GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ลุงสมพงษ์ เซียนเลี้ยงไก่ รอดหวัดนก

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป

สมุนไพรภูมิปัญญา “ลุงสมพงษ์”
เซียนเลี้ยงไก่ “รอด” ไข้หวัดนก  

 พบการระบาดกันอีกระรอกแล้วสำหรับไข้หวัดนก แต่โชคช่วยหรือ ฝีมือ !!! กันแน่ที่ ลุงสมพงษ์ ธูปอ้น เกษตรกรวัย 70 ปี ผู้เลี้ยงไก่พื้นบ้าน มากว่า 20 ปี แต่ไม่เคยประสบปัญหาเพราะโรคไข้หวัดนก ไม่ว่าจะระบาดสักกี่ระลอกไก่ของลุงสมพงษ์ ก็ไม่เคยตายแบบยกเล้า  ฟังอย่างนี้แล้วหลายคนอาจเข้าใจว่า ลุงสมพงษ์ อาจจะไม่รู้จักโรคไข้หวัดนก
 ความจริงก็คือ ไข้หวัดนกนั้น ลุงสมพงษ์ แกก็มารู้จักพร้อมๆ กับคนไทยเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมานี่แหละ แต่ที่แกเห็นตายยกเล้าคล้ายๆ กันก็เห็นจะเป็นโรคห่ากินไก่ แต่ถ้าถามลุงสมพงษ์ แล้วจะทราบว่า “ห่า ก็ไม่มีโอกาสได้กินไก่ของแก” 

 ทำไม และเพราะอะไร เป็นเหตุทำให้ไก่ของลุงสมพงษ์ รอดพ้นการระบาดของไข้หวัดนกได้เป็นสิ่งที่เราและท่าน รวมถึงนักวิทยาศาสตร์ ยังคงต้องพิสูจน์กันให้แน่ชัด แต่สิ่งที่พอจะเรียนให้ทราบในวันนี้ได้ก็คือวิถีปฏิบัติต่อไก่ ของลุงสมพงษ์ ที่แตกต่างไปจากผู้เลี้ยงไก่ส่วนใหญ่นั่นเอง และหลายๆ คนในพื้นที่ก็มองว่าแปลก และยังไม่กล้าทำตาม แม้ว่าไก่ของเพื่อนบ้านจะตายหมดเล้า ในขณะที่ไก่ของลุงสมพงษ์ ไม่เป็นอะไร ก็ตาม พวกเขาก็ยังไม่กล้าทำตาม

  ลุงสมพงษ์  เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้าที่จะมาเลี้ยงไก่ ตนก็เป็นลูกชาวนา ทำนามาตลอด กระทั่งลุงสมพงษ์อายุ 53 ปี ก็พบว่าการทำนาแบบพึ่งพาปุ๋ย และสารเคมี ไม่ได้ทำชีวิตการทำนาของตนและครอบครัวดีขึ้น กบ เขียด ปู ปลาก็หายหมด ทำนาก็ไม่ได้ข้าว ซ้ำร้าย ลูกๆ ก็หนีมาทำงานที่กรุงเทพฯ กันหมด แต่ด้วยความรักในครอบครัวอยากให้ลูกกลับมาอยู่ในอ้อมอก จึงตัดสินใจบอกให้ลูกๆ กลับมาอยู่บ้านและพ่อจะแบ่งที่ดินให้ทำกิน ส่วนตนเองนั้นก็เหลือที่ไว้เพียง 20 ไร่ ทำเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชดำริ ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน และอย่างไร แต่ด้วยความที่ลุงสมพงษ์ เป็นผู้ไฝ่รู้ เขาก็หมั่นไขว่คว้าหาความรู้ ศึกษาดูงานจากผู้ที่ทำสำเร็จ ขอแนวทาง เห็นตัวอย่าง กลับมาปฏิบัติแล้วลองผิดลองถูก กว่าจะรู้ว่าต้นขนุนไม่ชอบน้ำ ข่า ตะไคร้ มะม่วง กบ ปลา ไก่ มีพฤติกรรมอย่างไร ก็ใช้เวลาเกือบ 5 ปี ในการเฝ้าสังเกตและทดลอง ลงมือปฏิบัติ ด้วยตนเองอย่างแท้จริง

 เมื่อลุงสมพงษ์ ใช้เวลา เกือบ 5 ปีอยู่กับการเรียนรู้เรื่องการทำเกษตรแบบผสมผสานกระทั่งทุกอย่างลงตัวไปได้สวย ลุงสมพงษ์ มีกิน มีใช้ เก็บผักขาย และกินได้ทุกวัน ไม่มีหนี้มีสิน ก็เริ่มหันมาให้ความสนใจกับการเลี้ยงไก่พื้นบ้าน 

  สำหรับการเลี้ยงไก่ตั้งแต่แรกเกิดนั้น ลุงสมพงษ์ เล่าว่า จะเริ่มด้วยการเตรียมสถานที่ขุดทางน้ำรอบๆ พื้นที่บริเวณเลี้ยงไก่ เพื่อป้องกัน สุนัขจรจัด และแมว และสร้างเรือนพักที่มีมุ้งถึง 3 ชั้นไว้ป้องกันสัตว์และแมลงที่อาจนำเชื้อโรคต่างๆ ไว้ให้ไก่นอนสำหรับหลบฝนและฟักไข่ จากนั้นก็คัดพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ที่แข็งแรงสมบูรณ์ด้วยตนเอง แล้วนำมาเลี้ยงดูด้วยข้าวเปลือก เมื่อแม่ไก่ฟักไข่เป็นตัวก็จะเริ่มให้กินสมุนไพร ซึ่งประกอบด้วยขมิ้น ว่านน้ำ ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด กระเพราขาว กระเพราแดง ข่า ไพร บอรเพ็ด ซึ่งล้วนเป็นสมุนไพรพื้นบ้านหาได้ง่ายทั้งสิ้น นำมาตากแห้ง บดหรือตำ ละลายน้ำหรือ คลุกข้าวให้ไก่กิน เป็นประจำ ก็พบว่าไก่แข็งแรงดี ไม่ค่อยเป็นโรค

   สาเหตุที่ลุงสมพงษ์ นำสมุนไพรมาใช้กับไก่ ก็เพราะลุงสมพงษ์ และภรรยาเอง ก็มักใช้สมุนไพรเหล่านี้รักษาโรคด้วยตนเองอยู่เป็นประจำ เนื่องจากบ้านอยู่โดดเดี่ยวจากชุมชนและโรงพยาบาล เมื่อเจ็บป่วย ปวดท้อง ปวดหัวไม่สบาย ก็อาศัยสมุนไพรพวกนี้ กินไป ก็เรียนรู้ สรรพคุณกันไป หลังๆ ก็เริ่มรู้ว่า ถ้าปวดท้องต้องกินอะไร ถ้าท้องเดินต้องกินอะไร จึงใช้สมุนไพรพื้นบ้านเหล่านี้รักษาตัวมาตลอดชีวิตไม่เคยเข้าโรงพยาบาล และเมื่อเห็นว่าคนกินแล้วได้ผล แข็งแรงดี ไก่ที่ตนรัก ก็น่าจะกินได้ และเมื่อลองแล้วมันกินได้จริง ก็ให้ไก่กินมาโดยตลอด

  ลุงสมพงษ์ เล่าให้ฟังว่า เมื่อไก่กินสมุนไพรแบบนี้เป็นประจำ จะแข็งแรง ไม่ค่อยเป็นหวัด หรือหากตัวใดเป็นหวัด ก็จะแยกออกจากฝูง เฝ้ารักษาอย่างดี หากฤดูฝนต้องให้ความอบอุ่นแก่ไก่เป็นพิเศษ หรือหากฤดูร้อน ก็ต้องปรับที่พักให้มีอากาศถ่ายเทหากไก่เป็นหวัดให้นำ ตะไคร้ หัวหอม สับๆ ให้ไก่กิน หรือกองตามเรือนไก่ ก็จะช่วยแก้หวัดได้ดี

 นอกจากนี้ลุงสมพงษ์ ยังเฝ้าสังเกตไก่ของตนทุกเช้า เมื่อเวลาเปิดประตูเรือน หากไก่ตัวใด วิ่งเข้าหาอ่างกินน้ำก่อน ให้เฝ้าสังเกตไก่ตัวนั้นให้ดี เพื่อแยกออกจากฝูง เพราะอาจเป็นไปได้ว่าไก่ตัวนั้นอาจจับไข้อยู่ตลอดคืนจนคอแห้ง หรือเมื่อฝนใกล้จะตก ให้เรียกไก่เข้าเรือน หรือที่ร่ม โดยโปรยข้าวเปลือกบริเวณนั้นเพื่อให้ไก่เข้ามากิน อย่าปล่อยให้ไก่ตากฝน หรือกินอาหารในที่ชื้นเพราะข้าวเปลือกที่โปรยหากค้างคืนอาจเป็นเชื้อราทำให้ไก่ท้องเสียได้ นอกจากนี้ในโรงเรือนจะต้องปูด้วยแกลบแห้งเพื่อให้ความอบอุ่น และง่ายต่อการสังเกตอาการขี้ขาวของไก่ และจะต้องเปลี่ยนแกลบทุกๆ 10-15 วัน ปัจจุบันลุงสมพงษ์ เลี้ยงไก่ อยู่ประมาณ 200 ตัว โดยจะเพาะพันธุ์เอง และจะขายได้ปีละ 3 ครั้งครั้งละ เกือบ 200 ตัว โดยไม่ต้องฉีดวัคซีนใดๆ ทั้งสิ้น


  ลุงสมพงษ์ เล่าว่า เมื่อครั้งที่โรคไข้หวัดนกระบาดครั้งแรก ไก่ของลูกสาว ลูกเขย ที่เลี้ยงอยู่รอบๆ รัศมีไม่เกิน 2 กิโลเมตร ตายกันยกเล้า แต่น่าแปลกที่ไก่ของตนไม่ตาย มีตายบ้างด้วยโรคปกติของไก่ 1-2 ตัว อาจะเป็นเพราะการที่ตนเฝ้าดูแลอย่างดี แต่กระนั้น ลูกสาว และลูกเขยก็ไม่เชื่อ กระทั่งหลายๆ ครั้งเข้าก็เชื่อ และเริ่มหันมาใช้สมุนไพรแบบลุงสมพงษ์กันบ้างแล้ว


 อย่างไรก็ตาม ลุงสมพงษ์กล่าวทิ้งท้ายว่า  การเลี้ยงไก่แบบตนอาจจะผิดหรือถูกก็ได้ ซึ่งจะต้องมีการทดลองและพิสูจน์ในทางวิทยาศาสตร์กันต่อไป เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่ตนทำมาตลอดชีวิตนี้มันถูกต้องแล้ว และตนก็พร้อมจะยอมรับผลการพิสูจน์จากทางนักวิทยาศาสตร์ แต่สิ่งหนึ่งที่ตนเชื่อมั่นก็คือ พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ที่แข็งแรง สมบูรณ์ เป็นสิ่งสำคัญต่อการต้านทานโรค หากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์อ่อนแอ ก็ง่ายที่โรคต่างๆ จะโจมตี นอกจากนี้เรื่องสมุนไพรต่างๆ ที่ตนบอกว่าให้ไก่กินมาตั้งแต่แรกเกิดนั้น ก็ไม่สำคัญเท่ากับ การที่รักษาสภาพแวดล้อม และโรงเรือนให้สะอาด น้ำสะอาด อาหารสะอาด คนเลี้ยงสะอาด และเอาใจใส่ ดูแลอย่างจริงจัง เพราะที่ผ่านมาถึงแม้ตนใช้สมุนไพรป้องกันโรคมาตั้งแต่ต้น แต่ก็ไม่เคยชะล่าใจปล่อยไก่เลี้ยงตามมีตามเกิด


  ลุงสมพงษ์ ที่เรียกตัวเองว่าเป็นตาสี ตาสา บอกว่า เรียนไม่จบแม้กระทั่ง ป.4 แต่ตนก็เป็นคนช่างจด ช่างจำ แล้วลองปฏิบัติจริง ไม่ถูกก็แก้ใหม่ ลองผิดลองถูกมาตลอดชีวิต และคิดว่าการเรียนของตนก็ยังไม่สิ้นสุด วิธีไหนดี ก็จะลองทำดู แต่ขออย่างเดียวอย่าเอาสารเคมีมาฉีดไก่ และนี่เองคืออีกหนึ่งผู้มีประสบการณ์ด้านการเลี้ยงไก่ และรอดพ้นจากการระบาดของไข้หวัดนกได้ในรอบการระบาดที่ผ่านมา ที่อุตส่าห์มาเล่าเรื่องราวของตนให้นักวิทยาศาสตร์ฟัง ในงาน ตลาดนัดความรู้เรื่องไข้หวัดนก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเป็นวิทยาทานสำหรับการตั้งโจทย์วิจัยเพื่อแก้ปัญหาไข้หวัดนก ซึ่งกำลังเป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศอยู่ขณะนี้
*************

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 1913
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)