประกอบ (อย่าว่าแต่เด็กเลย ขนาดฉันโตจนป่านนี้แล้ว ฉันยังชอบฟังนิทาน เรื่องเล่า เพราะมันแฝงไปด้วยเรื่องราวที่ทำให้เราเกิดแง่คิดดิ ๆ ขึ้นมาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นนิทานเรื่องอะไรก็ตาม ย่อมมีข้อคิดแฝงอยู่) ฟังแล้วทำให้เพลิดเพลิน นำไปสู่การเรียน

       เหมือนกับเราปรับความรู้สึกให้ผ่อนคลายก่อนเรียน เพื่อที่จะได้มีความตั้งใจ กระตือรือร้นในการทำงาน การเรียน การฝึกจิตและอุ่นเครื่องก็เช่นเดียวกัน ช่วยให้เราผ่อนคลาย มีความรู้สึกอยากเรียน มีความกระตือรือร้น ยากที่จะมีวิชาไหนเป็นดังเช่นวิชาการเลี้ยงผึ้ง

      มันไม่เหมือนวิชาอื่นๆ  กล่าวคือสอนการคิดเป็น โดยไม่ได้มานั่งสอนว่าคิดอย่างไร แต่จะค่อยๆ เพิ่มเติม ค่อยๆ เปลี่ยนความคิดเดิมของเราโดยที่ไม่รู้ตัว ฉันเองรู้สึกว่านับวันมันจะเริ่มซึมซับไปเรื่อยๆ ค่อยๆ แผ่ซึมเข้าไป ฝังลึกในความคิด ค่อยๆ ไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็คิดเป็นเต็มตัว รู้จักตัวเอง เข้าใจผู้อื่น ...แต่มันก็คงยากมากสำหรับคนที่ไม่คล้อยตาม เรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลนั้นๆ เอง....

     เป็นอย่างไรบ้างครับ...เอาความคิดของนิสิตปี 3 มา Share ให้ได้อ่านกัน..อิอิ 

 

beeman by Apinya

มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์  
神奇的蜂爷
  
(shen2  qi2  de1  feng1  ye2)