นินทาแมว

BM.chaiwut
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
นินทาแมว

นิทานเรื่องหนึ่งบอกว่า แมวมีแนวทางของตนเอง นั่นคือ ไม่ได้ยินยอมที่จะเป็นลูกน้องเหมือนกับหมา มิได้ต่อรองด้วยการให้น้ำนมเหมือนกับแพะ และมิได้มอบกายถวายตัวเป็นข้ารับใช้เหมือนกับวัว เพื่อจะได้อยู่ด้วยกับมนุษย์ โดยแมวยินดีที่จะเป็นเพื่อนเล่นกับลูกๆ ของมนุษย์ ถ้าได้อาหารเป็นเครื่องแลกเปลี่ยนเท่านั้น...

ตอนนี้ ที่กุฏิของผู้เขียนมีแมวอยู่ตัวหนึ่งคือ เจ้าแดงน้อย  ส่วเจ้าแดงใหญ่ ู้ที่นำมันมาฝากก็ได้หายไปไม่กลับมาเยี่ยมหลายเดือนแล้ว (เคยเล่าที่มา คลิกที่นี้ )  โอกาสนี้จึงขอนินทาเจ้าแดงน้อยเล่นๆ...

เจ้าแดงน้อยค่อนข้างจะขี้ขลาด กลัว ไม่ใช่เป็นแมวนักสู้ เพราะมีแมวจรต่างถิ่นมากัดถึงกุฏิเสมอ... หลายวันก่อน มันทำความเดือดร้อนให้ผู้เขียนต้องถูพื้นกุฏิหน้าห้องครั้งหนึ่งแล้ว (เคยบ่นไว้ คลิกที่นี้)  และบางครั้ง เมื่อมีแมวจรมากินข้าวที่กุฏิ  มันก็ไม่กล้าใช้อำนาจไล่แมวจรให้ห่างไปจากจานข้าว ผู้เขียนก็สังเกตอยู่ว่า มันค่อนข้างจะมีน้ำใจต่อเพื่อนแมวด้วยกัน หรือเพราะขาดกลัวต่อแมวผู้มาเยือน และหรืออาจเป็นเพราะเกรงใจต่อผู้เขียนในฐานะลูกพี่มันก็ได้ เนื่องจากมันมักจะเงยหน้ามองผู้เขียนเสมอเมื่อผู้เขียนออกไปเห็นในขณะนั้น...

สำหรับแมวที่ขี้ขลาด มิใช่เป็นแมวนักสู้ดังเจ้าแดงน้อย ก็อาจฝึกให้พอเป็นแมวนักสู้ได้บ้าง วิธีการก็คือ พอโดนกัดวิ่งมาหา ก็ใช้นิ้วจับที่สันคอมันขึ้นมา มองตามันแล้วก็พูดทำนองว่า มึงไม่สู้มันหรือ ? แล้วก็ใช้นิ้วดีดที่ใบหูของมันแรงๆ สักครั้งสองครั้ง และก็จ้องตาพูดกับมันอีกครั้งทำนองว่า มึงไม่สู้มันหรือ ? มึงต้องสู้ ! ไป ! .... แล้วก็โยนเข้าไปหาคู่ต่อสู้ของมัน บางตัวอาจสู้นิดหน่อยแล้วก็วิ่งหนีไป บางตัวก็อาจทำท่าสู้แล้วก็วิ่งหนีไป... ต่อมา เมื่อมันเข้ามาเคลียคลออีกครั้ง ก็แตะมันแรงๆ จับแล้วขว้างทิ้งไป แล้วก็ทำไม่สนใจ ไม่ให้อาหาร... ฝึกไปทำนองนี้แหละ หลายๆ ตัวได้ผล แต่บางตัว แม้จะฝึกอย่างไร ก็ไม่ได้ผล

 

อย่างไรก็ตาม เจ้าแดงน้อยจัดว่าเป็นแมวที่มีคุณธรรมพอสมควร เพราะนอกจากจะมีน้ำใจต่อเพื่อนแมว โดยไม่ห่วงอาหารส่วนตัวแล้ว เจ้าแดงน้อยยังมีวินัยในตัวเอง กล่าวคือ อาหารที่ผู้เขียน บิณบาตแล้วใส่ถาดตั้งไว้ด้านนอกนั้น ไม่เคยเห็นเจ้าแดงน้อยขโมยหรือกัดกินเลย ทั้งๆ ที่ผู้เขียนไม่เคยฝึกหรือสอนมันในเรื่องนี้ ซึ่งผิดกับบางตัวที่มีนิสัยชอบลักขโมย จนยากที่จะแก้ไขได้...

สำหรับอาหารการกินนั้น เจ้าแดงน้อยก็กินได้หลายอย่าง เช่น ขนมปังก็พอกินได้ แต่เค็มๆ มันไม่ค่อยชอบนัก ส่วนที่่่มันชอบจะเป็นชนิดเคลือบชอกโกเล็ต ขณะที่มาม่านั้น รู้สึกว่าค่อนข้างจะเป็นที่โปรดปรานของมัน... หลายวันก่อน ผู้เขียนไปค้างหาดใหญ่ ๒-๓ คืน เมื่อกลับมาถึงกุฏิ มันก็เข้ามาคลอเคลีย ร้องแม้วๆ คล้ายบอกว่าต้องการอะไรสักอย่าง ผู้เขียนก็สงสัยเพราะมองในจานก็ยังมีข้าวคลุกปลาเหลืออยู่ (หลวงพี่อีกรูปที่กุฏิจัดให้มัน) จึงคิดว่ามันคงจะอยากมาม่า จึงฉีกซองมาม่าแบ่งให้มัน ปรากฎว่ามันกินอย่างชอบใจ ก็รู้สึกขำๆ พูดกับหลวงพี่่ อ๋อ ! มันคงอยากมาม่า เพราะไม่ได้กินหลายวันแล้ว (...........)

แมวเป็นสัตว์ที่กินอาหารได้หลายอย่าง เช่น หนู ผีเสื้อ จิ้งจก นก ปลา ฯลฯ สัตว์จำพวกนี้ แมวบางตัวอาจจับมากินเองได้... ยอดหญ้าหรือยอดไม้บางชนิดที่ขึ้นอยู่ทั่วไป แมวบางตัวก็กินเป็นเหมือนกัน  (ผู้เขียนเคยเห็น)...  นอกจากนั้น ข้าวเหนียว ข้าวจ้าว ขนมบางชนิด มาม่า หรืออาหารสำเร็จรูปเป็นต้น แมวก็กินได้เหมือนกัน... เพียงแต่ว่า ความชอบ ความไม่ชอบ หรือความคุ้นเคยในอาหารเหล่านี้ของแมวแต่ละตัวนั้น อาจแตกต่างกันไป เช่น เจ้าแดงน้อยตัวนี้ ไม่ค่อยชอบกินปลากระป๋องนัก ขณะที่ตัวอื่นๆ บางตัวชอบกินน้ำมะเขือเทศมากกว่าเนื้อปลา็ แต่บางตัวกินแต่เนื้อปลาไม่ชอบน้ำมะเขือเทศ... อีกอย่างหนึ่ง เจ้าแดงน้อยไม่กินขนมเปียะ ขณะที่บางตัวก็พอกินได้ เป็นต้น

...........

เพื่อนผู้เขียนรูปหนึ่งบอกว่า แมวเป็นสัตว์ที่เอาใจยาก ดังนั้น ใครต้องการมีอำนาจก็ต้องหัดเลี้ยงแมว เอา ใจแมว ถ้าเอาใจแมวบังคับแมวได้แล้ว ก็อาจเอาใจบริวารและควบคุมบริวารได้... ท่านนายกสมัครเป็นผู้หนึ่งที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่า ท่านเป็นคนรักแมว เลี้ยงแมวมานาน...

จำได้ว่า ประมาณสามสิบปีก่อน ท่านสมัครเคยให้สัมภาษณ์ว่า รัฐมนตรีเหรอ ! ผมต้องเป็นมากกว่านั้น ! นั้นคือ ท่านต้องการจะเป็นนายกมานานแล้ว... บัดนี้ วาสนาบารมีหรือเวรกรรมก็ไม่แน่  ท่านได้เป็นนายกแล้ว  ดังนั้น  ความเป็นอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของท่าน  อาจเป็นการพิสูจน์ว่า  คนเลี้ยงแมว เมื่อมีอำนาจแล้ว อาจครองใจและควบคุมบริวารได้เหมือนดังเอาใจแมวได้หรือไม่... 

เวลาจะเป็นการพิสูจน์ว่าความเห็นที่เพื่อนของผู้เขียนเคยเล่าไว้จะเป็นจริงหรือไม่ ? เพียงไร ?

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สนทนาธรรม



ความเห็น (8)

โชดดีที่ได้อ่าน สาธุ

เขียนเมื่อ 

P

ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์

 

  • โห ! ถึงกับโชคดีเลยหรือ ?

เจริญพร

เขียนเมื่อ 
  • อืม! เริ่มจากแมวในวัด พาดผ่านไปยังแมวเลี้ยงของผู้สมัครใจเลี้ยง
  • อืม! อ่านจนเพลินจากสงขลาไปถึงบางกอก
  • อืม! อืม!
เขียนเมื่อ 

P

นายทอง

 

คุณโยมเคยอ่าน ซอยสวนพลู ของ ม.ร.ว.คึกฤกธิ์ ในสมัยก่อนหรือไม่ ? ในช่วงหนึ่ง ไม่ว่าท่านเขียนเรื่องอะไร มักจะไปจบที่คุณเปรมทุกครั้ง...

อาตมาอ่านบันทึกเก่าๆ ของตนเองแล้ว คิดว่า อาจได้รับอิทธิพลจากซอยสวนพลูอยู่บ้าง แต่มิใช่ว่าจะไปเลียนแบบหรือต้องการให้เป็นเช่นนั้น...

เจริญพร

กราบนมัสการครับผม

เขียนเมื่อ 
เขียนเมื่อ 

แต่ที่ผมได้ยินมาแมวนั้นเป็นสัตว์จองหอง ไม่มีใครที่สามารถเรื่องมันให้อยู่ใต้อำนาจได้ มันก็คงคิดว่าแมวเองก็เป็นสิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกับคน ผมว่ามันคงแอบนินทามนุษย์อย่างเราท่าน(นายก)อยู่เช่นกันว่า อวดดีถือตัวนักว่ามีอำนาจเหนือสัตว์ แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นเรื่องหลงตนเองทั้งสิน มนุษย์นี่หนาถือดีนัก แท้จริงแล้วก็สัตว์โลกเหมือนกันทั้งนั้น นานไปก็เป็นแค่ คนแก่ นานไปก็เป็นแค่ซากศพ นานไปก็ไม่มีใครพูดถึงและจำได้

เช่นนี้จึงเรียกว่า อนิจจังใช่หรือไม่ครับ พระคุณท่าน

เขียนเมื่อ 

P

พัฒนศักดิ์

 

  • มุมมองตรงกันข้ามทำนองนี้ เข้าข่ายเดียวกับที่ จางจื้อเมธีจีนเคยเล่าว่า...

วันหนึ่ง เค้าฝันไปว่าเป็นผีเสื้อ แต่เมื่อตื่นมา เค้ากลับคิดว่า ตอนนี้  ผีเสื้อกำลังฝันว่าเป็นเค้าก็ได้...

เจริญพร